ร้านอาหารสวนเมืองพร

วิวจากร้านอาหารสวนเมืองพร

วิวจากร้านอาหารสวนเมืองพร

วันนี้พ่อปัน ปัน นำร้านอาหารมาแนะนำครับ (ไม่ได้มีส่วนได้เสียนะครับ) ซึ่งก็สืบเนื่องมาจาก “ทริปเที่ยวฟาร์มโชคชัย” ของน้องปัน ปัน นั่นแหล่ะครับ

หลังจากที่พ่อและแม่ปัน ปัน กลับจากเที่ยวฟาร์มโชคชัยก็พากันมาแวะที่ร้านอาหารสวนเมืองพรครับ ซึ่งที่นี่เค้าจะมีรีสอร์ทไว้บริการด้วยครับ แต่สำหรับพ่อและแม่ปัน ปัน แวะเข้าไปทานอาหารอย่างเดียวครับ เพราะว่าอาหารที่นี่เค้าขึ้นชื่อมากเรื่องความอร่อย เพราะนักท่องเที่ยวพูดกันแบบปากต่อปากครับ และยังมีการนำมาลงใน net อีกหลายๆ ที่ครับ

สำหรับบรรยากาศตั้งแต่ทางเข้าเลยก็จะค่อนข้างยากครับ เพราะจะอยู่เส้นทางเดียวกันกับการขึ้นไปดู “กังหัน” ของเขื่อนลำตะคลองครับ (ทางขึ้นไปเขายายเที่ยง) แต่พอเข้าไปภายในร้านก็จะมีถนน มีต้นไม้เยอะมากครับ เพราะนอกจากจะขายอาหารแล้ว ที่นี่ยังขายต้นไม้ด้วยนะครับ แต่จะเป็นต้นไม้ต้นเล็กๆ ครับ บรรยากาศร่มรื่น เพราะต้นไม้เยอะ

ปัน ปัน กินน้ำองุ่น

ปัน ปัน กินน้ำองุ่น

อาหารที่พ่อกับแม่ปัน ปัน สั่งก็จะมี สเต็กเนื้อนกกระจอกเทศ , สเต็กเนื้อปลาทะเล (จำชื่อปลาไม่ได้) , ไส้กรอกเยอรมัน , น้ำองุ่น 1 ขวด แต่น่าเสียดายครับพ่อปัน ปัน ไม่ได้เก็บรูปมาฝากครับ เพราะมัวแต่วุ่นกับน้องปัน ปัน ครับแต่ก็สนุกดีครับ

รสชาดของอาหารพ่อปัน ปัน ว่าก็ใช้ได้ครับ สมกับคำลำลือกันครับ แต่ว่าพ่อปัน ปัน ยังไม่ได้ทดลองอาหารประเภทอื่นๆ นะครับ เพราะแค่ 3 อย่างก็กินไม่ไหวแล้วต้องให้เด็กเสริฟห่อกลับไปกินต่อที่บ้านครับ สำหรับราคาก็สมเหตุ สมผลครับ ตกประมาณ 800-900 กว่าๆ ครับ

ถ้าท่านใดมีโอกาสมาเที่ยวแถวโคราช หรือที่เขื่อนลำตะคลอง ก็ไม่ควรพลาดนะครับ และอย่าเพิ่งเชื่อพ่อปัน ปัน ครับว่าอาหารอร่อยต้องลองมาพิสูตรเองครับถึงจะรู้ครับ

ทริปเที่ยวฟาร์มโชคชัย

หลังจากที่พ่อปัน ปัน เคยวางแผนว่าจะพาน้องปัน ปัน ไปเที่ยวฟาร์มโชคชัยแล้วพบกับ ความผิดหวัง เมื่อวันที่ 30 มค. ที่ผ่านมาน้องปัน ปัน ก็สมหวังแล้วครับ 
 
เราสามคนตื่นนอนตั้งแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวเดินทางกัน น้องปัน ปัน ตื่นนอนตั้งแต่ 6 โมงเช้ากว่าจะเตรียมตัวเสร็จก็ประมาณ 7 โมงกว่าๆ พ่อและแม่ต้องเตรียมขวดนม เสื้อผ้า กว่าจะออกเดินทางกันก็ประมาณ 8 โมงกว่าเพราะต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ระยะทางจากบ้านปัน ปัน ไปฟาร์มโชคชัคประมาณ 90 กม. ครับ

บัตรเข้าชมฟาร์ม 11.20น
ไปถึงฟาร์มโชคชัยก็ประมาณ 10 โมงกว่าๆ ส่วนน้องปัน ปัน ยังนอนหลับอยู่ครับ ยังไม่ตื่น พ่อต้องไปรับตั๋วที่จองไว้ก่อนหน้านั้นหลายวัน เพราะกว่าจะผิดหวังอีกครับ พอเกือบถึงเวลาพ่อกับแม่ก็ปลุกน้องปัน ปัน ก็ประมาณ 11 โมงครับเพื่อเตรียมตัวเข้าไปชมในฟาร์มโชคชัย

Read more

รถตักดิน

 

รถตักดิน 

วันนี้หลังจากที่ตื่นนอนตอนเย็นๆ เพราะอ่อนเพลียจากการทำงานตั้งแต่เมื่อคืน ก็เป็นพวกมนุษย์ค้างค้าวครับ ซึ่งๆ แล้วพ่อปัน ปัน ต้องปฎิบัติงานเข้ากะครับ ซึ่งลูปนี้ต้องเข้าทำงานตอนดึกครับ นี่ก็ว่าหลังจากที่ update บล็อกให้น้องปัน ปัน แล้วก็จะเตรียมตัวอาบน้ำเพื่อไปทำงานอีก 1 วันครับ

ไม่รู้ว่าเค้าเรียกกันว่ารถอะไรกันแน่ครับ แต่พ่อปัน ปัน ลองสอบถามพี่กูดูแล้วได้ผลออกมาว่า “รถตักดิน” ซึ่งจะใช้ไถ หรือตักดินเวลาที่มีงานก่อสร้างถนน ที่พวกเราได้พบเห็นกันทั่วไปครับ แต่สำหรับน้องปัน ปัน ชอบมากถ้าได้เห็นก็จะมองแบบเหลียวหลังเลยครับ

เวลาที่คุณยายหรือเพื่อนๆ ของคุณยายจะไปเที่ยวที่ไหน หรือแม้แต่ไปซื้อของกินต่างๆ ก็จะชวนน้องปัน ปัน ไปด้วยน้องปัน ปัน ก็จะชอบเพราะได้นั่งรถมอเตอร์ไซต์ อีกอย่างก็ได้เห็นสิ่งใหม่ๆ รอบตัวซึ่งบางอย่างก็ไม่มีที่บ้านคุณยาย ซึ่งรถตัก หรือรถขนดินต่างๆ ที่บ้านคุณยายไม่มี แต่จะมีในบริเวณที่มีการก่อสร้างถนน หรือ การก่อสร้างบ้านจัดสรรทั่วๆ ไปครับ

รถคันนี้เป็นรถเด็กเล่นอีก 1 คัน ที่พ่อปัน ปัน ซื้อให้ปัน ปัน ครับพอดีว่าเห็นน้องปัน ปัน อยากเล่นเพราะเคยมีรถตักดินแล้วที่คุณยายเคยซื้อให้ครับ สำหรับรถคันนี้ราคาก็ประมาณ 250 บาทครับ พ่อปัน ปัน ไปเดินหาซื้อแถวๆ ห้างดังในระยองครับ กะไว้ว่าวันศุกร์นี้กลับบ้านที่โคราชก็จะนำไปให้น้องปัน ปัน ครับ

ของเล่นของน้องปัน ปัน ส่วนมากจะได้รับมาแบบฟรีๆ ครับ เพราะมีเพื่อนๆ ของพ่อปัน ปัน ให้มาอีกทีหนึ่งครับ มีเพียงไม่กี่ชิ้นครับที่พ่อปัน ปัน ซื้อให้น้องปัน ปัน แต่จะซื้อหนังสือพวกนิทานต่างๆ ให้เป็นส่วนมากครับ ของเล่นทุกอย่างในมุมมองของพ่อปัน ปัน มีประโยชน์ครับซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะคิดครับ

รถตักดินคันนี้ก็เป็นการเสริมพัฒนาการทางด้านกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของเด็กครับ ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อมือ หรือว่าเท้า พัฒนการทางด้านการมองเห็น และพัฒนาการด้านอื่นๆ ที่พ่อปัน ปัน ยังคิดไม่ออกครับ

สำหรับอุตสาหกรรมของเล่นสำหรับเด็กในมุมมองของพ่อปัน ปัน ถือว่าเติบโตพอสมครวครับเพราะมีการแข่งขัน ในตลาดค่อนข้างสูง ทั้งของเล่นที่ใช้ไม้ทำ หรือว่าผลิตจากพลาสติกครับ แต่ที่น่าเป็นห่วงตอนนี้ก็พวกของเล่นที่มาจากประเทศจีนครับ เพราะต้นทุนถูกครับ และของเล่นบางอย่างก็เป็นอันตรายต่อเด็กโดยตรงเลยครับ เพราะมีสารปรอท หรือว่า สารตะกั่วปนมาในของเล่นนั้นๆ ครับ

ก็เพราะประเทศจีนได้เปิดประเทศก็เลยต้องมีการพัฒนาประเทศ อุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ ก็เติบโตครับ รวมทั้งพูดการผลิตของเล่นเด็กด้วยครับ ต้นทุนถูกค่าแรงถูก ค่าวัสดุใช้ของถูกๆ ก็เลยมาขายถูกได้ครับ อย่างที่เป็นข่าวดังเมื่อประมาณ 2 ปีก่อนเกี่ยวกับการเรียกคืนของเล่นในอเมริกา ที่จ้างให้ประเทศจีนผลิตให้ครับ

ของที่เด็กเล่นทุกอย่างพ่อปัน ปัน ก็ยังยืนยังครับว่ามีประโยชน์ครับ เพราะอย่างน้อยๆ เด็กก็ใช้จินตนาการในการเล่นครับ ซึ่งผู้ใหญ่อย่างเราๆ ไม่รู้ครับว่าตอนนี้เด็กจินตนาการเป็นอะไร ถ้าเด็กไม่พูดออกมา หรือว่าไม่บอกเราที่เป็นพ่อ หรือว่าแม่ครับ พ่อปัน ปัน เคยอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่งครับ ถ้าเราไปขัดจินตนาการของเด็ก หรือไปโต้แย้งว่าไม่ใช่ ต้องเป็นอย่างนั้น ต้องเป็นอย่างนี้ ก็จะทำให้เด็กเติบโตมาขาดความมั่นใจในตัวเองครับ ไม่กล้าพูดคุยกับเรา หรือว่าไม่กล้าแสดงความคิดเห็นครับ ซึ่งถือได้ว่าไม่เป็นผลดีเลยครับผม

เพิ่มความฉลาดทางปัญญา

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

วันนี้พ่อปัน ปัน ของออกนอกเรื่องสักวันนะครับ จริงๆ แล้วก็ไม่เชิงสักเท่าไรครับ เพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาสมองครับ

แม้ว่าเมื่ออายุเพิ่มขึ้นในแต่ละปี พลังของสมองก็จะค่อยๆเสื่อมลงเป็นธรรมดา แต่จริงๆ แล้วถ้าเราหมั่นบริหารสมอง มันก็จะเป็นการฟื้นฟูประสิทธิภาพของสมองให้ยังคงฟิตเปรี๊ยะอยู่เสมอ

ถ้าเรามีการกระตุ้นสมองเป็นประจำ ในสมองของเราก็จะเพิ่มการเชื่อมต่อขึ้นอีกนับล้วนๆ  จุดซึ่งนั่นย่อมหมายถึงว่าสมองจะมีศักยภาพเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลยที่เดียว

ในส่วนของสติปัญญาของคนเรานั้น สามารถพัฒนาให้เปลี่ยนแปลงได้ด้วย เพราะความสามารถของสมองก็คือตัวบ่งชี้สติปัญญาของบุคคลแต่ละคนนั่นเอง

ทักษะหลักๆ 3 ประการของสมองก็คือความสามารถในการจำ การเรียนรู้ และการความคิดสร้างสรรค์ ถ้าบุคคลใดสามารถมีความจำที่ดี สามารถเรียนรู้ได้ดี และเป็นคนที่มีความคิดในเชิงสร้างสรรค์ด้วย อย่างนี้ก็ถือว่าเป็นคนที่มีสติปัญญาชาญฉลาดด้วย เพราะมันสมองของเขามีศักยภาพไม่น้อย

ในทักษะหลักๆ 3 ประการนั้น เราจะรู้ได้อย่างไรว่าความสามารถของสมองของเรามีมากน้อยขนาดไหน มาดูรายละเอียดในทักษะทั้ง 3 ประการดังนี้

1.ความสามารถในการจำ
สมองของคนเรามีการมีวิธีการจำ 2 ระดับ ซึ่งได้แก่ การจำระยะสั้น และการจำระยะยาว ความจำระยะสั้นคือ ความจำเรื่องพื้นฐานทั่วๆไปประจำวัน เช่น ต้องจำให้ได้ว่าต้องทำอะไรบ้างในวันนั้นๆ หรือหมายเลขบัตรเอทีเอ็มของตังเอง  สำหรับความจำระยะยาวคือ ความจำที่ไม่ใช่แค่ตั้งใจจะท่องจำก็สามารถจำได้ แต่เป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝน เพราะความจำระยะยาวจะเป็นเรื่องต่างๆ ที่ไม่มีขีดจำกัด

2.ความสามารถในการเรียนรู้
ถ้าคน 2 คนได้เรียนรู้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเหมือนกัน แต่คนที่มีศักยภาพทางสมองดีกว่า ก็สามารถนำความรู้นั้นไปวิเคราะห์หรือนำไปเป็นข้ออ้างอิงใช้ให้เกิดประโยชน์ ต่อไปได้ มิใช่แค่รู้ได้อย่างเดียวแต่ไม่มีการจัดการกับความรู้นั้นๆ  ให้เหมาะสมกับแต่ละโอกาสด้วย

3.ความคิดเชิงริเริ่มสร้างสรรค์
ยังมีคนอีกไม่น้อยที่คิดว่าความคิดในเชิงสร้างสรรค์ เป็นเรื่องของพรสวรรค์ แต่ความเป็นจริงแล้วเป็นสิ่งที่เราสามารถพัฒนาและสรรค์สร้างให้เกิดขึ้นได้ เพราะเราทุกคนเกิดมาพร้อมกับศักยภาพในการคิดอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ อยู่แล้ว แต่บางคนไม่ได้ดึงมาใช้จึงไม่มีความมั่นใจในตัวเองว่าจะมีความคิดในเชิงนี้ได้

ถ้าเรามีการฝึกฝนและบริหารสมองให้ถูกหลักถูกทาง ความสามารถในเชิงสร้างสรรค์จะมีการพัฒนาการที่ดีขึ้น ผู้ที่มีดีในส่วนนี้อยู่แล้วก็สามารถขยายขอบเขตความสามารถได้หากมีการฝึกฝนและพัฒนาอยู่เสมออย่างต่อเนื่อง
ที่มา:จากหนังสือ”เคล็ดลับเพิ่มพลังสมอง”

เป็นไงบ้างครับ ได้อ่านบทความแล้วจะเห็นว่า ไม่ยากอย่างที่คิดเลยใช่ไหมครับ (แต่ทำไม่ทำไม่ได้นะ) ซึ่งสรุปง่ายๆ เลยก็คือทุกอย่างอยู่ที่การฝึกฝนครับ และใช้มันบ่อยๆ ไม่ปล่อยให้สมองว่างเปล่า ยิ่งสมองของเด็กๆ ด้วยแล้วตอนวัยขนาดน้องปัน ปัน ยังไม่มีอะไรมากวนมาก ซึ่งพูดง่ายๆ ก็คือ เพิ่งจะเริ่มบันทึกเรื่องราวต่างๆ ลงในสมอง เท่านั้น

ข้อมูลยังมีไม่มาก จำได้ในสิ่งที่เห็นบ่อยๆ และสัมผัสบ่อยๆ เริ่มเรียนรู้ว่า คนไหนคือ พ่อ แม่ และญาติพี่น้อง อยู่กับใครแล้วตัวเองปลอดภัย (ซึ่งเป็นสัญชาติญาณการเอาตัวรอด) หิวก็ร้องกิน เพราะยังพูดไม่ได้แต่พอเริ่มโตก็จะบันทึกเรื่องราวที่ผ่านมาได้มากขึ้นเรื่อยๆ ตามวัย สะสมประสบการณ์ต่างๆ เพื่อนำมาพัฒนาและปรับใช้กับตัวเองครับผม

แม่อายุ 17 ปี ขโมยนมให้ลูก

img_tmp_01

วันนี้คงไม่มีอะไรมากเพียงแต่ได้ดูข่าวแล้วรู้สึกสลดใจ และเศร้าใจบ้างเล็กน้อยในกรณีนี้ ซึ่งจะเห็นว่าพื่อลูกแล้ว แม่ทำได้ทุกอย่าง ขอเพียงให้ลูกของตัวเองได้กินอิ่มท้อง

กรมพินิจฯ นำลูก 3 เดือนคุมร่วมกับแม่วัย 17 ปี ถูกจับขโมยนม-ผ้าอ้อม

ก.ยุติธรรม 25 ม.ค.- กรมพินิจฯ ประสานขอลูกวัย 3 เดือนส่งคืนให้แม่วัย 17 ปี ที่ขโมยนมและผ้าอ้อมจากห้างสรรพสินค้า ระบุไม่ควรให้แม่ลูกแยกกันอยู่ ยืนยันที่บ้านปราณีมีพยาบาลพร้อมดูแลเด็กเล็กอยู่แล้ว และแม้ทางห้างฯ ไม่เอาความ แต่เป็นอาญาต้องดำเนินคดีต่อ เตรียมสืบประวัติเด็กหากพบผิดครั้งแรก อาจเสนออัยการขอไม่ฟ้องเพื่อไม่ให้มีประวัติ

นายธวัชชัย ไทยเขียว อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน แถลงกรณีคดีการจับกุมหญิงสาววัยรุ่นอายุ 17 ปี ขโมยนมและผ้าอ้อมจากห้างสรรพสินค้าไปให้ลูกวัย 3 เดือน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวหญิงวัยรุ่นไปควบคุมตัวที่สถานแรกรับเด็กและเยาวชนหญิงบ้านปราณี ส่วนลูกวัย 3 เดือนแยกส่งไปที่สถานรับเลี้ยงเด็กบ้านปากเกร็ด ว่า เข้าใจว่าพนักงานสอบสวนมีเจตนาดี เพื่อคุ้มครองเด็กอ่อนที่ไม่ได้กระทำผิดให้ได้รับการดูแลอย่างดี โดยที่ไม่ทราบว่าบ้านปราณีนั้น มีเจ้าหน้าที่พยาบาลที่สามารถดูแลเด็กอ่อนและคุณแม่วัยใสหรือหญิงที่มีบุตรตั้งแต่อายุน้อยอยู่ด้วย ดังนั้น จึงได้ประสานติดต่อเพื่อขอให้ส่งลูกวัย 3 เดือนที่ถูกแยกไปเมื่อบ่ายวานนี้ (24 ม.ค.) มาอยู่ที่บ้านปราณีแล้วเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.ที่ผ่านมา

นายธวัชชัย กล่าวว่า ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่า ตลอดทั้งคืนหญิงสาวคนดังกล่าวนอนไม่หลับเพราะต้องแยกกับลูก เมื่อทั้งคู่ได้พบกันอีกครั้งจึงดีใจมาก แม่โผเข้ากอดลูก ซึ่งเด็กวัย 3 เดือนก็เริ่มมีปฏิกิริยาตอบรับ แม้แต่เจ้าหน้าที่ที่เห็นเหตุการณ์ก็เก็บน้ำตาไว้ไม่อยู่

นายธวัชชัย กล่าวด้วยว่า อยากแจ้งให้ทราบทั่วกันว่า ถ้ากรณีเด็กก้าวพลาดกระทำความผิด และมีลูกเล็กติดมา สามารถส่งเด็กมาที่บ้านปราณีได้ด้วย เพราะการแยกแม่และลูกออกจากกันน่าสงสารมาก โดยที่บ้านปราณีมีคุณแม่วัยใสที่ต้องคดีนำลูกมาเลี้ยงด้วย 7 คน และอยู่ระหว่างตั้งครรภ์อีก 3 คน นอกจากนี้ ยังฝากถึงผู้ประกอบการ หากพบเห็นการกระทำผิดของเด็ก และเชื่อว่าเป็นความผิดจากการพลาดพลั้ง ไม่ใช่กระทำเป็นอาชีพ ขอให้ประสานมาที่กรมพินิจฯ หรือสถานพินิจฯ ประจำจังหวัด เพื่อให้การดูแลเด็กอย่างเหมาะสม

ส่วนการดำเนินคดีกับแม่วัยใสคนนี้ นายธวัชชัย กล่าวว่า ได้แจ้งไปยังบิดามารดามาขอรับตัวเด็กหญิงคนนี้แล้ว โดยอยู่ระหว่างเดินทางมาขอรับตัวเด็ก ซึ่งหากความผิดดังกล่าวโทษไม่เกิน 5 ปี มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ก็สามารถให้ตัวบุคคลคือบิดามารดามารับโดยไม่ต้องมีหลักประกันได้

นายธวัชชัย กล่าวว่า โทษสูงสุดของหญิงวัยรุ่นคนนี้คือจำคุก 5 ปี และแม้สถานประกอบการตัดสินใจจะไม่เอาความ แต่เป็นคดีอาญาจึงหยุดดำเนินคดีไม่ได้ ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการช่วยเหลือ โดยสืบประวัติและสาเหตุแห่งการกระทำผิด โดยหากผู้อำนวยการสถานพินิจเห็นว่ามีโอกาสที่เด็กจะกลับตัวเป็นคนดีได้โดยไม่ต้องฟ้อง เพื่อช่วยไม่ให้เด็กมีประวัติติดตัว เป็นการให้โอกาสกลับตัวแก้ไขความเสียหาย ซึ่งผู้อำนวยการสถานพินิจ ต้องเสนอความเห็นต่อพนักงานอัยการ หากพนักงานอัยการเห็นชอบให้สั่งไม่ฟ้องได้ และถือว่าคำสั่งนั้นเป็นที่สุด โดยไม่ต้องส่งเด็กขึ้นศาลเยาวชน

อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือดังกล่าว มีหลักเกณฑ์ว่าโทษจำคุกต้องไม่เกิน 5 ปี เด็กต้องรับสารภาพด้วยความสมัครใจ และรับผิดชอบต่อการกระทำผิดของตน เด็กรับรู้และพยายามแก้ไขผลที่เกิดจากการกระทำของตนต่อผู้เสียหาย บิดา มารดา และผู้อื่น รวมทั้งแสดงคำขอโทษอย่างจริงใจ และให้ครอบครัวกับชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมโดยจัดประชุมกลุ่มครอบครัวและชุมชน กำหนดมาตรการลงโทษที่เหมาะสม โดยเด็กต้องไม่รู้สึกว่าถูกลงโทษโดยคนแปลกหน้า หากเด็กไม่ได้ขโมยเป็นอาชีพ ก็มีทางที่จะเสนออัยการขอไม่ฟ้องเพื่อไม่ให้เด็กมีประวัติติดตัว และนำมาเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสำนึกผิดกลับตัวใหม่

นอกจากนั้น อธิบดีกรมพินิจฯ ยังกล่าวชมเชยเด็กหญิงคนดังกล่าวว่ามีน้ำใจของความเป็นแม่ ไม่ทำแท้งหรือทิ้งลูกในครรภ์ของตน แม้จะมีกระแสข่าวลักษณะนี้จำนวนมาก แต่ตัดสินใจเลี้ยงดูมาตลอด แม้จะมาก้าวพลาดไปในครั้งนี้ ต่างกับหลายคนที่มีความพร้อมมากกว่า แต่เพียงเพราะความละอาย ก็ตัดสินใจทำแท้งทำร้ายลูกตัวเองแล้ว.-สำนักข่าวไทย

ที่มา http://news.mcot.net/social/inside.php?value=bmlkPTEzNjQwNSZudHlwZT10ZXh0

เพื่อนๆ มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างครับกับเหตุการณ์นี้ สำหรับพ่อปัน ปัน บอกเพียงว่าสงสารลูกของน้องคนนี้ เพราะว่าคนที่เป็นแม่ก็อายุเพียง 17 ปี ซึ่งก็ยังเป็นเยาวชนอยู่ ความคิดความอ่านก็ยังไม่รอบครอบ รู้เพียงแต่ว่าลูกหิวนม ก็ต้องหาทางและหาวิธีทำให้ลูกอิ่มท้องก็เท่านั้นเอง เพียงแต่ว่า “หาวิธีไม่ถูกต้อง”

Page 1 of 4112345»102030...Last »


Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes