โรคมือเท้าปาก
สืบเนื่องมาจากน้องปัน ปัน เป็นไข้หวัดตามฤดูกาลเมื่อช่วง “วันพ่อแห่งชาติ” และพ่อปัน ปัน ก็พาไปพบคุณหมอซึ่งคุณหมอท่านก็ตรวจน้องปัน ปัน โดยตรวจแบบละเอียดเลยก็ว่าได้คุณหมอบอกว่าช่วงนี้ “โรคมือเท้าปาก” กำลังระบาดหนักในเด็กเล็กครับ พ่อปัน ปัน เลยไปสืบค้นจาก “พี่กู” มาให้ครับว่า “โรคมือเท้าปาก” เป็นอย่างไรเพื่อช่วยกันหาวิธีสังเกตุและช่วยกันป้องกันครับ
โรคมือเท้าปาก (Hand-Foot-and-Mouth-Disease)
หรือโรคที่ติดปากกันทั่วไปว่า "โรคมือ เท้า ปาก เปื่อย" เป็นหนึ่งในกลุ่มอาการที่เกิดจากเชื้อ enterovirus มีลักษณะเฉพาะ คือ มีตุ่มน้ำใส (vesicular lesion) ที่ปาก มือ และเท้าประวัติความเป็นมา
พ.ศ. 2500 มีรายงานการระบาดของกลุ่มอาการไข้ ซึ่งพบร่วมกับตุ่มนํ้าใสในช่องปาก มือและเท้าในผู้ป่วยเด็กที่เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา โดยพบสาเหตุจากเชื้อ Coxsackie virus A16 (Cox A16)
พ.ศ. 2502 พบการระบาดของกลุ่มอาการเช่นเดียวกันในเมือง Bermingham ประเทศอังกฤษ และได้มีการเรียกกลุ่มอาการนี้ ว่า Hand-Foot-and Mouth Disease (HFMD) หลังจากนั้นมีรายงานการระบาดจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกโรค มือ เท้า ปาก มีการระบาดแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ในประเทศเขตหนาว มักพบในช่วงฤดูร้อน และต้นฤดูใบไม้ ร่วง ประมาณเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม แต่ในเขตร้อนชื้นรวมทั้งประเทศไทยพบได้ตลอด ทั้งปี แต่จะชุกในช่วงฤดูฝนและช่วงที่มีอากาศร้อนชื้น เชื้อที่พบเป็นสาเหตุของโรคมือ เท้า ปาก แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ และแต่ละการระบาด ส่วนใหญ่ที่พบเชื้อ Coxsackie virus A16, Enterovirus 71และ Echovirusแต่เชื้อที่พบในการระบาดแต่วผู้ป่วยมักมีอาการรุนแรง พบผู้เสียชีวิตและพิการตามมาได้บ่อยคือ Enterovirus 71 ในประเทศไทย โรคมือ เท้า ปาก มีสาเหตุจาก EV71 ประมาณร้อยละ 15-30 ซึ่งเชื้อ EV71 นั้นมี โอกาสก่อให้เกิดอาการรุนแรงในผู้ป่วย
ปัน ปัน ป่วย
ช่วงวันหยุดยาว “วันพ่อแห่งชาติ” ที่ผ่านมาน้องปัน ปัน ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลยเพราะน้องปัน ปัน ไม่สบายเป็นไข้หวัดตามฤดูกาลครับ แผนการณ์ที่พ่อปัน ปัน วางไว้เป็นอันต้องล้มเลิกไปเลย
สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ลูกของพ่อเป็นไข้หวัดน่าจะสืบเนื่องมาจาก บรรดายายๆ ทั้งหลายพาน้องปัน ปันนั่งรถมอเตอร์ไซต์ไปไหนมาไหนบ่อยๆ นั่นเอง ทำให้น้องปัน ปัน โดนอากาศเย็นๆ บ่อยๆ และโดนลมบ่อยๆ เข้าเลยไม่สบายเจ็บคอเสียงไม่มีเลยครับ เสียงแหบเหมือนเสียงเป็ดเลยครับ เป็นที่น่าสงสารมาก เพราะปัน ปัน ยังพูดไม่ได้จะร้องก็เป็นเสียงแหบๆ เหมือนมีเสมหะอยู่ในลำคอ พ่อ กับแม่ ก็สงสารช่วยได้เพียงให้ทานน้ำเยอะๆ
หลังจากที่รุ่งเช้าวันเสาร์พ่อ กับ แม่ ต้องรีบพาน้องปัน ปัน ไปหาป้าหมอซึ่งพ่อกับแม่ต้องรีบตื่นนอนตั้งแต่เช้า เพื่อที่จะได้ไปรอป้าหมอก่อนคนอื่นๆ กว่าจะไปถึงโรงพยาบาลก็ประมาณ 9 โมงเช้าแล้ว ป้าหมอก็ตรวจปัน ปัน ต่างๆ ทั้งวัดการเต้นของหัวใจ วัดการหายใจ (วัดปอด) ซึ่งป้าหมอให้คำแนะนำว่าช่วงนี้ให้พ่อแม่ระวังเรื่อง “โรคมือเท้าเปื่อย” มากเพราะเด็กๆ ในวัยขนาดปัน ปัน จะเป็นมาก แต่พาตรวจแล้วก็ไม่เป็นอะไร เพียงแต่คออับเสบเท่านั้นเอง ป้า หมอเลยจ่ายยามาให้น้องปัน ปัน 3 ตัวด้วยกันครับ
สำหรับยาอย่างแรกเลยก็ “เป็นยาฆ่าเชื้อ” ลักษณะจะเป็นสีชมพู่อ่อนๆ ทานครั้งละ 5 ซีซี เลยทีเดียว และยาตัวที่สอง “เป็นยาแก้ไอ ลดน้ำมูก ละลายเสมหะ” ตัวนี้ก็ให้ทานครั้งละ 3 ซีซี ครับ ส่วนตัวสุดท้าย “เป็นยาลดไข้” อันนี้ทานทุก 6 ชม. เมื่อมีไข้ สำหรับตัวยาที่มีผลกระทบกับปัน ปัน มากที่สุดน่าจะเป็น 2 ตัวแรกเพราะเมื่อปัน ปัน ทานเข้าไปแล้ว จะถ่ายบ่อย คล้ายๆ กับท้องเสีย ซึ่งการถ่ายบ่อยๆ ทำให้กระทบกับปัน ปัน โดยตรงเพราะจะทำให้ก้นของปัน ปัน แดงและอับเสบ เวลาล้างก้นก็ร้องไห้ แบบเสียงแหบๆ เพราะคอก็ยังอับเสบอยู่ เป็นที่น่าสงสารต่อยายๆ และ พ่อ แม่ที่พบเห็น ต้องใช้ครีมทาก้นเพื่อลดอาการแสบก้นหลังล้างก้น ตลอดเลยครับ
การกินยาของปัน ปัน ก็กินยายากมาก จะใช้ช้อนตวงที่ป้าหมอให้มาก็ไม่ได้เพราะน้องปัน ปัน จะรู้และจะเดินหนีไปที่อื่นและจะร้องไห้ตลอด วิธีการคือ “ต้องบังคับ” ด้วยการใช้หลอดฉีดยาตามขนาดที่ใช้ยาและฉีดเข้าที่กระพุ้งแก้ม และตามด้วยน้ำซึ่งกว่าจะได้กินยาแต่ละครั้งเรียกได้ว่าต้องหลอกล่อกันน่าดูชมเลยครับ แต่ก็ต้องบังคับให้น้องปัน ปัน ทานยาให้ได้ครับ บางครั้งให้กิน 5 ซีซี แต่กินจริงๆ เพียงนิดหน่อยเท่านั้นเองที่เหลือน้องปัน ปัน ก็อาเจียนออกมาเกือบหมดเรียกได้ว่าต้องใช้ความพยายามพอดูที่เดียวครับ
สำหรับพ่อ แม่ ที่มีลูกน้อยวัยเดียวกันกับน้องปัน ปัน ช่วงนี้ต้องระมัดระวังเรื่องไข้หวัดด้วยนะครับ เพราะถ้าเป็นแล้วถึงแม้ว่าจะไม่ร้ายแรงแต่ก็ต้องทำให้น้องๆ งอแงและที่สำคัญเรื่องของการกินยาครับ ตอนนี้ถ้าน้องปัน ปัน หายจากหวัดแล้วก็คงต้องรักษาเรื่องของก้นที่ยังอักเสบอยู่ และก็คงใช้เวลาอีกประมาณ 3-7 วันครับ

Tags: