สมอง ตอนที่2
สำหรับวันนี้ก็นำเรื่องราวเกี่ยวกับสมองของลูกน้อยตอนที่ 2 มาแบ่งปัน ความรู้กันครับ เป็นตอนต่อจากตอนที่ 1 สำหรับท่านใดยังไม่ได้อ่านทบความเกี่ยวกับ สมองตอนที่ 1 ก็อ่านได้ครับมาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ
สมองของทารกแรกเกิด-1ขวบ
วัยนี้พัฒนาการร่างกายเติบโตอย่างชัดเจน สมองส่วนที่เกี่ยวกับการมอง การฟัง ความจำ และสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึกจะพัฒนาเร็วมาก เห็นได้จากพัฒนาการตามวัยที่สอดคล้องกับพัฒนาการทางสมอง ตัวอย่างเช่น การมองที่เริ่มพัฒนาการมาจากการมองเห็นไม่ชัดเจนในเดือนแรกๆ จนสามารถมองตามสิ่งของที่เคลื่อนไหวได้ดีขึ้นในเดือนที่ 5 เป็นต้น จึงควรส่งเสริมพัฒนาการทั้งด้านการมอง การฟังและพัฒนาการด้านอารมณ์ ด้วยการหาของเล่นที่มีสีสันสะดุดตามาให้ลูกดู รวมทั้งการพูดคุยและเล่านิทานให้ลูกฟังบ่อยๆ และที่สำคัญอย่าลืมกอดลูกด้วย เพราะจะทำให้ลูกน้อยรับรู้ถึงความรักที่คุณพ่อคุณแม่มีให้ และยังช่วยให้เซลล์สมองเชื่อมต่อกันมากขึ้น ส่งผลให้สมองพัฒนาได้ดียิ่งขึ้น
สมองของลูกวัยเตาะแตะ
วัย 2 ขวบ
สมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวจะพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยสมองส่วน “เทมพอรัลโลบ (Temporal lobe)" ที่ดูแลด้านภาษา การพูด และสมองส่วนความจำ “ฮิปโปแคมปัส (Hipppcampus)” รวมไปถึงสมองส่วน “พรีฟรอนทัล (Prefrontal cartex)” ยังคงพัฒนาต่อเนื่อง
วัย 3 ขวบ
เป็นช่วงที่เปลือกสมองส่วนต่างๆ มีการเชื่อมโยงข้อมูลกันมากขึ้น ทั้งระหว่างสมองทั้งสองซีกและภายในสมองแต่ละซีก ช่วงนี้ลูกจะพัฒนาทักษะต่างๆ เพิ่มขึ้น สามารถเข้าใจสิ่งที่เป็นเหตุผลง่ายๆ ได้ คุณพ่อคุณแม่ควรสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้ลูก และที่สำคัญต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกด้วย
สมองของวัยเรียนรู้ 4-6 ขวบ
วัยนี้เรียนรู้และพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ได้มากขึ้น สมองแต่ละส่วนเชื่อมโยงกันได้มากขึ้น มีการสร้างรอยเชื่อมต่อเซลล์ประสาท หรือ “ซินแนป (Synapse)” มากมายในสมองส่วนต่างๆ ถ้าหากสมองส่วนใดเชื่อมโยงกันดีแล้ว เริ่มมีการสร้างเยื่อไขมันหุ้มเส้นใยประสาท ที่เรียกว่าการเกิดกระบวนการ “ไมอิลีนเนชั่น (Myelination)” ซึ่งจะเกิดอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นกิจกรรมใดที่เด็กสนใจและฝึกทำอยู่บ่อยๆ ก็จะช่วยพัฒนาสมองได้มากขึ้น เนื่องจากรอยเชื่อมต่อของวงจรประสาทมีความแข็งแรงมากขึ้น เราเรียกกระบวนการนี้ว่า “สเตบิไลเซชั่น ออฟ ซินแนป (Stabilization of synapses)” คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุย ชวนทำกิจกรรม และอ่านหนังสือให้ลูกฟังอย่างสม่ำเสมอ ถ้าลูกสนใจเรื่องใดเป็นพิเศษก็ส่งเสริมในเรื่องนั้นๆ รวมทั้งเปิดโอกาสให้คิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง
สมองของวัยรุ่น
คุณพ่อคุณแม่อาจจะแปลกใจปนความไม่เข้าใจกับพฤติกรรมของลูกวัยรุ่น เช่น ติดเพื่อน ติดเกม อยากลองอะไรเสี่ยงๆ อย่างเช่น เหล้า บุหรี่ หรือแม้แต่ยาเสพติด ชอบเที่ยวกลางคืน รวมไปถึงพฤติกรรมอีกมากมายที่ผู้ใหญ่มองว่า เป็นสิ่งที่ไม่ดี แล้วทำไมวัยรุ่นจึงไม่รู้จักคิดในเรื่องเหล่านี้ “คำตอบคือสมองของวัยรุ่นยังพัฒนาไม่เต็มที่” วัยรุ่นหรือช่วงอายุ 12-18 ปี เป็นอีกช่วงหนึ่งที่สำคัญ แม้ว่าสมองจะพัฒนาเสร็จเรียบร้อยแล้ว และมองจากภายนอกก็เหมือนกับผู้ใหญ่คนหนึ่ง แต่จริงๆแล้วความคิด การตัดสินใจ และการควบคุมอารมณ์ยังพัฒนาได้ไม่ดีเท่ากับผู้ใหญ่ เนื่องจาก “สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex)” ซึ่งทำหน้าที่คิดวิเคราะห์ วางแผน การคาดการณ์ถึงสิ่งที่จะเกิดตามมา ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ทำงานและคิดแบบผู้ใหญ่นั้นยังพัฒนาไม่สมบูรณ์
ขณะเดียวกันในสมองจะมีส่วนที่เรียกว่า “เบรน รีวอร์ด ซิสเทม (Brian Reward System)” ที่ทำให้รู้สึกพึ่งพอใจ และภาคภูมิใจในตัวเองโดยมีระดับ “โดปามีน (Dopamine)” เป็นตัวกำหนดซึ่งวัยรุ่นมีโดปามีนต่ำทำให้ต้องการและโหยหาความพอใจในตัวเอง ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงต้องส่วเสริมในทางที่ถูกต้อง พูดชมเชยเมื่อเค้าทำความดีหรือสิ่งที่ถูกต้องเพื่อเพิ่มเติมความพอใจที่เค้าขาดอยู่ เด็กวัยรุ่นจะต้องการคำพูดชมเชยมากกว่าปกติ และคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องแสดงให้เห็นจากการกระทำด้วยว่าคุณรู้สึกชื่นชมเค้าจริงๆ ถ้าเด็กวัยรุ่นได้รับการเลี้ยงดูที่ดี ได้คุยด้วยเหตุผลช่วงเวลาที่สมองเปลี่ยนแปลงไปสู่สมองแบบผู้ใหญ่ที่คิดเป็นมีเหตุผล ก็อาจใช้เวลาไม่นาน
เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับความรู้เรื่อง สมองตอนที่2 จะเห็นว่าทุกช่วงเวลาของการเจริญเติบโตของลูกน้อยเรามีความสำคัญในการพัฒนาขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณภาพในอนาคตครับ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่านคงเคยได้ยินได้ฟังกันมาบ้างแล้วว่า “เด็กที่ดีวันนี้ คือผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้า”
สำหรับที่มาของบทความนี้ก็นำมาจาก”นิตยสารรักลูกฉบับประจำเดือนตุลาคม 2552 “


Tags:

สมองตอนที่ 3 พูดเรื่องสมองของผู้ใหญ่ และคนแก่ใช่ไหม เห็นตอนนี้มาจบเอาช่วงวัยรุ่น แหะๆ
คุณเดย์แอบแซวพ่อปัน ปัน อีกแล้วครับ….สำหรับตอนที่ 3 จะเป็นเรื่องอะไรต้องติดตามนะครับ
จะเห็นได้ว่าช่วง 1-5 ปี เด็กน้อยต้องการเอาใจใส่ให้มากที่สุด ลูกจะเก่ง หรือซื่อ (บื้อ) ตัวชี้วัดหนึ่งอยู่จุดนี้ครับ เหอะๆๆ
สำหรับตัวน้องปัน ปัน ผมไม่คาดหวังอะไรมาก จะเก่งหรือไม่เก่งไม่สำคัญครับ…ขอเพียงเป็นเด็กดี และโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดี…รู้จักการแบ่งปัน เหมือนชื่อของ “ปัน ปัน” ก็เพียงพอครับ…