คำแรก
สำหรับคนที่เป็นพ่อ เป็น แม่ สิ่งที่เป็นอะไรเกี่ยวกับลูกมักจะจดจำได้ดีเสมอๆ ครับ พ่อปัน ปัน ก็เป็นเหมือนกับพ่อแม่ทั้งหลายนั้นครับ วันนี้เลยมาเขียนเรื่อง “ปลา” ครับซึ่งคำนี้มีที่มาที่ไปอย่างไรลองติดตามอ่านดูนะครับ
ใช้แล้วครับ “ปลา” เป็นคำแรกที่น้องปัน ปัน ออกเสียงได้ชัดเจนมากพ่อปัน ปัน เลยนึกย้อนไปถึงว่าทำลูกชายตัวเองถึงพูดได้คำแรกเป็น “ปลา” โดยวิเคราะห์กับแม่ของปัน ปัน ถึงที่มาของคำแรกที่น้องปัน ปัน พูดได้
ปัจจัยแรกเลยครับที่บ้านคุณยายของปัน ปัน มีบ่อปลาสวยงาม ที่คุณตานงสร้างไว้เลี้ยงปลาประเภท ปลาเงิน ปลาทอง ปลาสอดต่างๆ ซึ่งน้องปัน ปัน จะชอบพาเพื่อนๆ ที่เป็นรุ่นพี่วิ่งไปดูอยู่เป็นประจำๆ บางที่ถ้าคนเลี้ยงเผลอน้องปัน ปัน ก็จะเอามือลงไปจับปลาหรือไม่ก็ตีน้ำในบ่อปลาเล่น เป็นที่สนุกสนานเลยครับ และถ้าน้องปัน ปัน กำลังร้องไห้ไม่ว่าสาเหตุใดก็แล้วแต่ถ้าอุ้มมาที่บ่อปลา หรือพาไปดูปลาที่ไหนก็ได้ ก็จะหยุดร้องแบบทันที่ ทันใดเลยครับ เรียกได้ว่าเป็นยาแก้ร้องไห้ได้อย่างดีครับ
ปัจจัยที่สองจะอยู่ใกล้กันกับบ่อปลาที่คุณตาสร้างครับ เป็นด้านหลังบ้านคุณยายจะมีคลองน้ำไหลผ่าน ซึ่งน้ำนี้เมื่อก่อนเค้าจะปล่อยออกมาจาก “เขื่อนมะขามเฒ่า หรือไม่ก็เขื่อนคนชุม” ครับเช่นเคยครับน้องปัน ปัน จะชอบให้อุ้มมาดูปลาที่นี่และจะชอบดูอยู่เป็นเวลานานๆ วิ่งไปวิ่งมาที่สะพาน พ่อปัน ปัน และแม่ปัน ปัน ก็ต้องคอยระวังไม่ให้ตกน้ำไปเพราะน้องปัน ปัน จะชอบปีนที่กันสะพานกันตก ก็น้องปัน ปัน เป็นเด็กผู้ชายจะชอบอะไรที่โลดโผนมาก ต้องได้ปีนป่ายไปทั่วถึงจะมีความสุข
ปัจจัยที่สามและที่สี่พ่อปัน ปัน สรุปเป็นอันเดียวกันเลยครับคือว่าช่วงที่น้องปัน ปัน มาเที่ยวระยอง พ่อปัน ปัน ได้พาปัน ปัน ไปเที่ยวที่ Rayong Aquarium ซึ่งที่นี่เป็นสถานที่จัดแสดงพันธุ์ปลาทะเลชนิดต่างๆ และสัตว์ทะเลของจังหวัดระยองครับ น้องปัน ปัน ได้มาเห็นปลาชนิดต่างๆ ก็ตื่นตาตื่นใจใหญ่เลยวิ่งไปวิ่งมาเพราะบ่อปลามันใหญ่กว่าบ่อที่บ้านคุณตาตั้งเยอะ อีกสถานที่หนึ่งซึ่งไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็ที่นี่ Under Water World ที่พัทยาครับทั้งสองแห่งก็จะจัดแสดงปลาชนิดต่างๆ กันน้องปัน ปัน ก็จะวิ่งดูปลาอย่างเดียวเลยครับ
ปัจจัยที่ห้าที่บ้านของพ่อปัน ปัน เองครับก็มีอ่างเลี้ยงปลาขนาดก็ไม่ใหญ่ครับเส้นผ่าศูนยกลางประมาณ 0.8 เมตรมีปลาเงินปลาทองอยู่ฝูงหนึ่ง แต่ตอนนี้เหลือเพียงลำพังตัวเดียว ตัวอื่นๆคงคิดน้อยใจตัวเองเลยรีบจากไปเสียก่อนก็เหมือนเดิมครับน้องปัน ปัน ก็จะชอบมายืนดูปลาในอ่างเลี้ยง ปลามันก็เหมือนจะรู้นะครับพอมีคนไปดูมัน มันก็จะรีบว่ายมาเสนอหน้าเลยครับ
ปัจจัยสุดท้ายบรรดาคุณยายทั้งหลายเวลาไปซื้อกับข้าวที่ตลาดต้องพาปัน ปัน ไปด้วยได้ไปเห็นแผงขายปลาบ่อยๆ เห็นแม่ค้าพ่อค้าบ่อยๆ ก็เลยเรียกชื่อเสียงเลย “”ปลา ปลา ปลา” ลั่นตลาดเลยแถวยังชี้ไม้ชี้มือให้ยายดูด้วยว่านี่แหละนะที่เรียกว่า “ปลา”
เวลากินข้าวยายก็จะชอบให้ปัน ปัน กินข้างกับปลาทู (สงสัยยายปัน ปัน นึกว่าปัน ปัน เป็นแมว) ถ้าปัน ปัน ได้กินข้าวกับปลาก็จะรู้ครับ และจะชี้บอก “ปลา ปลา” นั่นแหละ นี่ล่าสุดเลยที่ข้างบ้านยายเค้าไปจับปลาช่อน ปลาดุก แล้วก็ ปลาหมอ จากในสวนหลังบ้านมาแล้วนำมาขังไว้ในโอ่ง นี่เลยครับน้องปัน ปัน ด้วยความที่ชอบดูปลาเป็นชีวิตจิตใจ ไปทำการเขย่าโอ่งของเค้าแตกเลยครับ แถวยังเรียกเพื่อนๆ ไปดูอีกนะว่าตัวเองทำโอ่งแตกแล้ว
นี่เป็นเพียงหนึ่งในพัฒนาการของเด็กครับ เป็นพัฒนาการด้านเสียงก็คือคำพูด เริ่มใช้เสียงได้เรียกชื่อได้ สำหรับปัน ปัน ได้เห็นสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับปลา ก็เลยพูดคำแรก “ปลา ปลา” ครับเพราะสมองเด็กก็จะเริ่มจดจำว่ารูปร่างน่าตาอย่างนี่แหละที่เรียกว่า ปลา แต่ยังไม่รู้ชนิดของปลา พ่อปัน ปัน ก็จะพยายามพูดกับลูกชาย โดยถ้าเห็นปลาชนิดไหนก็จะบอกว่า นี่คือปลาทู นี่คือปลาช่อน และนี่คือปลาหมอนะครับ เพื่อให้เค้าเริ่มใช้สมองในการแยกแยะถึงแม้ว่าจะยังแยกไม่ออกแต่ก็รู้ว่านี่มันคือปลานะ

Tags:
ปลาเงินปลาทองเลี้ยงเป็น ตัวเงินตัวทองดีกว่ามั๊ยครับ ^^
อืม…. สภาพแวดล้อมมีผลต่อพัฒนาการเด็ก น่าจะใช่สำหรับเรื่องนี้ครับ
ไอ้ติวเตอร์ =>คงเลี้ยงแต่ปลาเงิน ปลาทองก็เพียงพอแล้วครับ
iDayBlog =>น่าจะประมาณ 80-90 % ได้นะครับ
เด็กๆมักจะหยุดกิจกรรมที่ทำ เวลาที่เห็นปลาว่ายไปมาในอ่างปลานะครับ
น้องไหมก็เหมือนกัน อาจเป็นเพราะเห็นสิ่งเคลื่อนไหว สีสวยก็ได้
แต่เป็นการหลอกล่อ ให้เด็กหยุดร้องไห้โยเยได้ดีเชียวครับ
น่าจะใช่ครับเพราะเด็กจะสนใจสิ่งใหม่ๆ เสอมๆ ครับ
ความถี่ นำมาซึ่งความจำ ใช่ปะครับ หุหุ