เรื่องกล้วย กล้วย
พูดถึงเรื่องกล้วย พ่อปัน ปัน นึกขึ้นมาได้ครับเพราะเป็นผลไม้ที่อยู่ครัวไทยมานานพอสมควร ก็ตั้งแต่พ่อปัน ปัน จำความได้แล้ว ที่หยิบเรื่องกล้วยมาพูดก็พอดีลูกชายตัวดีก็ “น้องปัน ปัน” เค้าชอบกินกล้วยครับ เรืยกได้ว่าถ้าเห็นกล้วยที่ไหนก็จะชี้ไม้ชี้มือ แล้วก็จะขอกินให้ได้ครับ
พ่อปัน ปัน ลองค้นหาคำว่า “กล้วยน้ำว้า” ก็เลยพบบทความเกี่ยวกับกล้วยน้ำว้า เพื่อนๆ ลองอ่านดูนะครับซึ่งก็น่าจะมีประโยชน์กับหลายๆ ท่านนะครับ
กล้วยน้ำว้าเป็นผลไม้ที่ใกล้ชิดคนไทยที่สุด เด็กไทยสมัยก่อนโตมากับกล้วยน้ำว้ากันทั้งนั้น นอกจาก ข้าวสุกบดแล้ว ก็มีกล้วยน้ำว้าเป็นเหมือนอาหารเสริมประจำที่ไม่ต้องซื้อหาเพราะทุกครัวเรือนมีกล้วยปลูกไว้สำหรับเป็นผลไม้ เป็นอาหารและสารพัดขนมกินกันได้ตลอดทั้งปี
กล้วยน้ำว้าใช้ทำยาได้ทั้งดิบและสุก กล้วยดิบมีสารฝาดสมานชื่อแทนนิน ซึ่งช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ช่วยป้องกันผนังกระเพาะลำไส้ไม่ให้เชื้อโรคและของรสเผ็ดจัด เช่น พริก เข้าไปทำลายผนังกระเพาะลำไส้ ช่วยแก้ท้องเสีย กล้วยที่เพิ่งเริ่มสุก เปลือกยังสีเขียวอยู่ประปราย เป็นทั้งยาและอาหารที่ดีมากสำหรับคนท้องเสีย เพราะนอกจากจะช่วยแก้ท้องเสียแล้วยังช่วยหล่อลื่นลำไส้ ช่วยเพิ่มกากเวลาถ่าย กล้วยกึ่งดิบกึ่งสุกยังมีธาตุโพแทสเซียมสูงมาก ดังนั้นเวลาใช้กล้วย แก้ท้องเสีย ก็เท่ากับให้ธาตุโพแทสเซียมไปในตัวด้วย ตามธรรมดาคนไข้มักสูญเสียธาตุโพแทสเซียมในเวลาท้องร่วง การกล้วยห่ามจึงเป็นการชดเชยธาตุโพแทสเซียมที่เสียไป เพราะถ้าร่างกายสูญเสียธาตุโพแทสเซียมไปมากๆ ขณะท้องร่วง จะทำให้การเต้นของหัวใจผิดปกติในคนชราอาจทำให้หัวใจวายตายได้ ยิ่งไปกว่านั้นกล้วยที่เริ่มสุกจะมีสารเซโรโทนินอยู่มาก ช่วยออกฤทธิ์ กระตุ้นให้ผนังกระเพาะอาหารสร้างเยื่อเมือกมากขึ้น ช่วยเคลือบแผลในกระเพาะอาหาร แต่ไม่ช่วยลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารวิธีการกินกล้วยเป็นยาก็ไม่ใช่เรื่องกล้วยๆเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อกินเป็นยาแก้โรคกระเพาะ ควรนำกล้วยดิบมาฝานเป็นแว่นบางๆ แล้วอบให้แห้งที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส ห้ามใช้ความร้อนสูงกว่านี้เด็ดขาด เพราะสารในกล้วยมีฤทธิ์รักษาโรคกระเพาะนั้นจะสูญเสียไปหรือหมดฤทธิ์ไปเลยก็ได้ ถ้าโดนความร้อนสูงมากเกินไป กล้วยดิบที่ผ่านการอบอุณหภูมิต่ำแล้ว ให้นำมาบดเป็นผง กินครั้งละ 1 ช้อนชา จะผสมกับน้ำผึ้งหรือไม่ก็ได้ กิน 3 ครั้งก่อนอาหาร กล้วยดิบๆมีฤทธิ์ทั้งป้องกันและรักษาโรคกระเพาะ ส่วนยาแผนปัจจุบันทุกขนานที่ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารนั้นมีฤทธิ์เพียงป้องกันแต่ไม่ช่วยรักษา กล้วยจึงเป็นยารักษาโรคกระเพาะที่มีราคาถูกที่สุด และหาง่ายที่สุด
ส่วยกล้วยน้ำว้าสุกนั้นกลับมีสรรพคุณ ตรงกันข้ามกับกล้วยดิบ คือกล้วยสุกกลับเป็นยาระบายแก้ท้องผูก เพราะมีสาร เพ็กติน อยู่มาก ช่วยเพิ่มกากในลำไส้ กล้วยที่สุกงอมมากๆจะมีฤทธิ์ระบายสูง เพราะมีสารเพ็กติน มากขึ้นนั่นเอง ฤทธิ์ระบายของกล้วยน้ำว้าสุกไม่รุนแรงมากต้องกินเป็นประจำวันละ 5-6 ลูก จึงจะเห็นผล อุจจาระที่ออกมาเป็นสีเหลือง ไม่มีกลิ่นเหม็น การกินกล้วยสุกก็ต้องเคี้ยวให้ละเอียด นานๆ เพราะกล้วยเป็นผลไม้ที่มีแป้งอยู่ถึง 20 -25 % ของเนื้อกล้วย จึงสามารถนำมาเป็นอาหารเสริมให้เด็กเล็กได้ ตามปกติ กระเพาะมีเอนไซม์ย่อยแป้งน้อย การเคี้ยวกล้วยให้แหลกละเอียดจะช่วยแป้งได้มากก่อนกลืนลงกระเพาะ หากกินกล้วยโดยเคี้ยวหยาบๆ จะทำให้ท้องอืด จุกแน่น โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ควรเริ่มให้กินกล้วยสุกเมื่อเด็กเริ่มกินข้าวบดได้ อายุราว 3 เดือน โดยขูดเนื้อกล้วยสุก ( ไม่เอาไส้กล้วยเพราะจะทำให้เด็กท้องผูก ) ให้กินคราวละน้อยๆ ไม่ควรเกินครึ่งช้อนชา วันละครั้ง เพราะเด็กยังมีน้ำย่อยแป้งไม่พออาจเกิดอาการท้องอืดได้ เด็กอายุครบขวบกินกล้วยครั้งละ 1 ลูก วันละครั้งก็พอ
นอกจากนี้ เด็กที่มีผิวหนังเป็นตุ่มคันจากยุงกัด มดกัด หรือเป็นผื่นคันเนื่องจากลมพิษ สามารถใช้เปลือกกล้วยน้ำว้าสุกด้านใน ทาถูบริเวณนั้นสักครึ่งนาที รับรองว่าอาการคันจะหายเป็นปลิดทิ้ง นี่เป็นเคล็ดลับภูมิปัญญาไทยที่ใช้กล้วยน้ำว้าเป็นยาสามัญประจำครัวเรือน กล้วยน้ำว้ามีประโยชน์มากมายมหาศาล นอกจากกล้วยที่เป็นผลไม้ อาหาร และสารพัดขนม ใบตองกล้วยยังใช้ทำกระทงใส่ข้าว ของคาว ของหวานแทนถ้วยชาม กาบกล้วยใช้ทำเชือก ซึ่งไม่เคยก่อปัญหาภาวะต่อสิ่งแวดล้อม คนไทยในยุคน้ำมันแพง น่าจะหันกลับมาสร้างค่านิยมปอกกล้วยเข้าปาก เพื่อสุขภาพพลานามัยที่ดีในราคาประหยัด สุดคุ้มเหมือนในยุคปู่ย่า ตายายของเรา
ที่มา:http://www.uniserv.buu.ac.th/forum2/topic.asp?TOPIC_ID=1346
เป็นอย่างไรครับได้อ่านเรื่องของกล้วย แล้วกลับไปสำรวจที่บ้านเราว่ามีกล้วยหรือเปล่าครับ ซึ่งบางครั้งคนไทยก็มีการเปรียบเทียบเรื่องกล้วยกับปัญหาต่างๆ ว่าเป็นเรื่องกล้วยๆ ซึ่งมันก็คงหมายถึงถึงปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่สามารถแก้ได้อย่างง่ายดาย แต่บางครั้งปัญหาก็ไม่ใช่กล้วยๆ นะครับ สุดท้ายแล้ว “ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไข” เสอมครับ





Tags:
แม่ผมบอกบดให้กินตอนเป็นทารก
เห็นกล้วยแล้วคิดถึงบ้านเลยครับ 5555
เรียกได้ว่าใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนเลยครับ ความมหัศจรรย์ของผลกล้วยคือ ดิบบดแห้งเป็นสมุนไพรรักษากระเพาะ แต่พอเอาดิบมาตำๆๆ เป็นการระบาย เหอะๆ พอห่ามมาทำบวชชี กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงเบาหวาน ไปซะงั้น ….ก็ว่าไป โดยรวมยังคงเป็นผลไม้ที่มีคุณค่า ราคาถูก ระวังสำหรับท่านที่ลดน้ำหนักด้วยนะครับ….มันทำให้อ้วนๆๆๆๆ หากกินเยอะ
10Logic.com => ตอนเด็กๆแม่ผมบอกว่า “ผมชอบกินข้าวกับกล้วยบดมากเลยครับ’
หมออนาเมา =>ขอบคุณหมอมากๆ ที่ช่วยเพิ่มเติมข้อมูล “เรื่องกล้วยๆ” แต่ไม่กล้วยเลยครับ
ชอบทานกล้วยเหมือนน้องปัน ปันเลยค่ะ ทานง่ายและมีประโยชน์แบบนี้ กล้วยจึงนับได้ว่าเป็นของทานที่จะได้ในครัวของบ้านเกศเลยนะคะ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมด้วยค่ะ
ปล. ขอบคุณที่ตามไปเยี่ยมเยียนไดอารี่เกศนะจ๊ะ (^^)
เป็นบลอกที่ฮอตมากค่ะ ไม่เคยมาเป็นคนแรกเลยเรา
เรื่องกล้วยนี่ หมอสมัยใหม่ไม่ค่อยจะแนะนำให้เด็กเริ่มอาหารเสริมด้วยกล้วยแล้วค่ะ ด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ
สวัสดีครับ พ่อน้องปัน ป้น
ผมหายจากบล็อกไปนานเป็นเดือนแล้ว เพิ่งจะเริ่มปรับตัวได้แล้วครับ
ผมว่ากล้วยนี่ ตอนเราเป็นเด็กๆ ต้องเคยกินกล้วยน้ำว้าบดกันทุกคนแน่ๆเลยครับ
เห็นด้วยนะค่ะ ตอนเด็ก ๆ บางคนก็กินแต่กล้วย ๆๆ
แม่น้องต้นหนาว=>ขอบคุณ “แม่น้องต้นหนาว” ครับ
cymrybot=>ยินดีต้อนรับครับ….พ่อปัน ปัน ก็เป็นบางครั้งเพราะ “งานประจำ” เยอะมากครับ
กระปาล์ม=>จริงๆ แล้วกล้วยนี่แทบจะเป็นอาหารประจำบ้านทั่วไปตามชนบทเลยก็ว่าได้ครับ
กล้วยน้ำว้าเนี่ย ของโปรดเลยค่ะ อ่านบทความแล้วนึกถึงสมัยเด็ก
เมื่อก่อนที่บ้าน หลังบ้านจะปลูกกล้วยไว้เยอะมาก กล้วยสารพัดประโยชน์จริงๆ
เอามาเป็นของเล่นจนเสื้อผ้าเลอะเทอะย่งกล้วยไปหมด
เล่นตั้งแต่ ม้าก้านกล้วย ปีนก้านกล้วย
แถมใบยังเอามาฉีกเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว เอามาติดเป็นผม -”-
เวลากล้วยสุก ที่บ้านก็เอามาทำขนมสารพัดเลย
ทั้ง ขนมกล้วยทั้งนึ่งทั้งปิ้ง กล้วยบวชชี ทำข้าวต้มห่อ(ข้าวต้มมัด) ขายด้วย
แถมคนข้างบ้านเอาหยวกกล้วยไปสับให้หมูกินอีก
พ่อปัน ปัน ก็เคยเล่นครับ…ม้าก้านกล้วย , ปืนก้านกล้วย , ถึงตอนนี้เองเมื่อไรที่กลับไปหาลูกชาย
มีโอกาสก็จะทำม้าก้านกล้วย และปืนก้านกล้วยให้เด็กๆ ได้เล่นกันครับ
ของกล้วยๆ แต่กล้วยประโยชน์เหลือหลายครับ
เด็กๆก็ได้กล้วยที่แม่บทให้กินนี่แหละถึงโตมาขนาดนี้อิอิอิ
บางอย่างก็กล้วยๆ ครับ….แต่บางอย่างก็ไม่ใช่กล้วยๆ เช่นเดียวกัน
เรื่องกล้วย ๆ แต่บางทีก็ไม่กล้วยอย่างที่คิด
กินกล้วยตอนเช้า ทำให้ไม่มีกลิ่นปากนะ บอกต่อ
และทำให้ขึฃับถ่ายงานด้วย