สมอง ตอนที่2
สำหรับวันนี้ก็นำเรื่องราวเกี่ยวกับสมองของลูกน้อยตอนที่ 2 มาแบ่งปัน ความรู้กันครับ เป็นตอนต่อจากตอนที่ 1 สำหรับท่านใดยังไม่ได้อ่านทบความเกี่ยวกับ สมองตอนที่ 1 ก็อ่านได้ครับมาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ
สมองของทารกแรกเกิด-1ขวบ
วัยนี้พัฒนาการร่างกายเติบโตอย่างชัดเจน สมองส่วนที่เกี่ยวกับการมอง การฟัง ความจำ และสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึกจะพัฒนาเร็วมาก เห็นได้จากพัฒนาการตามวัยที่สอดคล้องกับพัฒนาการทางสมอง ตัวอย่างเช่น การมองที่เริ่มพัฒนาการมาจากการมองเห็นไม่ชัดเจนในเดือนแรกๆ จนสามารถมองตามสิ่งของที่เคลื่อนไหวได้ดีขึ้นในเดือนที่ 5 เป็นต้น จึงควรส่งเสริมพัฒนาการทั้งด้านการมอง การฟังและพัฒนาการด้านอารมณ์ ด้วยการหาของเล่นที่มีสีสันสะดุดตามาให้ลูกดู รวมทั้งการพูดคุยและเล่านิทานให้ลูกฟังบ่อยๆ และที่สำคัญอย่าลืมกอดลูกด้วย เพราะจะทำให้ลูกน้อยรับรู้ถึงความรักที่คุณพ่อคุณแม่มีให้ และยังช่วยให้เซลล์สมองเชื่อมต่อกันมากขึ้น ส่งผลให้สมองพัฒนาได้ดียิ่งขึ้น
โครงสร้างสมอง
สำหรับวันนี้ผู้เขียนนำเรื่องโครงสร้างของสมองมาแบ่งปันความรู้ครับ ซึ่งผู้เขียนก็ไม่ได้เป็นแพทย์หรือเป็นหมอ หรอกนะครับ แต่จะพยายามใช้คำพูดแบบชาวบ้านๆ ที่อ่านแล้วไม่ต้องแปลกความหมายซ้ำครับ ซึ่ง “โครงสร้างของสมอง” นี้เป็นบทความต่อเนื่องจากเรื่อง สมอง ที่ผู้เขียนได้เขียนไว้ใน BlogPun-บล็อกปัน ปัน นี้ครับ
ฟรอนทัลโลบ (Frontal lobe)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลระบบการคิด และพฤติกรรมบางอย่างเช่น การเดิน การพูด การแก้ปัญหา การวางแผน การสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการรับรู้ ตอบสนอง และตื่นตัวด้านพฤติกรรม
ฮิปโปแคมปัส (Hippocampus)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับความจำ ซึ่งจะเกิดขึ้นตั้งแต่เกิด 40 % อีก 50 % เกิดขึ้นหลังคลอดประมาณ 6 สัปดาห์ และจะครบสมบูรณ์เมื่อลูกอายุ 18 เดือน
เทมโปรัลโลบ (Temporal lobe)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับ การดมกลิ่น การได้ยิน ความสามารถด้านภาษา ความจำ อารมณ์ และความกลัว
เบรนสเตม (Brianstem)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับปฎิกริยาอัตโนมัติต่างๆ เช่น การร้องให้ การดูดนม การสะดุ้งตกใจ อีกทั้งยังควบคุมอัวยวะพื้นฐาน เช่น การหายใจ ความดันโลหิต การเต้นของหัวใจ การกรอกตาไปมายามที่นอนหลับ อีกทั้งยังควบคุมดูแลอารมณ์โดยเฉพาะ ความวิตกกังวล และการสงบสติอารมณ์ด้วย
ไฮโปทาลามัส (Hypothalamus)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับระบบประสาทอัตโนมัติ และต่อมไร้ท่อต่างๆ ที่ตอบสนองด้านอารมณ์และสัญชาตญาณ โดยเฉพาะในยามที่ลูกนอนหลับลึก โครงสร้างสมองส่วนไฮโปทาลามัสจะทำหน้าที่เสมือนชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวลูก หลังจากแต่ละวันแห่งการพัฒนาการการเจริญเติบโตของลูกผ่านไป เพื่อที่ลูกจะสามารถพร้อมรับสิ่งใหม่ๆ ที่จะได้พบในวันรุ่งขึ้น
พาไรทัลโลบ (Parietal Lobe)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับเรื่องของระบบประสาทสัมผัสต่างๆ โดยเฉพาะการรับรู้รส การสัมผัส ความสามารถในการจดจำการทำงานประสานกันของมือและตา การจดจำหมายรู้ เช่น รู้และเข้าใจว่าตนกำลังมองอะไรอยู่
ออกซิพิทัลโลบ (Occipital Lobe)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับเรื่องการมองเห็น การรับรู้และความสามารถในการแปรความเข้าใจในสิ่งที่เห็นนั้น
ซีรีเบลลัม (Cerebellum)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับเรื่องการรักษาสมดุลการทรงตัวและช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานสัมพันธ์กันยามเคลื่อนไหว เช่น การวิ่ง การเดิน
เป็นอย่างไรบ้างครับเกี่ยวกับโครงสร้างของสมองซึ่งผู้เขียนหาภาษาที่เข้าใจง่าย และกระชับเพื่อนำไปปรับใช้กับลูกน้อยๆ ของคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยครับ
สอนลูกให้กินผัก
วันนี้พ่อปัน ปันต้องนำรถมาเข้าศูนย์ Honda เลยมีโอกาสเล่น Net ที่ศูนย์ที่เค้าปล่อย Wireless ให้กับลูกค้าที่ต้องมานั่งรอระหว่างที่ต้องตรวจเช็คต่างๆ นึกขึ้นมาได้มาเคยมีเพื่อน ที่สมัยเรียนหนังสือด้วยกัน กินผักไม่เป็นเวลาสั่งอาหารกินเป็นต้องเขี่ยผักมาให้เราประจำ เลยลองถามเค้าเล่นว่าๆ กินผักไม่ได้จริงๆหรอก เพื่อนตอบว่า “ไม่เคยกินเลย” เพราะตั้งแต่เด็กๆ แม่ไม่เคยได้ให้กินผัก ซึ่งตอนนี้ตัวเพื่อนของผู้เขียนเองก็มีลูกแล้ว แต่ผู้เขียนไม่กล้าไปถามเค้าว่าลูกของเค้ากินผักได้หรือเปล่า นี่จึงเป็นที่มาของบทความนี้ครับ “สอนลูกให้กินผัก”
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกวัย 3-4 เดือน และอยากหัดให้ลูกกินผักตั้งแต่ยังเล็ก แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี เรามีคำแนะนำดีๆที่จะช่วยให้ลูกของคุณเป็นนักกินผักตั้งแต่ยังเป็นเด็กตัวน้อยๆ ลองคิดดูว่าการได้เห็นลูกกินผักอย่างเอร็ดอร่อยนั้นจะทำให้คุณพ่อคุณแม่ชื่นอกชื่นใจขนาดไหน เพราะฉะนั้นก็ต้องมาเริ่มหัดกันตั้งแต่เด็กๆนี่แหละค่ะ
ก่อนอื่นการสอนให้เด็กกินผักนั้น สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรเรียนรู้มีดังนี้อายุของเด็ก
เด็กสามารถกินผักได้เมื่ออายุ 3-4 เดือนขึ้นไป โดยคุณพ่อคุณแม่ควรให้เด็กเริ่มกินผักไปพร้อมๆกับอาหารอื่นๆ เพื่อให้เด็กคุ้นเคยกับการกินผัก ไม่แปลกกลิ่นแปลกรส
สมอง
สำหรับบทความนี้ผู้เขียนนำมาจาก “หนังสือนิตยสารรักลูก” เพียงบางส่วน ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าเป็นประโยชน์ เลยนำมาเขียนไว้ที่นี่ครับ เพราะอย่างน้อยเพื่อนๆ และพ่อแม่ ท่านอื่นๆ ที่เข้ามาอ่านในบล็อกปัน ปัน ก็จะได้อ่านกันครับ
สมองพัฒนาอย่างไร
ระยะ 1-3 เดือน
เมื่อเริ่มตั้งครรถ์ เซลล์ที่เกิดจากการผสมระหว่างไข่กับสเปิร์มจะแบ่งตัวและพัฒนาเป็นสมอง โดยมีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อแผ่นบาง แล้วจึงค่อยๆโค้งงอจนมาบรรจบกันเป็นท่อนำประสาท และเริ่มจัดโครงสร้างเป็นสมองส่วนหน้า ส่วนกลาง และส่วนหลัง ในระยะนี้จุดประสาทจะเกิดขึ้นในไขสันหลัง เมื่อเซลล์ประสาทเริ่มเชื่อมโยงกัน ก็จะเกิดการรับข้อมูลถึงกันในสมอง นั่นหมายความว่าสมองของลูกเริ่มทำงานแล้ว
ระยะ 4-6 เดือน
ช่วงนี้จะมีไขมันล้อมรอบเส้นใยประสาท ทำให้กระแสไฟฟ้าระหว่างเซลล์สมองวิ่งไปมารวดเร็วยิ่งขึ้น การรับส่งข้อมูลก็ดีมากขึ้น ประสาทตาและหูของลูกจะทำปฎิกริยากับแสงจ้าและเสียงดัง เซลล์ประสาทเริ่มเคลื่อนย้ายไปยังตำแหน่งที่จะทำหน้าที่ต่างๆ ที่ทำให้ระบบประสาทสมบูรณ์
ระยะ 7-9 เดือน
ไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรถ์นี้ เซลล์ประสาทจะสร้างแขนงประสาทอย่างมากมาย และแขนงประสาทเหล่านี้จะเชื่อมโยงกันจนกระทั่งทำงานประสานกันระหว่างวงจรประสาทได้ป็นอย่างดี ทำให้ลูกสามารถตอบสนองต่อเสียงที่คุ้นเคยอย่างเสียงของแม่ได้ครับ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับบทความเรื่องสมองของลูกน้อย แต่ยังมีต่อครับเอาไว้วันหลังผู้เขียนจะนำมาเขียนต่อครับซึ่งก็จะเป็นรายละเอียดของสมองเด็กตั้งแต่แรกเกิดกันเลยที่เดียวครับ
เวทีต้องมีพี่เลี้ยง
สำหรับวันนี้ไปค้นเจอเกี่ยวกับวิธีเลือกพี่เลี้ยงเด็กมาฝาก ซึ่งวิธีการต่างๆ เป็นเพียงแนวทางในการหาพี่เลี้ยงที่จะมาดูแลลูกของเราเองครับ สำหรับปัน ปัน พี่เลี้ยงของปัน ปัน มีเยอะมากเลยไม่ว่าจะเป็น ตานง ยายแปว ยายมด ยายเบ้า พี่นัด พั่ไอซ์ หรือว่าคนอื่นๆที่พ่อจำไม่ได้ก็จะมาช่วยกันเลี้ยงปัน ปันครับ
พี่เลี้ยงของลูกต้อง
มีประวัติชัดเจน คุณแม่ควรตรวจสอบเรื่องประวัติ การศึกษา นิสัยใจคอคร่าวๆ ของคนที่จะมาเป็นพี่เลี้ยงของลูกให้ดีมีประสบการณ์
ควรเลือกพี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงเด็กมาบ้าง เพราะบางครั้งที่เด็กไม่สามารถสื่อความหมายและความต้องการได้ พี่เลี้ยงจะสามารถรู้ และเข้าใจความต้องการของเด็กได้เร็วขึ้นมีความซื่อสัตย์
คุณแม่ต้องเช็กให้แน่ว่าพี่เลี้ยงที่จะรับมานั้น มีความซื่อสัตย์หรือเปล่า หากไปเจอพี่เลี้ยงจอมขโมยเข้าก็แย่แน่ๆ เพราะอาจโดนยกเค้าได้มีความรับผิดชอบ
ข้อนี้มีความสำคัญมาก หากพี่เลี้ยงไม่มีความรับผิดชอบเลย หรือละเลยลูกน้อยของคุณแม่ ก็อาจเป็นเหตุให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ง่ายมีความพร้อม
พร้อมที่จะดูแลลูกน้อย พร้อมที่จะรับภาระหน้าที่ต่างๆ และที่สำคัญต้องพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้
มีบุคลิกเหมาะสม
เป็นคนใจเย็น ใจดี รักเด็ก รอบคอบ และเอาใจใส่เด็กได้เป็นอย่างดี
Credit by :http://www.enfababy.com/genius_code/detail/32/
หวังว่าบทความนี้คงมีประโยชน์กับพ่อแม่ที่กำลังมีลูกน้อยวัยเดียวกันกันปัน ปัน หรือว่าท่านที่กำลังมองหาพี่ลี้ยงเด็กมาเป็นคนดูแลลูกๆ ของเราครับ


Tags:
