เลือกทางเดิน
วันนี้มีเรื่องที่ต้องนำมาพูดคุยให้ฟังครับ ก็เกี่ยวเนื่องกับน้องปัน ปัน โดยตรงเลยที่เดียวซึ่งจะว่าไปแล้วเหตุการณ์นี้คงต้องเกิดเคยกับบรรดาพ่อและแม่อีกหลายๆท่านที่มีน้องๆ ในวัยเดียวกันกับน้องปัน ปัน ครับ
เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมนี้เรา (หมายถึง “พ่อปัน ปัน + แม่ปัน ปัน”) ตกลงตัดสิ้นใจกันว่าต้องนำน้องปัน ปัน มาเลี้ยงเองเสียแล้ว ก็เนื่องจากพฤติกรรมหลายๆ อย่างที่น้องปัน ปัน แสดงออกมาทั้งในด้านบวกและด้านลบ ซึ่งน้องปัน ปัน ก็ไม่รู้หรอกว่าพฤติกรรมนั้นๆ มันจะติดตัวไปตอนน้องปัน ปัน โตหรือเปล่า ซึ่งบางอย่างก็ดีไป แต่ว่าบางอย่างก็ไม่สมควรที่จะต้องให้ติดเป็น “นิสัย” ไปจนโต
พ่อและแม่ของน้องปัน ปัน ไม่ได้ไปโทษหรือกล่าวโทษใครๆ ทั้งสิ้น เพราะเด็กก็คือเด็กเห็นพฤติกรรมต่างๆ ทุกวันและซ้ำๆ กัน ก็จะเกิดการเรียนรู้ และเลียนแบบตามมา ซึ่งเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ครับ
ถ้าจะให้โทษคงต้องเป็นที่ตัวพ่อและแม่ของน้องปัน ปัน มากกว่า “เพราะสร้างน้องปัน ปัน” ให้เกิดมาแล้วไม่สามารถที่จะเลี้ยงดูได้ต้องให้ญาติๆ ช่วยเลี้ยงดูให้ แต่คนที่เลี้ยงดูก็รักน้องปัน ปัน เพราะเป็นยายๆ และตาๆ ทั้งหลายซึ่งส่วนมากก็อยู่บ้านติดๆ กัน
อีกสาเหตุหนึ่งคือตอนนี้น้องปัน ปัน อายุ 2 ขวบกว่าๆ แล้ว อีกไม่นานก็ต้องเตรียมที่จะเข้าโรงงเรียนตามวัยแล้ว พ่อและแม่ปัน ปัน ก็เลยมาเตรียมความพร้อมของตัวน้องปัน ปัน ก่อนเพราะต้องเริ่มเข้าไปอยู่ในสังคม ต้องมีการปรับตัวเองให้อยู่กับสังคมได้ ในทุกๆเรื่อง
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการดำเนินชีวิตของคนครับ ซึ่งคำว่า “ครอบครัว” คงต้องมี พ่อ แม่ ลูก และญาติๆ ซึ่งน้องปัน ปัน ก็คงต้องการในสิ่งนั้นๆ ซึ่งตอนนี้น้องปัน ปัน เริ่มจะติดแม่แล้วเพราะจะไปไหนทีก็ต้องเรียกหาแม่ แม้แต่จะเล่นยังต้องให้แม่ หรือพ่อมานั่งใกล้ๆ เพราะกลัวว่าจะหนีไปที่อื่นนั่นเอง ซึ่งเด็กคงคิดว่าถ้ามีพ่อหรือแม่อยู่ใกล้ๆ แล้วเค้ารู้สึกถึงความปลอดภัยนั่นเองครับ


Tags:
พูดได้ ซึ้ง มากครับ
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ถ้ามีเวลาเลี้ยงเองก็ควรจะเลี้ยงเองบ้าง ให้เขาได้รับความอบอุ่นและการปลูกฝังที่ดีจากพ่อและแม่ครับ เมื่อเขาโตมาจะได้ซึมซับสิ่งดีๆ ที่ได้เห็นและได้รับจากพ่อแม่ครับ ผมว่าสำคัญเลยทีเดียว
แต่ถือว่าน้องปันปัน โชคดีมากเลยทีเดียวที่มีพ่อแม่ที่รักและเอาใจใส่แบบ พ่อปันปัน และแม่ปันปัน ครับ …
ทฤษฎีสู้ประสบการณ์ตรงไม่ได้ครับสำหรับผม ถึงชอบอ่านเรื่องจากบล็อกแห่งนี้ไง หุหุ
ผมอาจจะเข้าใจอารมณ์นี้ดี เพราะผมเกิดมาก็ถูกใครก็ไม่รู้เลี้ยง ไม่ใช่พ่อไม่ใช่แม่ ไม่ใช่ญาติ (แต่ผมก็รักเหมือนญาติ) ดูแลผมจนถึงเข้าเรียน ม.1 คิดดูว่าตั้งแต่เด็กจนถึง ม.1 มันกี่ปี ผมไม่เคยรู้เลยว่าพ่อแม่คืออะไร (สมัยเด็ก) จนมาถึงตอนนี้ผมมักจะสงสัยตัวเองว่าทำไมไม่รู้สึกว่าคิดถึงพ่อแม่ หรือคิดถึงพี่น้องเลย
ก็รักนิ
เห็นด้วยที่สุดเลยค่ะ ว่าพ่อแม่เป็นบุคคลที่คอรจะบ่มเพาะดูแลพฤติกรรมของลูกๆ ด้วยตัวเอง ไม่มีใครจะทำได้ดีกว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่แล้วค่ะ
ถ้าปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป ยิ่งนานสิ่งแย่ๆ ยิ่งแก้ไขได้ยากขึ้น
เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง และเหมาะสมกับอนาคตของชาติรุ่นต่อไปค่ะ
ไอ้ติวเตอร์ =>น้องติวเตอร์…ลองคิดถึงตอนน้องติวเตอร์เด็กๆ เท่าน้องปัน ปัน ก็จะรู้ครับว่าพ่อแม่รักน้องติวเตอร์แค่ไหน
NineNarin =>ขอบคุณครับ…พ่อแม่ทุกคนครับรักลูกยิ่งกว่าชีวิตตนเองครับเห้นลูกเจ็บ…พ่อแม่เจ็บมากว่าครับ
หมออนาเมา =>ขอบคุณหมออีกคนครับที่ช่วยเป้ยกำลังใจครับ
กระปาล์ม =>ไม่ต้องไปโทษพ่อแม่เรานะครับ…เค้าอาจมีเหตุที่ต้องจำเป็นซึ่งบ้างครั้งเราก็ไม่เข้าใจเท่าไร…
ไม่ว่าลูกคนไหนก็แล้วแต่…พ่อแม่เลี้ยงได้แต่ตัวครับ….จิตใจเป็นสิ่งที่เราเลือกและกำหนดเองครับ…จะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กลับตัวเราเลือกเดินเองครับ
10Logic.com =>ถูกต้องครับ…ขนาดเราโตอายุ 30 กว่าๆ กลับไปบ้านพ่อแม่เรายังห่วงใยเราตลอดเวลา เราได้ว่า “ไม่เคยโตในสายตาของคนเป็นพ่อแม่ครับ”
แม่น้องต้นหนาว =>ขอบคุณครับ
ผมก็ไม่ใช่โกรธอะไรนะครับ เพียงแค่รู้สึกว่า ไม่ค่อยได้อยู่กับพ่อกับแม่ เท่าไหร่เลย