<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BlogPun &#187; อาหาร</title>
	<atom:link href="http://www.blogpun.com/archives/category/foods/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.blogpun.com</link>
	<description>บล็อกปัน ปัน บันทึกน้องปัน ปัน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 22 Jul 2010 03:00:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>กิจวัตร</title>
		<link>http://www.blogpun.com/archives/1488</link>
		<comments>http://www.blogpun.com/archives/1488#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 21 May 2010 03:00:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พ่อปัน ปัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[กระดูกหมูทอด]]></category>
		<category><![CDATA[กิจวัตร]]></category>
		<category><![CDATA[กิจวัตรประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาการเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเช้า]]></category>
		<category><![CDATA[ไข่เจียว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blogpun.com/?p=1488</guid>
		<description><![CDATA[กิจวัตร วันนี้ขอพูดถึงเรื่องกิจวัตรของ “พ่อปัน ปัน + แม่ปัน ปัน” บ้างครับซึ่งก็เกี่ยวโยงกับ “น้องปัน ปัน” นั่นแหล่ะครับ หลายๆท่านก็คงคุ้นเคยกับการทำกิจวัตรต่างๆ ประจำวันกันมาบ้างแล้ว แต่สำหรับพ่อและแม่มือใหม่ อย่างพ่อปัน ปัน และแม่ปัน ปัน ถือว่าท้าทายเลยที่เดียวครับ หลังจากที่น้องปัน ปัน มาอยู่กับพ่อและแม่ได้ประมาณ 2 อาทิตย์แล้วเรา 3 คนต้องปรับตัวกันยกใหญ่เลยก็ว่าได้ครับ ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ครับเพื่อความอยู่รอดในสังคม และสิ่งแวดล้อมต่างๆ ซึ่งช่วงแรกๆ อาจจะยากหน่อยแต่พอได้ลองทำ และทำเป็นประจำจนเป็น “กิจวัตร” ก็จะเกิดความเคยชินครับ เริ่มจากตัวของแม่ปัน ปัน ก่อนเลยครับ หลังจากที่ลาออกจากงานประจำ แล้วมารับตำแหน่งเป็นแม่บ้านแบบเต็มตัวก็ต้องตื่นนอนตั้งแต่เวลา 05.30น หรือ 06.00น เกือบจะทุกวันเพื่อมาเตรียมทำอาหาร หรือทำงานเล็กๆ น้อยก่อนที่น้องปัน ปัน จะตื่นนอน ส่วนมากอาหารที่ทำก็เป็นอาหารง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็น ไข่เจียว ต้มจืดต่างๆ หรือแม้แต่ผัดผัก ทอดกระดูกหมู หรืออื่นๆ เท่าที่จะทำได้ ไข่เจียว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="mceTemp mceIEcenter" style="text-align: left;">
<dl id="attachment_1491" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px;">
<dt class="wp-caption-dt"><a rel="attachment wp-att-1491" href="http://www.blogpun.com/archives/1488/cats_012"><img class="size-full wp-image-1491 " title="กิจวัตร" src="http://www.blogpun.com/wp-content/uploads/2010/05/cats_012.jpg" alt="กิจวัตร" width="600" height="400" /></a></dt>
<dd class="wp-caption-dd">กิจวัตร</dd>
</dl>
<p>วันนี้ขอพูดถึงเรื่องกิจวัตรของ “พ่อปัน ปัน + แม่ปัน ปัน” บ้างครับซึ่งก็เกี่ยวโยงกับ “น้องปัน ปัน” นั่นแหล่ะครับ หลายๆท่านก็คงคุ้นเคยกับการทำกิจวัตรต่างๆ ประจำวันกันมาบ้างแล้ว แต่สำหรับพ่อและแม่มือใหม่ อย่างพ่อปัน ปัน และแม่ปัน ปัน ถือว่าท้าทายเลยที่เดียวครับ</p>
</div>
<p>หลังจากที่น้องปัน ปัน มาอยู่กับพ่อและแม่ได้ประมาณ 2 อาทิตย์แล้วเรา 3 คนต้องปรับตัวกันยกใหญ่เลยก็ว่าได้ครับ ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ครับเพื่อความอยู่รอดในสังคม และสิ่งแวดล้อมต่างๆ ซึ่งช่วงแรกๆ อาจจะยากหน่อยแต่พอได้ลองทำ และทำเป็นประจำจนเป็น “กิจวัตร” ก็จะเกิดความเคยชินครับ</p>
<p><span id="more-1488"></span><br />
เริ่มจากตัวของแม่ปัน ปัน ก่อนเลยครับ หลังจากที่ลาออกจากงานประจำ แล้วมารับตำแหน่งเป็นแม่บ้านแบบเต็มตัวก็ต้องตื่นนอนตั้งแต่เวลา 05.30น หรือ 06.00น เกือบจะทุกวันเพื่อมาเตรียมทำอาหาร หรือทำงานเล็กๆ น้อยก่อนที่น้องปัน ปัน จะตื่นนอน ส่วนมากอาหารที่ทำก็เป็นอาหารง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็น ไข่เจียว ต้มจืดต่างๆ หรือแม้แต่ผัดผัก ทอดกระดูกหมู หรืออื่นๆ เท่าที่จะทำได้</p>
<div class="mceTemp mceIEcenter">
<div class="mceTemp mceIEcenter">
<dl id="attachment_1492" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px;">
<dt class="wp-caption-dt"><a rel="attachment wp-att-1492" href="http://www.blogpun.com/archives/1488/0907201921565afa20a81fdf2a"><img class="size-full wp-image-1492 " title="ไข่เจียว" src="http://www.blogpun.com/wp-content/uploads/2010/05/0907201921565afa20a81fdf2a.jpg" alt="ไข่เจียว" width="600" height="376" /></a></dt>
<dd class="wp-caption-dd">ไข่เจียว</dd>
</dl>
<p>พ่อปัน ปัน เองก็จะตื่นใกล้เคียงกับแม่ปัน ปัน เพื่อมาช่วยในเรื่องของการเตรียมอาหาร หรือการล้างขวดนมของน้องปัน ปัน แล้วก็เตรียมต้มน้ำเพื่อลวกขวดนม ซึ่งทุกอย่างที่ทำก็ต้องพยายามทำก่อนที่น้องปัน ปัน จะตื่นครับ เพราะถ้าตื่นเมื่อไร ก็จะต้องมากวนให้เล่นด้วยเสอมๆ ครับ</p>
</div>
</div>
<p>น้องปัน ปัน จะตื่นประมาณ 06.30-07.00น เกือบจะทุกวันครับ ตื่นขึ้นมาถ้าไม่เห็นใครอยู่ในห้องกับเค้าแล้ว ก็จะร้องเรียกเลยครับ พ่อหรือแม่ก็ต้องเข้าไปนำออกมาจากห้อง ต่อจากนั้นน้องปัน ปัน ก็จะมาช่วยจับโน่น จับนี่เป็นประจำ ซึ่งจริงๆ พ่อปัน ปัน จะเรียกว่า “ก่อกวน” ครับ เพราะน้องปัน ปัน กำลังซน อยากทำเลียนแบบในทุกเรื่อง ที่จะสามารถทำได้ พ่อและแม่ปัน ปัน ก็ต้องช่วยกันคอยระวัง</p>
<div class="mceTemp mceIEcenter" style="text-align: left;">
<dl id="attachment_1493" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px;">
<dt class="wp-caption-dt"><a rel="attachment wp-att-1493" href="http://www.blogpun.com/archives/1488/54100749qv6"><img class="size-full wp-image-1493 " title="กระดูกหมูทอด" src="http://www.blogpun.com/wp-content/uploads/2010/05/54100749qv6.jpg" alt="กระดูกหมูทอด" width="600" height="400" /></a></dt>
<dd class="wp-caption-dd">กระดูกหมูทอด</dd>
</dl>
<p>กว่าจะสิ้นสุดไปในแต่ละวันก็เล่นเอาเหนื่อยอ่อนไปตามๆ กันเลยที่เดียว แม่ปัน ปัน จะเหนื่อยมากหน่อยเพราะต้องทำงานบ้านด้วย พ่อปัน ปัน ก็ต้องเล่นกับน้องปัน ปัน เพื่อไม่ให้ไปกวนแม่ปัน ปัน ส่วนตัวน้องปัน ปัน เองก็เล่นเดี๋ยวกระโดดไปโน่นที ไปนี่ที หรือแม้นแต่วิ่งเล่นในบ้านก็เหนื่อยแล้วครับ </p>
</div>
<p>แต่ที่บอกกล่าวมาเกี่ยวกับกิจวัตรต่างๆ ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยทั้งพ่อและแม่ แต่มีความสุขที่ได้ทำเพราะทำเพื่อลูก ซึ่งบ้างครั้งน้องปัน ปัน ก็ดื้อและไม่เชื่อฟังบ้าง แต่ก็เพราะเค้ายังเป็นเด็ก สมองในส่วนของการรับรู้และไตร่ตรองยังสู้เราที่เป็นพ่อแม่ไม่ได้ครับ พ่อปัน ปัน เชื่อว่าคุณพ่อ และคุณแม่อีกหลายๆ ท่านที่มีลูกเล็กในวัยใกล้เคียงกับน้องปัน ปัน ก็คงมีความสุขไม่ต่างกับพ่อและแม่ของน้องปัน ปัน นะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.blogpun.com/archives/1488/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องกล้วย กล้วย</title>
		<link>http://www.blogpun.com/archives/1252</link>
		<comments>http://www.blogpun.com/archives/1252#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 30 Mar 2010 04:46:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พ่อปัน ปัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วยน้ำว้า]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วยบวชชี]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวบดกับกล้วย]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นกล้วย]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[หัวปลีกล้วย]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องกล้วย กล้วย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blogpun.com/?p=1252</guid>
		<description><![CDATA[กล้วยน้ำว้า พูดถึงเรื่องกล้วย พ่อปัน ปัน นึกขึ้นมาได้ครับเพราะเป็นผลไม้ที่อยู่ครัวไทยมานานพอสมควร ก็ตั้งแต่พ่อปัน ปัน จำความได้แล้ว ที่หยิบเรื่องกล้วยมาพูดก็พอดีลูกชายตัวดีก็ “น้องปัน ปัน” เค้าชอบกินกล้วยครับ เรืยกได้ว่าถ้าเห็นกล้วยที่ไหนก็จะชี้ไม้ชี้มือ แล้วก็จะขอกินให้ได้ครับ พ่อปัน ปัน ลองค้นหาคำว่า “กล้วยน้ำว้า” ก็เลยพบบทความเกี่ยวกับกล้วยน้ำว้า เพื่อนๆ ลองอ่านดูนะครับซึ่งก็น่าจะมีประโยชน์กับหลายๆ ท่านนะครับ กล้วยน้ำว้าเป็นผลไม้ที่ใกล้ชิดคนไทยที่สุด เด็กไทยสมัยก่อนโตมากับกล้วยน้ำว้ากันทั้งนั้น นอกจาก ข้าวสุกบดแล้ว ก็มีกล้วยน้ำว้าเป็นเหมือนอาหารเสริมประจำที่ไม่ต้องซื้อหาเพราะทุกครัวเรือนมีกล้วยปลูกไว้สำหรับเป็นผลไม้ เป็นอาหารและสารพัดขนมกินกันได้ตลอดทั้งปี   กล้วยน้ำว้าใช้ทำยาได้ทั้งดิบและสุก กล้วยดิบมีสารฝาดสมานชื่อแทนนิน ซึ่งช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ช่วยป้องกันผนังกระเพาะลำไส้ไม่ให้เชื้อโรคและของรสเผ็ดจัด เช่น พริก เข้าไปทำลายผนังกระเพาะลำไส้ ช่วยแก้ท้องเสีย กล้วยที่เพิ่งเริ่มสุก เปลือกยังสีเขียวอยู่ประปราย เป็นทั้งยาและอาหารที่ดีมากสำหรับคนท้องเสีย เพราะนอกจากจะช่วยแก้ท้องเสียแล้วยังช่วยหล่อลื่นลำไส้ ช่วยเพิ่มกากเวลาถ่าย กล้วยกึ่งดิบกึ่งสุกยังมีธาตุโพแทสเซียมสูงมาก ดังนั้นเวลาใช้กล้วย แก้ท้องเสีย ก็เท่ากับให้ธาตุโพแทสเซียมไปในตัวด้วย ตามธรรมดาคนไข้มักสูญเสียธาตุโพแทสเซียมในเวลาท้องร่วง การกล้วยห่ามจึงเป็นการชดเชยธาตุโพแทสเซียมที่เสียไป เพราะถ้าร่างกายสูญเสียธาตุโพแทสเซียมไปมากๆ ขณะท้องร่วง จะทำให้การเต้นของหัวใจผิดปกติในคนชราอาจทำให้หัวใจวายตายได้ ยิ่งไปกว่านั้นกล้วยที่เริ่มสุกจะมีสารเซโรโทนินอยู่มาก ช่วยออกฤทธิ์ กระตุ้นให้ผนังกระเพาะอาหารสร้างเยื่อเมือกมากขึ้น ช่วยเคลือบแผลในกระเพาะอาหาร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="mceTemp mceIEcenter" style="text-align: left;">
<dl id="attachment_1254" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px;">
<dt class="wp-caption-dt"><a title="กล้วยน้ำว้า" rel="attachment wp-att-1254" href="http://www.blogpun.com/archives/1252/banana01"><img class="size-full wp-image-1254" title="กล้วยน้ำว้า" src="http://www.blogpun.com/wp-content/uploads/2010/03/banana01.jpg" alt="กล้วยน้ำว้า" width="600" height="479" /></a></dt>
<dd class="wp-caption-dd">กล้วยน้ำว้า</dd>
</dl>
<p>พูดถึงเรื่องกล้วย พ่อปัน ปัน นึกขึ้นมาได้ครับเพราะเป็นผลไม้ที่อยู่ครัวไทยมานานพอสมควร ก็ตั้งแต่พ่อปัน ปัน จำความได้แล้ว ที่หยิบเรื่องกล้วยมาพูดก็พอดีลูกชายตัวดีก็ “น้องปัน ปัน” เค้าชอบกินกล้วยครับ เรืยกได้ว่าถ้าเห็นกล้วยที่ไหนก็จะชี้ไม้ชี้มือ แล้วก็จะขอกินให้ได้ครับ</p>
</div>
<div id="attachment_1255" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a rel="attachment wp-att-1255" href="http://www.blogpun.com/archives/1252/a22"><img class="size-full wp-image-1255 " title="กล้วยน้ำดิบ" src="http://www.blogpun.com/wp-content/uploads/2010/03/a22.jpg" alt="กล้วยน้ำดิบ" width="600" height="371" /></a><p class="wp-caption-text">กล้วยน้ำดิบ</p></div>
<p>พ่อปัน ปัน ลองค้นหาคำว่า “กล้วยน้ำว้า” ก็เลยพบบทความเกี่ยวกับกล้วยน้ำว้า เพื่อนๆ ลองอ่านดูนะครับซึ่งก็น่าจะมีประโยชน์กับหลายๆ ท่านนะครับ<br />
<span id="more-1252"></span></p>
<blockquote><p>กล้วยน้ำว้าเป็นผลไม้ที่ใกล้ชิดคนไทยที่สุด เด็กไทยสมัยก่อนโตมากับกล้วยน้ำว้ากันทั้งนั้น นอกจาก ข้าวสุกบดแล้ว ก็มีกล้วยน้ำว้าเป็นเหมือนอาหารเสริมประจำที่ไม่ต้องซื้อหาเพราะทุกครัวเรือนมีกล้วยปลูกไว้สำหรับเป็นผลไม้ เป็นอาหารและสารพัดขนมกินกันได้ตลอดทั้งปี<br />
 <br />
กล้วยน้ำว้าใช้ทำยาได้ทั้งดิบและสุก กล้วยดิบมีสารฝาดสมานชื่อแทนนิน ซึ่งช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ช่วยป้องกันผนังกระเพาะลำไส้ไม่ให้เชื้อโรคและของรสเผ็ดจัด เช่น พริก เข้าไปทำลายผนังกระเพาะลำไส้ ช่วยแก้ท้องเสีย กล้วยที่เพิ่งเริ่มสุก เปลือกยังสีเขียวอยู่ประปราย เป็นทั้งยาและอาหารที่ดีมากสำหรับคนท้องเสีย เพราะนอกจากจะช่วยแก้ท้องเสียแล้วยังช่วยหล่อลื่นลำไส้ ช่วยเพิ่มกากเวลาถ่าย กล้วยกึ่งดิบกึ่งสุกยังมีธาตุโพแทสเซียมสูงมาก ดังนั้นเวลาใช้กล้วย แก้ท้องเสีย ก็เท่ากับให้ธาตุโพแทสเซียมไปในตัวด้วย ตามธรรมดาคนไข้มักสูญเสียธาตุโพแทสเซียมในเวลาท้องร่วง การกล้วยห่ามจึงเป็นการชดเชยธาตุโพแทสเซียมที่เสียไป เพราะถ้าร่างกายสูญเสียธาตุโพแทสเซียมไปมากๆ ขณะท้องร่วง จะทำให้การเต้นของหัวใจผิดปกติในคนชราอาจทำให้หัวใจวายตายได้ ยิ่งไปกว่านั้นกล้วยที่เริ่มสุกจะมีสารเซโรโทนินอยู่มาก ช่วยออกฤทธิ์ กระตุ้นให้ผนังกระเพาะอาหารสร้างเยื่อเมือกมากขึ้น ช่วยเคลือบแผลในกระเพาะอาหาร แต่ไม่ช่วยลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร</p>
<p>วิธีการกินกล้วยเป็นยาก็ไม่ใช่เรื่องกล้วยๆเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อกินเป็นยาแก้โรคกระเพาะ ควรนำกล้วยดิบมาฝานเป็นแว่นบางๆ แล้วอบให้แห้งที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส ห้ามใช้ความร้อนสูงกว่านี้เด็ดขาด เพราะสารในกล้วยมีฤทธิ์รักษาโรคกระเพาะนั้นจะสูญเสียไปหรือหมดฤทธิ์ไปเลยก็ได้ ถ้าโดนความร้อนสูงมากเกินไป กล้วยดิบที่ผ่านการอบอุณหภูมิต่ำแล้ว ให้นำมาบดเป็นผง กินครั้งละ 1 ช้อนชา จะผสมกับน้ำผึ้งหรือไม่ก็ได้ กิน 3 ครั้งก่อนอาหาร กล้วยดิบๆมีฤทธิ์ทั้งป้องกันและรักษาโรคกระเพาะ ส่วนยาแผนปัจจุบันทุกขนานที่ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารนั้นมีฤทธิ์เพียงป้องกันแต่ไม่ช่วยรักษา กล้วยจึงเป็นยารักษาโรคกระเพาะที่มีราคาถูกที่สุด และหาง่ายที่สุด</p>
<p>ส่วยกล้วยน้ำว้าสุกนั้นกลับมีสรรพคุณ ตรงกันข้ามกับกล้วยดิบ คือกล้วยสุกกลับเป็นยาระบายแก้ท้องผูก เพราะมีสาร เพ็กติน อยู่มาก ช่วยเพิ่มกากในลำไส้ กล้วยที่สุกงอมมากๆจะมีฤทธิ์ระบายสูง เพราะมีสารเพ็กติน มากขึ้นนั่นเอง ฤทธิ์ระบายของกล้วยน้ำว้าสุกไม่รุนแรงมากต้องกินเป็นประจำวันละ 5-6 ลูก จึงจะเห็นผล อุจจาระที่ออกมาเป็นสีเหลือง ไม่มีกลิ่นเหม็น การกินกล้วยสุกก็ต้องเคี้ยวให้ละเอียด นานๆ เพราะกล้วยเป็นผลไม้ที่มีแป้งอยู่ถึง 20 -25 % ของเนื้อกล้วย จึงสามารถนำมาเป็นอาหารเสริมให้เด็กเล็กได้ ตามปกติ กระเพาะมีเอนไซม์ย่อยแป้งน้อย การเคี้ยวกล้วยให้แหลกละเอียดจะช่วยแป้งได้มากก่อนกลืนลงกระเพาะ หากกินกล้วยโดยเคี้ยวหยาบๆ จะทำให้ท้องอืด จุกแน่น โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ควรเริ่มให้กินกล้วยสุกเมื่อเด็กเริ่มกินข้าวบดได้ อายุราว 3 เดือน โดยขูดเนื้อกล้วยสุก ( ไม่เอาไส้กล้วยเพราะจะทำให้เด็กท้องผูก ) ให้กินคราวละน้อยๆ ไม่ควรเกินครึ่งช้อนชา วันละครั้ง เพราะเด็กยังมีน้ำย่อยแป้งไม่พออาจเกิดอาการท้องอืดได้ เด็กอายุครบขวบกินกล้วยครั้งละ 1 ลูก วันละครั้งก็พอ</p>
<p>นอกจากนี้ เด็กที่มีผิวหนังเป็นตุ่มคันจากยุงกัด มดกัด หรือเป็นผื่นคันเนื่องจากลมพิษ สามารถใช้เปลือกกล้วยน้ำว้าสุกด้านใน ทาถูบริเวณนั้นสักครึ่งนาที รับรองว่าอาการคันจะหายเป็นปลิดทิ้ง นี่เป็นเคล็ดลับภูมิปัญญาไทยที่ใช้กล้วยน้ำว้าเป็นยาสามัญประจำครัวเรือน กล้วยน้ำว้ามีประโยชน์มากมายมหาศาล นอกจากกล้วยที่เป็นผลไม้ อาหาร และสารพัดขนม ใบตองกล้วยยังใช้ทำกระทงใส่ข้าว ของคาว ของหวานแทนถ้วยชาม กาบกล้วยใช้ทำเชือก ซึ่งไม่เคยก่อปัญหาภาวะต่อสิ่งแวดล้อม คนไทยในยุคน้ำมันแพง น่าจะหันกลับมาสร้างค่านิยมปอกกล้วยเข้าปาก เพื่อสุขภาพพลานามัยที่ดีในราคาประหยัด สุดคุ้มเหมือนในยุคปู่ย่า ตายายของเรา<br />
ที่มา:<a href="http://www.uniserv.buu.ac.th/forum2/topic.asp?TOPIC_ID=1346">http://www.uniserv.buu.ac.th/forum2/topic.asp?TOPIC_ID=1346</a></p></blockquote>
<div id="attachment_1260" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a rel="attachment wp-att-1260" href="http://www.blogpun.com/archives/1252/8848792-md"><img class="size-full wp-image-1260 " title="หัวปลีกล้วย" src="http://www.blogpun.com/wp-content/uploads/2010/03/8848792-md.jpg" alt="หัวปลีกล้วย" width="600" height="400" /></a><p class="wp-caption-text">หัวปลีกล้วย</p></div>
<div class="mceTemp mceIEcenter">
<dl id="attachment_1263" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px;">
<dt class="wp-caption-dt"><a rel="attachment wp-att-1263" href="http://www.blogpun.com/archives/1252/attachment/1196134890"><img class="size-full wp-image-1263 " title="ต้นกล้วย" src="http://www.blogpun.com/wp-content/uploads/2010/03/1196134890.jpg" alt="ต้นกล้วย" width="600" height="400" /></a></dt>
<dd class="wp-caption-dd">ต้นกล้วย</dd>
</dl>
</div>
<p>เป็นอย่างไรครับได้อ่านเรื่องของกล้วย แล้วกลับไปสำรวจที่บ้านเราว่ามีกล้วยหรือเปล่าครับ ซึ่งบางครั้งคนไทยก็มีการเปรียบเทียบเรื่องกล้วยกับปัญหาต่างๆ ว่าเป็นเรื่องกล้วยๆ ซึ่งมันก็คงหมายถึงถึงปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่สามารถแก้ได้อย่างง่ายดาย แต่บางครั้งปัญหาก็ไม่ใช่กล้วยๆ นะครับ สุดท้ายแล้ว “ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไข” เสอมครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.blogpun.com/archives/1252/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>15</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ร้านอาหารสวนเมืองพร</title>
		<link>http://www.blogpun.com/archives/1098</link>
		<comments>http://www.blogpun.com/archives/1098#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Feb 2010 14:31:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พ่อปัน ปัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[กังหังลม]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหารสวนเมืองพร]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหารแนะนำ]]></category>
		<category><![CDATA[เขื่อนลำตะคลอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blogpun.com/?p=1098</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้พ่อปัน ปัน นำร้านอาหารมาแนะนำครับ (ไม่ได้มีส่วนได้เสียนะครับ) ซึ่งก็สืบเนื่องมาจาก “ทริปเที่ยวฟาร์มโชคชัย” ของน้องปัน ปัน นั่นแหล่ะครับ หลังจากที่พ่อและแม่ปัน ปัน กลับจากเที่ยวฟาร์มโชคชัยก็พากันมาแวะที่ร้านอาหารสวนเมืองพรครับ ซึ่งที่นี่เค้าจะมีรีสอร์ทไว้บริการด้วยครับ แต่สำหรับพ่อและแม่ปัน ปัน แวะเข้าไปทานอาหารอย่างเดียวครับ เพราะว่าอาหารที่นี่เค้าขึ้นชื่อมากเรื่องความอร่อย เพราะนักท่องเที่ยวพูดกันแบบปากต่อปากครับ และยังมีการนำมาลงใน net อีกหลายๆ ที่ครับ สำหรับบรรยากาศตั้งแต่ทางเข้าเลยก็จะค่อนข้างยากครับ เพราะจะอยู่เส้นทางเดียวกันกับการขึ้นไปดู “กังหัน” ของเขื่อนลำตะคลองครับ (ทางขึ้นไปเขายายเที่ยง) แต่พอเข้าไปภายในร้านก็จะมีถนน มีต้นไม้เยอะมากครับ เพราะนอกจากจะขายอาหารแล้ว ที่นี่ยังขายต้นไม้ด้วยนะครับ แต่จะเป็นต้นไม้ต้นเล็กๆ ครับ บรรยากาศร่มรื่น เพราะต้นไม้เยอะ อาหารที่พ่อกับแม่ปัน ปัน สั่งก็จะมี สเต็กเนื้อนกกระจอกเทศ , สเต็กเนื้อปลาทะเล (จำชื่อปลาไม่ได้) , ไส้กรอกเยอรมัน , น้ำองุ่น 1 ขวด แต่น่าเสียดายครับพ่อปัน ปัน ไม่ได้เก็บรูปมาฝากครับ เพราะมัวแต่วุ่นกับน้องปัน ปัน ครับแต่ก็สนุกดีครับ รสชาดของอาหารพ่อปัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_1102" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a title="วิวจากร้านอาหารสวนเมืองพร" rel="วิวจากร้านอาหารสวนเมืองพร" href="http://www.blogpun.com/?attachment_id=1102"><img class="size-full wp-image-1102" title="วิวจากร้านอาหารสวนเมืองพร" src="http://www.blogpun.com/wp-content/uploads/2010/02/IMG_22851.jpg" alt="วิวจากร้านอาหารสวนเมืองพร" width="600" height="400" /></a><p class="wp-caption-text">วิวจากร้านอาหารสวนเมืองพร</p></div>
<p style="text-align: left;">วันนี้พ่อปัน ปัน นำร้านอาหารมาแนะนำครับ (ไม่ได้มีส่วนได้เสียนะครับ) ซึ่งก็สืบเนื่องมาจาก “ทริปเที่ยวฟาร์มโชคชัย” ของน้องปัน ปัน นั่นแหล่ะครับ</p>
<p>หลังจากที่พ่อและแม่ปัน ปัน กลับจากเที่ยวฟาร์มโชคชัยก็พากันมาแวะที่ร้านอาหารสวนเมืองพรครับ ซึ่งที่นี่เค้าจะมีรีสอร์ทไว้บริการด้วยครับ แต่สำหรับพ่อและแม่ปัน ปัน แวะเข้าไปทานอาหารอย่างเดียวครับ เพราะว่าอาหารที่นี่เค้าขึ้นชื่อมากเรื่องความอร่อย เพราะนักท่องเที่ยวพูดกันแบบปากต่อปากครับ และยังมีการนำมาลงใน net อีกหลายๆ ที่ครับ</p>
<p>สำหรับบรรยากาศตั้งแต่ทางเข้าเลยก็จะค่อนข้างยากครับ เพราะจะอยู่เส้นทางเดียวกันกับการขึ้นไปดู “กังหัน” ของเขื่อนลำตะคลองครับ (ทางขึ้นไปเขายายเที่ยง) แต่พอเข้าไปภายในร้านก็จะมีถนน มีต้นไม้เยอะมากครับ เพราะนอกจากจะขายอาหารแล้ว ที่นี่ยังขายต้นไม้ด้วยนะครับ แต่จะเป็นต้นไม้ต้นเล็กๆ ครับ บรรยากาศร่มรื่น เพราะต้นไม้เยอะ</p>
<div id="attachment_1103" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a rel="attachment wp-att-1103" href="http://www.blogpun.com/archives/1098/img_2291"><img class="size-full wp-image-1103" title="ปัน ปัน กินน้ำองุ่น" src="http://www.blogpun.com/wp-content/uploads/2010/02/IMG_2291.jpg" alt="ปัน ปัน กินน้ำองุ่น" width="600" height="400" /></a><p class="wp-caption-text">ปัน ปัน กินน้ำองุ่น</p></div>
<p style="text-align: left;">อาหารที่พ่อกับแม่ปัน ปัน สั่งก็จะมี สเต็กเนื้อนกกระจอกเทศ , สเต็กเนื้อปลาทะเล (จำชื่อปลาไม่ได้) , ไส้กรอกเยอรมัน , น้ำองุ่น 1 ขวด แต่น่าเสียดายครับพ่อปัน ปัน ไม่ได้เก็บรูปมาฝากครับ เพราะมัวแต่วุ่นกับน้องปัน ปัน ครับแต่ก็สนุกดีครับ</p>
<p>รสชาดของอาหารพ่อปัน ปัน ว่าก็ใช้ได้ครับ สมกับคำลำลือกันครับ แต่ว่าพ่อปัน ปัน ยังไม่ได้ทดลองอาหารประเภทอื่นๆ นะครับ เพราะแค่ 3 อย่างก็กินไม่ไหวแล้วต้องให้เด็กเสริฟห่อกลับไปกินต่อที่บ้านครับ สำหรับราคาก็สมเหตุ สมผลครับ ตกประมาณ 800-900 กว่าๆ ครับ</p>
<p>ถ้าท่านใดมีโอกาสมาเที่ยวแถวโคราช หรือที่เขื่อนลำตะคลอง ก็ไม่ควรพลาดนะครับ และอย่าเพิ่งเชื่อพ่อปัน ปัน ครับว่าอาหารอร่อยต้องลองมาพิสูตรเองครับถึงจะรู้ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.blogpun.com/archives/1098/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลูกพลับ</title>
		<link>http://www.blogpun.com/archives/727</link>
		<comments>http://www.blogpun.com/archives/727#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 29 Nov 2009 02:00:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พ่อปัน ปัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[Persimmon]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้มงคล]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกพลับ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blogpun.com/?p=727</guid>
		<description><![CDATA[ลูกพลับจัดว่าเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีในเมืองไทยครับ และคนเชื้อสายจีนเค้าจะถือว่าลูกพลับเป็นผลไม้มงคลด้วยนะครับ สืบเนื่องมาจากคุณย่าแดงของน้องปัน ปันท่านจะชอบทานลูกพลับสุกมากเลยครับ ทั้งๆที่ครอบครัวของพ่อปัน ปัน เป็นเชื้อสายไทย 100 % แต่คุณย่าแดงของน้องปัน ปัน ท่านรู้จักคนเยอะครับ และส่วนมากก็จะเป็นอาม้า อาเจ้ ทั้งหลายครับ ท่านเลยมีโอกาสได้รับคำแนะนำดีๆ จากเพื่อนๆ ของท่านครับ สำหรับน้องปัน ปัน เองก็จะชอบทานลูกพลับเช่นกัน เพราะเวลาที่ไปเยี่ยมบ้านย่าที่ไร  คุณย่าก็จะให้ปัน ปัน กินลูกพลับเสมอๆ ครับ พ่อปัน ปัน เลยลองทานของลูกดูมั่งก็เลยรู้รสชาดครับ รสมันจะออกหวานๆ แต่ไม่หวานมากครับ และจะมีรสฝาดๆ ปนเล็กน้อย (ถ้าไม่สุกดี) เป็นเอกลักษณ์ของลูกพลับเองครับ สรรพคุณของลูกพลับ -ลูกพลับสุกมีฤทธิ์เย็น  รสหวานอมฝาด  มีสรรพคุณแก้ไอ  แก้อาเจียน  บำรุงลำไส้  ปอด  และม้าม  ช่วยห้ามเลือด  แก้อาการถ่ายเป็นเลือด  แก้ท้องเดิน  ปวดท้อง -ลูกพลับดิบ  แก้ต่อมไทรอยด์บวม  แก้ความดันโลหิตสูง  ห้ามเลือด -ลูกพลับแห้ง  แก้ริดสีดวงทวาร  แก้ริดสีดวงทวาร  แก้อาการปัสสาวะเป็นเลือด  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-730" title="ลูกพลับ" src="http://www.blogpun.com/wp-content/uploads/2009/11/39933-300x224.jpg" alt="ลูกพลับ" width="400" height="253" /><br />
ลูกพลับจัดว่าเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีในเมืองไทยครับ และคนเชื้อสายจีนเค้าจะถือว่าลูกพลับเป็นผลไม้มงคลด้วยนะครับ สืบเนื่องมาจากคุณย่าแดงของน้องปัน ปันท่านจะชอบทานลูกพลับสุกมากเลยครับ ทั้งๆที่ครอบครัวของพ่อปัน ปัน เป็นเชื้อสายไทย 100 % แต่คุณย่าแดงของน้องปัน ปัน ท่านรู้จักคนเยอะครับ และส่วนมากก็จะเป็นอาม้า อาเจ้ ทั้งหลายครับ ท่านเลยมีโอกาสได้รับคำแนะนำดีๆ จากเพื่อนๆ ของท่านครับ</p>
<p>สำหรับน้องปัน ปัน เองก็จะชอบทานลูกพลับเช่นกัน เพราะเวลาที่ไปเยี่ยมบ้านย่าที่ไร  คุณย่าก็จะให้ปัน ปัน กินลูกพลับเสมอๆ ครับ พ่อปัน ปัน เลยลองทานของลูกดูมั่งก็เลยรู้รสชาดครับ รสมันจะออกหวานๆ แต่ไม่หวานมากครับ และจะมีรสฝาดๆ ปนเล็กน้อย (ถ้าไม่สุกดี) เป็นเอกลักษณ์ของลูกพลับเองครับ</p>
<blockquote><p><strong>สรรพคุณของลูกพลับ</strong><br />
-ลูกพลับสุกมีฤทธิ์เย็น  รสหวานอมฝาด  มีสรรพคุณแก้ไอ  แก้อาเจียน  บำรุงลำไส้  ปอด  และม้าม  ช่วยห้ามเลือด  แก้อาการถ่ายเป็นเลือด  แก้ท้องเดิน  ปวดท้อง<br />
-ลูกพลับดิบ  แก้ต่อมไทรอยด์บวม  แก้ความดันโลหิตสูง  ห้ามเลือด<br />
-ลูกพลับแห้ง  แก้ริดสีดวงทวาร  แก้ริดสีดวงทวาร  แก้อาการปัสสาวะเป็นเลือด  รักษาโรคตาแก้ตาฟาง  ป้องกันต้อกระจก  แก้ลำไส้อักเสบ  แก้หืดหอบ  แก้ไอขับเสมหะ<br />
-ส่วนกลีบเลี้ยงและก้านผล  ใช้แก้ไอ  แก้สะอึก<br />
-ชาใบพลับ  ใช้แก้ความดันโลหิตสูง  ช่วยในระบาย  ป้องกันเลือดแข็งตัว</p></blockquote>
<p>สำหรับการใช้ลูกพลับเป็นยาในการรักษาต่างๆ ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนะครับ แต่สำหรับว่าเราจะนำมาทานแบบผลไม้ทั่วๆ ก็คงไม่ต้องถึงกับโทรฯ ไปหาคุณหมอหรอกนะครับ นึกหิวก็ไปหาซื้อกินได้เลยครับตามตลาดแถวๆ บ้านของท่านทั้งหลายก็น่าจะมีขายครับ</p>
<p>ส่งท้ายเรื่องการเลือกซื้อลูกพลับ สำหรับวิธีการพ่อ ปัน ปัน ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่คุณย่าของน้องปัน ปัน ท่านเก่งครับ ท่านรู้จักเลือกว่าลูกไหนหวานมาก หรือว่าหวานติดฝาด ซึ่งการเลือกซื้อผลไม้ต่างๆ ก็เป็นศาสตร์อย่างหนึ่งครับในการเลือกซื้อ ถึงจะสอนกันได้แต่ต้องใช้ประสบการณ์เข้ามาเกี่ยวข้องเช่นเดียวกันนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.blogpun.com/archives/727/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มันฝรั่ง</title>
		<link>http://www.blogpun.com/archives/716</link>
		<comments>http://www.blogpun.com/archives/716#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 28 Nov 2009 05:27:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>พ่อปัน ปัน</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[French fries]]></category>
		<category><![CDATA[Junk Foods]]></category>
		<category><![CDATA[Potato]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาการเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[มันฝรั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารปัน ปัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.blogpun.com/?p=716</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้นำเรื่องมัน มัน มาพูดถึง หลายท่านคงมีความสงสัยว่า มันเรื่องอะไรกันนี่ พ่อปัน ปัน เลยนำเรื่อง”มันฝรั่ง” มาพูดถึงครับ สำหรับมันฝรั่งจะเกี่ยวข้องอย่างไรกับลูกชายผมก็ “น้องปัน ปัน” อย่างไรมาเริ่มกันเลยครับ ที่มาของมันฝรั่ง มันฝรั่งมีชื่อในภาษาอังกฤษ ว่า potato มาจากคํ าว่า patata ในภาษาชาวอินเดียน ที่อาศัยอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ เมื่อนายพลฟรันซิสโก ปิซาร์โร (Francisco Pizarro) แห่งสเปน พิชิตเปรูได้สำเร็จ ในปี พ.ศ. 2073 กองทัพสเปนที่มุ่งจะครอบครองทองคำและอัญมณีอันล้ำค่าของอารยธรรมอินคานั้น ไม่ได้สนใจใยดีกับมันฝรั่ง ซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นที่ขึ้นอยู่ทั่วไปในแถบเทือกเขาแอนดิสของประเทศเปรู แต่ในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าอาณาจักรอินคาที่ยิ่งใหญ่ได้สูญสลายไปจนสิ้นแล้ว และสเปนก็ได้สูญสิ้นความเป็นมหาอำนาจไปแล้วเช่นกัน แต่มันฝรั่งแห่งเปรูได้กลายเป็นพืชที่ยิ่งใหญ่ และมีความสำคัญมากที่สุดในโลก คุณค่าทางอาหาร มันฝรั่งเป็นพืชที่สามารถให้ผลเร็ว ถึงแม้จะปลูกในพื้นที่ขนาดเล็กๆ มันก็ให้ผลผลิตเท่ากับข้าวที่ขึ้นในพื้นที่ที่มากกว่าถึง 2 เท่า มันทนสภาพดินฟ้าอากาศได้ทั้งร้อนและหนาว จึงทำให้สามารถขึ้นได้ดีบนพื้นที่ในบริเวณเทือกเขาแอนดิส ที่สูง 12,000 ฟุต และสถานที่ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล เช่น ในประเทศเนเธอร์แลนด์ได้ นักโภชนาการรู้ว่า โปรตีนที่ได้จากมันฝรั่งมีคุณภาพดีกว่าโปรตีนที่ได้จากพืชอื่นๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-718" title="มันฝรั่ง" src="http://www.blogpun.com/wp-content/uploads/2009/11/1235880376-300x223.jpg" alt="มันฝรั่ง" width="400" height="253" /><br />
วันนี้นำเรื่องมัน มัน มาพูดถึง หลายท่านคงมีความสงสัยว่า มันเรื่องอะไรกันนี่ พ่อปัน ปัน เลยนำเรื่อง”มันฝรั่ง” มาพูดถึงครับ สำหรับมันฝรั่งจะเกี่ยวข้องอย่างไรกับลูกชายผมก็ “น้องปัน ปัน” อย่างไรมาเริ่มกันเลยครับ</p>
<blockquote><p><strong>ที่มาของมันฝรั่ง</strong><br />
มันฝรั่งมีชื่อในภาษาอังกฤษ ว่า potato มาจากคํ าว่า <em>patata</em> ในภาษาชาวอินเดียน ที่อาศัยอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ เมื่อนายพลฟรันซิสโก ปิซาร์โร (Francisco Pizarro) แห่งสเปน พิชิตเปรูได้สำเร็จ ในปี พ.ศ. 2073 กองทัพสเปนที่มุ่งจะครอบครองทองคำและอัญมณีอันล้ำค่าของอารยธรรมอินคานั้น ไม่ได้สนใจใยดีกับมันฝรั่ง ซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นที่ขึ้นอยู่ทั่วไปในแถบเทือกเขาแอนดิสของประเทศเปรู แต่ในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าอาณาจักรอินคาที่ยิ่งใหญ่ได้สูญสลายไปจนสิ้นแล้ว และสเปนก็ได้สูญสิ้นความเป็นมหาอำนาจไปแล้วเช่นกัน แต่มันฝรั่งแห่งเปรูได้กลายเป็นพืชที่ยิ่งใหญ่ และมีความสำคัญมากที่สุดในโลก<br />
<strong><br />
คุณค่าทางอาหาร</strong><br />
มันฝรั่งเป็นพืชที่สามารถให้ผลเร็ว ถึงแม้จะปลูกในพื้นที่ขนาดเล็กๆ มันก็ให้ผลผลิตเท่ากับข้าวที่ขึ้นในพื้นที่ที่มากกว่าถึง 2 เท่า มันทนสภาพดินฟ้าอากาศได้ทั้งร้อนและหนาว จึงทำให้สามารถขึ้นได้ดีบนพื้นที่ในบริเวณเทือกเขาแอนดิส ที่สูง 12,000 ฟุต และสถานที่ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล เช่น ในประเทศเนเธอร์แลนด์ได้ นักโภชนาการรู้ว่า โปรตีนที่ได้จากมันฝรั่งมีคุณภาพดีกว่าโปรตีนที่ได้จากพืชอื่นๆ เช่น ถั่วลิสง มันฝรั่ง 100 กรัม ให้พลังงาน 85 แคลอรี่ และ 99.9% ของผลผลิตไม่มีไขมัน นอกจากนี้มันฝรั่งยังมีธาตุแคลเซียม โปแตสเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ไอโอดีน แมกนีเซียม กรดโฟลิก และวิตามิน ซี, บี-1 และบี-2 อีกทั้งยังพบว่าการที่กัปตันเรือในสมัยก่อนนิยมขนมันฝรั่งไปด้วยในการเดินทางไกล สาเหตุส่วนหนึ่งก็เพื่อป้องกันกัปตันและลูกเรือมิให้เป็นโรคเลือดออกตามไรฟันนั่นเอง การที่มันฝรั่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูงเช่นนี้ นักโภชนาการจึงมีความเชื่อว่าหากใครต้องตกอยู่บนเกาะร้าง และเขามีมันฝรั่งจะปลูก เขาจะไม่มีวันอดอาหารตาย</p></blockquote>
<p>ครับได้รู้ที่มาและคุณค่าทางอาหารของฝรั่งแล้วตอนนี้ก็เข้าเรื่องเสียที สำหรับน้องปัน ปัน รู้รสชาดของมันฝรั่งตั้งแต่อายุได้ประมาณ 6-7 เดือนครับเพราะแม่ปัน ปัน และพ่อปัน ปัน นำมาต้มรวมกับข้าวสวยและผัดต่างๆ เช่น <a href="http://www.blogpun.com/archives/678" target="_blank">แครอท</a> ตำลึง ผัดกาด ข้าวโพด หรือ <a href="http://www.blogpun.com/archives/700" target="_blank">ฟักทอง</a> ต้มรวมกันจนเละครับ หลังจากนั้นก็นำมาบดผสมรวมกับกล้วยน้ำว้าครับ ก่อนที่จะนำไปป้อนน้องปัน ปัน  ก็เห็นว่าน้องปัน ปัน กินได้มั่งไม่ได้มั่ง  บางวันหิวๆ ก็กินเยอะหน่อย วันไหนอารมณ์บ่จอยก็กินได้น้อยหน่อยครับ</p>
<p>ปัจจุบันนี้เราจะพบเห็นมันฝรั่งได้ทั่วไปๆ ทั้งในตลาดสดตามที่ต่างๆ หรือแม้แต่ในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ซึ่งถ้าหากท่านไหนเคยเข้าไปทานร้านไก่ เค เอฟ ซี (KFC) หรือว่า แม็คโดนัลด์(McDonald)ก็คงรู้จักกันในชื่อของ เฟรน์ไฟซ์ (French fries) ซึ่งมันก็คือมันฝรั่งทอดดีๆ นี่เองครับ หรือแม้แต่ขนมขบเคี้ยวของเด็กๆ ก็ยังมีส่วนผสมของมันฝรั่งครับ</p>
<p>สำหรับพ่อปัน ปัน และแม่ปัน ปัน จะพยามยามไม่สนับสนุนให้น้องปัน ปัน กินขนมคบเคี้ยวจำพวกที่ฝรั่งเรียกว่าอาหารขยะ “Junk Foods” ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะได้ผลมากน้อยเพียงใด เพราะเป็นเรื่องของอนาคต แต่พ่อปัน ปัน มีความมั่นใจอย่างหนึ่งว่า มนุษย์ทุกคนสามารถที่จะสั่งสอน และเรียนรู้ได้ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.blogpun.com/archives/716/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
