สอนลูกให้กินผัก
วันนี้พ่อปัน ปันต้องนำรถมาเข้าศูนย์ Honda เลยมีโอกาสเล่น Net ที่ศูนย์ที่เค้าปล่อย Wireless ให้กับลูกค้าที่ต้องมานั่งรอระหว่างที่ต้องตรวจเช็คต่างๆ นึกขึ้นมาได้มาเคยมีเพื่อน ที่สมัยเรียนหนังสือด้วยกัน กินผักไม่เป็นเวลาสั่งอาหารกินเป็นต้องเขี่ยผักมาให้เราประจำ เลยลองถามเค้าเล่นว่าๆ กินผักไม่ได้จริงๆหรอก เพื่อนตอบว่า “ไม่เคยกินเลย” เพราะตั้งแต่เด็กๆ แม่ไม่เคยได้ให้กินผัก ซึ่งตอนนี้ตัวเพื่อนของผู้เขียนเองก็มีลูกแล้ว แต่ผู้เขียนไม่กล้าไปถามเค้าว่าลูกของเค้ากินผักได้หรือเปล่า นี่จึงเป็นที่มาของบทความนี้ครับ “สอนลูกให้กินผัก”
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกวัย 3-4 เดือน และอยากหัดให้ลูกกินผักตั้งแต่ยังเล็ก แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี เรามีคำแนะนำดีๆที่จะช่วยให้ลูกของคุณเป็นนักกินผักตั้งแต่ยังเป็นเด็กตัวน้อยๆ ลองคิดดูว่าการได้เห็นลูกกินผักอย่างเอร็ดอร่อยนั้นจะทำให้คุณพ่อคุณแม่ชื่นอกชื่นใจขนาดไหน เพราะฉะนั้นก็ต้องมาเริ่มหัดกันตั้งแต่เด็กๆนี่แหละค่ะ
ก่อนอื่นการสอนให้เด็กกินผักนั้น สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรเรียนรู้มีดังนี้อายุของเด็ก
เด็กสามารถกินผักได้เมื่ออายุ 3-4 เดือนขึ้นไป โดยคุณพ่อคุณแม่ควรให้เด็กเริ่มกินผักไปพร้อมๆกับอาหารอื่นๆ เพื่อให้เด็กคุ้นเคยกับการกินผัก ไม่แปลกกลิ่นแปลกรส
เลือกผักให้เหมาะกับวัยของเด็ก
ครั้งแรกที่ให้เด็กกินผักควรเริ่มจากผักใบเขียว เช่น ใบตำลึง ใบผักบุ้ง ผักโขม ซึ่งมีรสกลางๆ ไม่ขมหรือเฝื่อนเพราะจะทำให้เด็กขยาดการกินผักตั้งแต่ครั้งแรก ส่วนผักจำพวกกะหล่ำดอก กะหล่ำปลี ควรให้เมื่อเด็กอายุ 9 เดือน หรือ 1 ขวบขึ้นไป เนื่องจากผักประเภทนี้เมื่อกินแล้วอาจเกิดแก๊ซทำให้ท้องอืดหรือเสียดท้องได้ หากเป็นผักประเภทหัวและราก เช่น หัวไช้เท้า หอมใหญ่ แครอท ถั่วงอก รวมถึงบวบและผักอื่นๆ ควรเริ่มให้เมื่อเด็กอายุ 3-4 ขวบ ซึ่งคุ้นเคยกับผักดีแล้ว ผักที่นำมาประกอบอาหารให้เด็กควรเลือกผักที่สดใหม่ และเป็นผักที่หาได้ในท้องถิ่น และคำนึงถึงความปลอดภัยปลอดสารพิษเป็นหลัก โดยควรล้างผักให้สะอาดการประกอบอาหาร
ผักที่เตรียมสำหรับเด็กอ่อนควรต้องต้มให้เปื่อยหรือจะใช้วิธีการบดหรือยีให้ละเอียดก็ได้ โดยเลือกผักที่มีกากน้อย เช่น ใบผักโขม มันเทศ ใบผักบุ้ง ใบตำลึง ฟักทอง มันฝรั่ง การทำอาหารให้เด็กเล็กๆเพียงใส่เกลือเล็กน้อย ปิดฝาต้มเคี่ยวให้ผักเปื่อยเป็นใช้ได้ ไม่ควรใส่น้ำมาก และควรนำน้ำต้มผักนั้นมาใช้ด้วย เพราะเกลือแร่และวิตามินจะอยู่ในน้ำต้มผัก จึงไม่ควรทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ เมื่อเด็กโตขึ้นและเริ่มคุ้นเคยกับรสชาติและกลิ่นของผักแล้ว อาจเปลี่ยนวิธีการหุงต้ม ไปตามวัยของเด็ก เช่น จากผักบดเป็นต้มเปื่อย อบ ผัด นึ่ง ลวก และเมื่อเด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไป อาจทดลองให้เด็กหัดกินผักสดที่มีรสหวาน เช่น แตงกวา มะเขือเทศ เป็นต้นปริมาณผักที่ให้กับเด็ก
ครั้งแรกที่ให้เด็กกินผัก ควรเริ่มจาก 1 ช้อนชา แล้วจึงค่อยๆเพิ่มเป็น 2 ช้อนโต๊ะ แล้วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนถึง 1/4 ถ้วย และควรให้อาหารผักกับเด็กในมื้อบ่ายหรือมื้อเที่ยงก่อนโดยผสมกับข้าวและเนื้อสัตว์ต่างๆ ต่อมาจึงเพิ่มเป็นมื้อเย็นด้วยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และเมื่อเด็กกินอาหารได้ครบ 3 มื้อ ก็ควรจัดตารางอาหารเป็น มื้อเช้าเป็นน้ำผลไม้ ผลไม้สด ส่วนมื้อกลางวันและมื้อเย็นควรจะให้ทั้งผักใบเขียวและผักสีเหลืองทำอย่างไรเมื่อเด็กไม่ยอมกินผัก
ปัญหาหนึ่งของเด็กที่ไม่ยอมกินผักนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่คุณแม่ไม่หัดให้กินผัก และอีกส่วนหนึ่งจากการที่คุณแม่ไม่ค่อย (หรือไม่เคย) ให้เด็กกินผักต้มเปล่าๆเป็นกับข้าว แต่ใส่ผักผสมลงในข้าวตุ๋นตลอดมา ทำให้เด็กไม่คุ้นเคยกับรสชาติของผักล้วนๆ เมื่อคุณแม่ป้อนผักจึงเอาลิ้นดุนออกมาหมด เพราะฉะนั้นคุณแม่อาจใช้วิธีหั่นผักละเอียดๆแล้วใส่ปนลงไปในอาหารอื่นๆด้วย เช่น ไข่เจียวใส่ผัก หรือผสมลงในหมูสับ ทำหมูทอดใส่ผัก เป็นต้น
การสร้างความคุ้นเคยให้เด็กกินผัก อาจเริ่มต้นด้วยน้ำซุปใสๆแล้วเพิ่มเนื้อผักนุ่มๆหวานๆลงไป เช่น ผักกาดขาว ตำลึง ฟัก ฯลฯ หรืออาจทำผักชุบแป้งทอดให้เด็กๆกินเล่น หรือให้กินขนมที่ทำจากผัก เช่น กล้วยบวดชี ขนมฟักทอง หรือการผัดผักหั่นชิ้นเล็กกับน้ำมันหอยให้เด็กๆกินแกล้มกับของชอบ ก็จะช่วยให้เด็กคุ้นเคยกับการกินผักได้อีกทางหนึ่ง พอเด็กเริ่มกินผักได้จึงเริ่มขยับไปเป็นผักสดต่อไป
คุณแม่อาจใช้วิธีให้ผลไม้แทนไปพลางๆก่อน เมื่อโตขึ้นจึงเริ่มให้ลองกินใหม่ หรือจัดอาหารผักไว้บนโต๊ะอาหารบ่อยๆ แล้วชักชวนให้เด็กลองทีละน้อยโดยไม่บังคับ สำหรับเด็กแล้ว ใช้ลูกยุลูกยอจะได้ผลกว่า
การกินผักนอกจากจะทำให้เด็กได้วิตามินและเกลือแร่ที่มีประโยชน์จากอาหารผักอย่างเต็มที่แล้ว ยังพบว่า ผู้ใหญ่ที่มีรูปร่างสวยงาม บุคลิกดี ผิวพรรณดี สุขภาพแจ่มใสไม่แก่ก่อนวัย ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากนิสัยการกินที่ดี ชอบกินผักผลไม้มาตั้งแต่ยังเด็กนั่นเอง ดังนั้น บ่มเพาะนิสัยการกินผักให้เด็กเสียตั้งแต่วันนี้ ความหวังที่จะให้ลูกรักมีสุขภาพแข็งแรงและผิวพรรณที่ดี อารมณ์สดชื่นแจ่มใส ก็ยังไม่สายเกินไป
ที่มา :http://www.horapa.com/content.php?Category=Kidsfood&No=551
ท้ายสุดครับการที่พ่อแม่จะสอนลูกหรือหัดลูกให้ทำในเรื่องต่างๆ เราที่เป็นพ่อแม่ต้องปฎิบัติหรือทำให้ลูกเป็นตัวอย่างครับ เพราะลูกในช่วงวัยเด็กเล็กจะเห็นพ่อแม่เป็นฮีโร่สำหรับเค้าครับ แต่อย่างลืมว่าสิ่งไหนที่ไม่ดีก็ไม่ควรทำให้ลูกเห็นเช่นเดียวกันครับ ผู้เขียนเองก็ไม่ได้เลี้ยงลูกเองครับด้วยเรื่องของภาระหน้าที่การงาน แต่ก็ยังได้บรรดายายๆ ทั้งหลายของน้องปัน ปัน ช่วยกันเลี้ยง ตามใจมั่ง ตีมั่ง แต่ไม่เคยไปต่อว่าหรือตามใจลูก เพราะว่าเราไม่ได้เลี้ยงดูเค้าเองได้แต่คุยกับแม่ของปัน ปัน ว่า “เราต้องโทษตัวเองทั้ง 2 คน” ที่ไม่ได้เลี้ยงดูเองครับ


Tags:

ตอนเด็กผมก็ไม่ค่อยกินผักครับ กินแต่กับข้าวอย่างเดียว หลังๆมาเห็นพ่อ-แม่พากินเป็นตัวอย่าง ก็เลยลองแตะดู รสแปลกๆ แต่ไปๆมาๆ ก็กลายเป็นว่าเป็นคนชอบกินผัก
แต่เด็กทำสวนช่วยพ่อ-แม่ ปลูกพืชผักสวนครัว จำพวก ผักกาด ผักชี มะเขือ ถั่ว แตงไรงี้ ปลูกเองกินเอง ปลอดภัยดีครับ
ดีจังคุณเดย์ยังมีโอกาสได้สัมผัสบรรยายกาศท้องทุ่งแบบ ชาวบ้านๆ มีความสุขอีกแบบหนึ่งครับ
เราเป็นคนชอบกินผักมากเลยค่ะ ที่บ้านสอนให้กินตั้งแต่เด็กๆ จำได้ว่าถ้ากินข้าวต้มหรือก๋วยเตี๋ยวต้องบอกว่าเอาผักชีเยอะๆ
แต่ทุกวันนี้กลายเป็นคนเกลียดผักชีไปซธแล้ว 55
พอมาถึงลูกเราให้กินผักหลายชนิดมากเลยค่ะ ทำไปกับข้าวให้เค้ากินไปเลย จะได้ชินๆ
แวะมาทักทายน้องปันปัน และคุณพ่อคุณแม่น้องปันปันค่ะ
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมบล็อกนะคะ ^^
เคยได้อ่านเรื่องของน้องปันปันในเว็บ mothercorner ของแม่ต้นหนาว
น้องเก่งมากเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่นะคะ
ส่วนเรื่องกินผักเนี่ยะ หลานสาว (พี่สาวของน้องม่อน) เป็นอยู่เลยค่ะ ไม่กินผักทุกชนิด
จะลองจำวิธีที่คุณพ่อน้องปันปันเขียน แล้วเอาไปบอกต่อพี่ชายพี่สะใภ้ให้ลองดูนะคะ ^^
อ้อ ถ้าคุณพ่อจะพาน้องไปชิมเค้กสตรอเบอร์รี่ ลองแวะไปที่ Homework ราชพฤกษ์นะคะ
ไม่แน่ใจว่ามีสาขาอื่นไม๊ เพราะกินอยู่สาขาเดียว แหะๆ
สำหรับน้องปัน ปัน อยู่ที่โคราชครับ…ส่วนพ่อปัน ปัน อยู่ระยอง …แม่ปัน ปัน อยู่กทม. ครับจะได้ไปเจอน้องปัน ปัน ก็ทุกเสาร์อาทิตย์ ครับผม….เหนี่อยครับแต่มีความสุข