นักสำรวจ 3 มิติ
นักสำรวจ 3 มิติ มหาสมุทร การเดินทางจากผิวน้ำสู่ก้นทะเล ทั้งหมดนี้คือชื่อหนังสือ ที่พ่อปัน ปัน จะนำมาเขียนวันนี้ครับ ซึ่งพ่อปัน ปัน ได้ซื้อมาให้น้องปัน ปัน ตั้งแต่ช่วงประมาณ 2 ขวบครึ่ง และตอนนี้เอง น้องปัน ปัน ก็ครบ 3 ขวบ ไปเมื่อไม่นานนี่เองครับ
ถึงแม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะเขียนกำกับไว้ว่า “สำหรับเด็กอายุ 7 ขวบขึ้นไป” แต่จริงๆ แล้วพ่อปัน ปัน ว่าไม่สำคัญครับเพราะว่าการที่เราจะให้เด็กมีจินตนาการที่กว้างไกล หรือเรียนรู้อะไรๆ ที่เด็กชอบ ก็ควรเริ่มตั้งแต่อายุน้อยๆ เพราะสมองของเด็กช่วง 0-5 ปี นี้จะพัฒนาเร็วมาก และกำลังเป็นช่วงวัยที่กำลังจดจำสิ่งต่างๆ ได้ดีที่เดียว ซึ่งถ้าผ่านวัยนี้ไปแล้วไม่ใช่ว่าสมองจะไม่เติบโตนะครับ
โดยส่วนตัวของน้องปัน ปัน แล้วจะชอบเรื่องปลา เป็นพิเศษและจะจำได้ว่า ปลาลักษณะอย่างนี้คือปลาอะไร และเรียกชื่อได้อย่างถูกต้อง ถึงแม้ว่า จำไม่หมดทุกชนิดก็ตาม เวลาคุณยาย คุณตาพาไปตลาดก็จะต้องไปดูปลาก่อน พ่อปัน ปัน เองก็เช่นกัน พาลูกชายไปตลาดก็จะพาไปดูปลาทะเลที่วางขายกัน โดยจะชี้ปลาแต่ละชนิดให้ลูกดูด้วยว่า ชื่อปลาอะไรบ้าง
มาเข้าเรื่องหนังสือวันนี้กันครับ สำหรับเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ จะแบ่งเป็นหัวข้อต่างๆ โดยจัดเรียงกันได้อย่างลงตัวทั้งรูปภาพ และตัวอักษรที่ใช้ รวมทั้งระบบ 3 มิติ ที่เด็กๆ สามารถมองเห็นรูปร่างของสัตว์ทะเล ชนิดต่างๆ ได้อย่างสวยงาม
เนื้อหาที่นำเสนอในตอนต่างๆ สามารถสรุปได้ลงตัวทำให้ผู้อ่านไม่น่าเบื่อครับ แต่จะมีรูปภาพเข้ามาประกอบค่อนข้างเยอะ ซึ่งสื่อความหมายได้ดีกว่าตัวหนังสือ ซึ่งบางครั้งเพียงแค่เห็นภาพก็รู้แล้วว่าเป็นอะไร ทำให้เด็กเกิดจิตนาการ คิด และสามารถเปรียบเทียบถึงรูปร่างต่างๆ ได้ดี
เหมาะสมกับราคาที่เสียไป เก็บรักษาดีๆ ก็ใช้งานได้หลายปีครับ สำหรับเล่มนี้น้องปัน ปัน ทำน้ำหกใส่มาแล้วครับ แต่ก็ยังไม่เป็นอะไร เพียงแต่เช็ดให้แห้ง และตากแดดนิหน่อย ก็ใช้ได้เหมือนเดิมครับ เรื่องหนังสือขาดบ้างเป้นเรื่องปกติ เพราะเด็กใช้งานนี่ครับ แต่เราก็ซ่อมแซมได้ และค่อยๆ สอนลูกเราไปในเรื่องพยายามไม่ให้ทำหนังสือขาด หรือฉีกหนังสือ ซึ่งเค้าก็จะค่อยๆ จดจำครับ
หนังสือเล่มนี้น้องปัน ปัน ชอบมากเวลาเข้าห้องนอนก็จะหยิบเล่มนี้มาด้วย และจะให้พ่อ และแม่ อ่านให้ฟังแถมด้วยชี้บอกด้วยว่า อะไรเป็น อะไร บางครั้งก็จะนอนกินนม และให้พ่อกับแม่อ่านให้ฟัง ตอนไหนชอบก็จะให้อ่านซ้ำๆ เรื่อยๆ ครับ
เพื่อนๆ ท่านใดที่มีลูกอยู่ในวัยเดียวกันกับน้องปัน ปัน ลองเข้าไปหยิบๆ จับๆ หนังสือเล่มนี้ดูครับถึงแม้ราคาค่อนข้างสูง แต่พ่อปัน ปัน ว่าคุ้มกับการนำมาให้ลูกเราได้อ่านครับ
เด็กสองภาษา “พ่อแม่สร้างได้”
![]()
วันนี้พ่อปัน ปัน นำหนังสือที่น่าอ่านมาแนะนำอีกหนึ่งเล่มครับซึ่งก็ไปหาซื้อมาพร้อมกันกับหนังสือ “คุณพ่อเล่นกับหนูหน่อย” ที่พ่อปัน ปัน เคยเขียนในบล็อกไว้แล้วครับ ดูน่าตาของหนังสือตามรูปด้านล่างเลยครับ เผื่อคุณพ่อ หรือ คุณแม่ท่านไหนสนใจก็ไปหาซื้อมาอ่านได้ครับ (สำหรับผมแล้วไม่ได้ค่า Commission เพิ่มแต่อย่างใดครับ)
สำหรับเนื้อหาของหนังสือโดยรวมผู้เขียนคือคุณ “พงษ์ระพี เตชพาหพงษ์” เขียนจากประสบการณ์จริงของเค้าเอง ที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวนี้ ด้วยความที่ คุณพงษ์ระพี เองต้องการที่จะให้ลูกสาวของเค้าที่เกิดมาพูดได้สองภาษา เหมือนกับเด็กลูกครึ่งทั่วๆ ไป แต่ด้วยที่ความที่คุณพงษ์ระพี มีพื้นฐานด้านการใช้ภาษาอังกฤษที่น้อย เลยคิดและหาวิธีต่างๆ ในการที่จะทำให้ลูกสาวของตนเองพูดได้สองภาษา
หนังสือ “เด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้” จะมีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน แบ่งการอ่านหนังสือและการสอนลูกอย่างเป็นระบบโดยแบ่งเป็น 4 ระดับซึ่งก็ได้แก่
ระดับ A =>ฟังพูดสองภาษาได้อย่างคล่องเหมือนเด็ฏที่เป็นลูกครึ่งแท้ที่พูดสองภาษาในครอบครัว
ระดับ B =>ฟังและพูดสองภาษาได้ระดับหนึ่งแต่ยังไม่คล่องนัก
ระดับ C =>ฟังและพูดได้แต่วลีสั้นๆ จำนวนหนึ่ง ฟังเข้าใจแต่ยังอายหรือไม่อยากพูดภาษาที่สอง
ระดับ D =>ฟังและพูดได้แค่ศัพท์พื้นฐานจำนวนหนึ่งมีความอายในการพูดภาษาที่สอง
ซึ่งในแต่ละระดับนั้นคุณพงษ์ระพี เค้ามีคำแนะนำด้วยครับว่าคนที่เป็นพ่อแม่ต้องทำอย่างไรเพื่อที่จะได้ไปสู่เป้าหมายที่เราตั้งไว้ซึ่งมันก็คือลูกๆ ของเราสามารถพูดได้สองภาษาครับ หลักการก็เพียงแต่พ่อกับแม่ต้องมีความตั้งใจทั้งสองฝ่ายในการที่จะสอนลูกและพูดจากับลูกโดย หลักๆ จะแยกกันระหว่างพ่อและแม่ คือ พ่อจะพูดกับลูกในภาษาอังกฤษ และแม่จะพูดกับลูกในภาษาไทย โดยเริ่มตั้งแต่ลูกเล็กๆ เลยครับยิ่งเราเริ่มต้นเร็วเท่าไร เด็กก็จะสามารถปรับตัวและพูดได้เร็วเท่านั้น ซึ่งก็จะทำให้เป้าหมายของเราบรรลุเร็วเท่านั้นครับ
หนังสือเล่มนี้มุ่งเน้นเรื่องการใช้คำศัพท์ต่างๆ ที่พูดคุยกับลูกด้วยภาษาง่ายๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่การกินข้าว กินน้ำ หรือแม้แต่การเล่นต่างๆ กับลูก ซึ่งช่วงแรกๆ เด็กๆ ก็อาจจะสบสนไปบ้างแต่ก็สามารถปรับตัวได้ง่าย เพราะพัฒนาการของเด็กจะค่อยๆ ปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมครับ
สำหรับพ่อปัน ปัน เองก็ได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วก็จะพยายามปรับเพื่อนำไปใช้กับน้องปัน ปัน ครับแต่จะได้ผลมากน้อยแค่ไหนพ่อปัน ปัน ไม่ได้ซีเรียสครับ เอาเป็นว่าเราได้ทำแล้วและเด็กซึ่งก็คือลูกของเราเองนั้นสามารถรับได้มากหรือเปล่า ไม่อยากไปบังคับมากครับ ปล่อยให้พัฒนาการค่อยๆ เป็นไปอย่างธรรมชาติครับ
คุณพ่อและคุณแม่ท่านใดได้อ่านแล้วก็ลองนำไปปรับเปลี่ยนใช้กับครอบครัวของตนเองดูครับ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีกฎตายตัว สามารถปรับเปลี่ยนและแก้ไขได้ สำหรับวิธีการนี้อาจใช้ได้กับครอบครัวหนึ่ง แต่อาจจะนำมาใช้กับอีกครอบครัวหนึ่งไม่ได้ครับ





Tags: