วัยเรียนรู้

วัยเรียนรู้

น้องปัน ปัน ตอนนี้ก็อายุ 2 ขวบกับ 4 เดือนแล้วซึ่งจากการที่พ่อปัน ปัน และแม่ปัน ปัน ได้เลี้ยงดูเองอย่างใกล้ชิดทำให้ได้เห็นพฤติกรรมต่างๆ และการเรียนรู้ของลูกชายในด้านต่างๆ พ่อปัน ปัน เลยอยากนำมาบอกกล่าวให้ได้อ่านกันครับ อย่างน้อยๆ ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ครับ

ด้านสุขภาพร่างกาย
เมื่อเด็กเล็กๆ ได้รับความอบอุ่นจากพ่อและแม่อยู่ทุกวัน พ่อปัน ปัน มีความเชื่อว่าจะมีภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ได้ระดับหนึ่งครับ ซึ่งพ่อปัน ปัน สังเกตจากน้องปัน ปัน เมื่อมาอยู่ระยองกับพ่อละแม่แล้ว ไม่ค่อยเจ็บป่วยหรือเป็นไข้เลยครับ อีกทั้งยังสดใสร่าเริงตามภาษาของเด็กๆ ซึ่งวัยขนาดนี้ต้องการเล่นสนุกสนาน ไปวันๆ ครับ เพราะตื่นเช้ามา หรือว่าตอนเย็น เห็นพ่อปัน ปัน ที่ไรก็ต้องชวนให้มาเล่น “เตะฟุตบอล” ทุกครั้งไป บางครั้งพ่อปัน ปัน แอบไปนอนก็จะมาเรียกให้ไปเล่นด้วยเสมอๆ

ด้านความรัก
อันนี้พ่อปัน ปัน และแม่ปัน ปัน ให้ความสำคัญมากครับผม ก่อนออกไปทำงาน และ หลังจากกลับจากทำงาน พ่อปัน ปัน จะต้องหอมแก้มน้องปัน ปัน ทั้ง 2 ข้างเสมอๆ เพื่อให้ลูกชายคุ้นเคยกับเรามากที่สุด และจะต้องทำเป็นประจำจนเป็นเรื่องปกติ ซึ่งเด็กๆ เขาจะค่อยๆซึมซับได้เองครับ

ด้านพฤติกรรม
สำหรับพฤติกรรมการแสดงออกด้านอารมณ์ “วัยกรี๊ด” ตอนนี้หายไปแล้วและไม่ค่อยเจอ ซึ่งน่าจะเป็นช่วงวัยของเด็กก็เป็นไปได้ และส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากสิ่งแวดล้อมครับ เพราะถ้าเมื่อไรน้องปัน ปัน กลับไปเจอเพื่อนๆ รุ่นพี่ ที่บ้านคุณยายก็จะเริ่มมี เสียงกรี๊ดให้เห็นครับ อาจจะเลียบแบบพี่ๆ หรือว่า ต้องการสื่อสารกับพี่ๆ ให้เข้าใจก็ได้เพราะตัวน้องปัน ปัน ยังคุยกับเพื่อนๆ รุ่นพี่ยังไม่รู้เรื่องครับ

ด้านระเบียบวินัย
อันนี้ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปครับ เพราะเด็กๆ จะไม่ค่อยชอบเรื่องการบังคับ ยกตัวอย่างที่เห็นชัดๆ ครับ “เรื่องการอาบน้ำ” ถ้าวันไหนน้องปัน ปัน อยากอาบน้ำเอง เรียก คำเดียวว่า “น้องปัน ปัน ไปอาบนะครับ” ก็จะเดินนำหน้าเข้าห้องน้ำเลยครับ แต่ถ้าวันไหนยังไม่อยากอาบ ก็ต้องหลอกล่อกันสุดฤทธิ์ครับ ทั้งพ่อและแม่ อีกหนึ่งตัวอย่าง เป็นเรื่องของการเก็บของเล่น อันนี้ฝึกให้เด็กมีความรับผิดอย่างหนึ่งครับ เพราะเมื่อน้องปัน ปัน นำของเล่นต่างๆ มาเล่นแล้วเกะกะ ตอนเลิกเล่นก็ต้องบอก “น้องปัน ปัน เล่นแล้วก็ต้องช่วยเก็บนะครับ” ซึ่งก็ได้ผลครับถึงจะไม่เรียบร้อยหมดแต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีครับ และพ่อกับแม่ต้องช่วยเขาเก็บด้วยครับ พร้อมทั้งให้กล่าวคำชมเชย หรือ แสดงความยินดีว่าเขาทำงานสำเร็จด้วยครับ (พ่อปัน ปัน ใช้วิธีการตบมือ และกล่าวคำชมเชยครับ)

เป็นอย่างไรบ้างครับ มันอาจจะเป็นการยากในบางเรื่อง และเหนื่อยด้วยแต่ว่า “มีความสุข” ซึ่งพ่อปัน ปัน ว่าท่านไหนที่มีลูกเล็กๆ ในวัยเดียวกันกับน้องปัน ปัน ก็คงมีความรู้สึกไม่ต่างจากนี้ไปมากครับ ซึ่งถ้าได้เลี้ยงลูกเองด้วยแล้ว ซึ่งการเลี้ยงดูลูกให้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่เลี้ยงง่ายครับ แต่ว่า “เลี้ยงลูกให้เป็นคนดี” อันนี้สิครับเป็นสิ่งที่ท้าทายพ่อแม่ทุกคนที่ต้องทำให้ได้ครับ

Comments

4 Responses to “วัยเรียนรู้”
  1. เห็นด้วยค่าาาาาาา ^^

  2. หมออนาเมา พูดว่า:

    ความคิดของเด็กน้อย เรื่องเหตุและผล เป็นเรื่องลอง แต่เค้าจะพยายามเรียนรู้ตามแบบอย่างมากกว่า สิ่งที่เราบอก….แต่พอเริ่มเข้าใจสิ่งเหล่านี้มากขึ้น จะเกิดการเปรียบเทียบว่า ทำไมแม่ของเพื่อนเป็นแบบโน้น นี้…
    ส่วนการเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีผมคิดว่า ความรู้…และความลำบาก ช่วยได้เยอะครับ…..ไม่ได้อิงทฤษฎี แต่จากชีวิตจริง เหอะๆ

  3. doohub พูดว่า:

    นี่ถ้าผมเป็น บก นิตยสารสักเล่ม ผมจะมาเอาข้อมูลที blogpun ไปลงเลยครับ เนื้อหาดี มีสาระ น่าสนับสนุนมาก ๆ เป็นบล็อกที่น่าจะได้รับรางวัล คุณพ่อดีเด่น ผมพูดจริงนะ ไม่ได้แอบชม ปล. วันนี้ไม่ได้เมา ครับ ปกติไม่ได้ดื่มอะไรอยู่แล้ว :)

  4. พ่อปัน ปัน พูดว่า:

    แม่น้องต้นหนาว =>ขอบคุณครับ
    หมออนาเมา =>เด็กต้องรู้จักคำว่า “ความลำบาก” ก่อน “คำว่าสบาย” ครับ ….
    doohub =>ขอบคุณมาก…อีกครั้งครับผม

Post a Comment