วิธีรับมือกับลูกอาละวาด
วันนี้พ่อปัน ปัน นำเรื่องวิธีการรับมือกับเด็กอาละวาดมาให้อ่านกันครับ ซึ่งพ่อปัน ปัน ก็ไปหยิบมาจากหนังสือ “เมื่อลูกน้อยอาละวาด” อีกครั้งหนึ่งครับ เป็นแนวทางในการเลี้ยงดูลูกๆ ในวัยนี้ครับ
10 วิธียอดนิยม ในการรับมือกับลูกอาละวาด
1.พยายามทำตัวให้สบาย
มีความสุขและสนุกที่สุดเวลาอยู่กับลูก เพราะความขัดแย้งตลอดเวลาเมื่ออยู่ร่วมกัน ไม่ส่งผลดีทั้งต่อคุณพ่อคุณแม่และลูก ลองหาโอกาสพากันเดินเล่นในสวนสาธารณะ หรืออ่านหนังสือร่วมกัน โดยเฉพาะวันที่มีปัญหา2. ลูกต้องการโอกาสในการสำรวจสิ่งต่างๆ รอบตัว
ภายใต้ขอบเขตของความปลอดภัยและทดลองสิ่งแปลกใหม่ทันทีที่เขาเริ่มเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง พยายามจัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยวางของมีค่าให้ห่างไกลมือเด็ก คุณพ่อคุณแม่จะได้ไม่ต้องคอยระวังหรือห้ามลูกตลอดเวลา พึงระลึกไว้เสมอว่า เด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก3.ลองทบทวนดูว่า
คุณพ่อคุณแม่ห้ามลุกด้วยคำว่า “อย่า” บ่อยเพียงใด และพยายามลดคำดังกล่าวลง โดยหลีกเลี่ยงไปใช้คำพูดว่า “ไว้เราค่อยมาเล่นกันที่หลัง” หรือ “ไว้โอกาสหน้าเราค่อยไปกัน” แทนการพูดว่า “ไม่” หรือ “อย่า”4.เตือนตัวเองตลอดเวลา
เกี่ยวกับความสำคัญของการเอาใส่ลูก โดยเอาใจใส่เฉพาะพฤติกรรมพึงประสงค์ ให้คำชมที่บอกลูกชัดเจนว่าชมเขาด้วยเรื่องอะไร และเพิกเฉยพฤติกรรมซุกซนเล็กๆ น้อยๆ5.ลองทบทวน
ลูกกำลังเผชิญกับคงามเครียดอื่นอยู่หรือไม่ เช่น การเปลี่ยนสถานที่เลี้ยงเด็ก เปลี่ยนพี่เลี้ยง ได้ยินเสียงพ่อแม่ทะเลาะกัน หรือมีน้องใหม่ ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่ทำให้อาการอาละวาดแย่ลง ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญกับต้นเหตุของปัญหา มากกว่าสนใจกับการอาละวาดของลูกๆ6.พยามยามสังเกตุ
และการจดบันทึกว่าลูกอาละวาดเมื่อใด เพื่อดูรูปแบบของการอาละวาด ช่วงเวลาและเหตุผลที่ทำให้ลูกอาละวาดมากขึ้น เช่น ลูกงอแงตอนแกเหนี่อย7.ยอมรับและเข้าใจความรู้สึก
รวมทั้งความโกรธของลูก เพื่อไม่ให้เขาเก็บความรู้สึกเหล่านั้นไว้จนพร้อมที่จะระเบิดได้ตลอดเวลา บอกลูกว่า ”แม่รู้ว่าตอนนี้หนูโกรธแม่” หรือ ”มันคงทำให้หนูโกรธมากเลย” ซึ่งจะทำให้ลูกรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่เข้าใจเขา8.เป็นแบบอย่างที่ดี
ตอบสนองพฤติกรรมของลูกด้วยท่าทีที่สงบและหนักแน่น แม้เป็นเรื่องที่ยากแต่คุ้มค่ากับความพยายาม หากผู้ใหญควบคุมอารมณ์ของตนเองไม่ได้ จะทำให้สถานการณ์แย่ลง ดังนั้นผู้ใหญ่ทุกคนซึ่งมีหน้าที่ดูแลเด็ก ควรตอบสนองต่อความต้องการ หรือสถานการณ์ยุ่งยากอย่างมั่นคงและสม่ำเสมอ9.อารมณ์ขัน
ใช้อารมณ์ขันเข้ามาช่วยทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ลองหัวเราะแล้วพูดว่า “สงสัยแม่ต้องลงนอนกลิ้งกับพื้นเหมือนหนูแล้วล่ะ” หรือบางครั้งการจั๊กจี้ก็ก็ได้ผลสำหรับเด็กที่กำลังตั้งท่าจะอาละวาด10.สุดท้าย
ระลึกไว้เสมอว่า “ห้าม” ลงโทษเด็กที่กำลังอาละวาดเด็ดขาด เพราะจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ลองนำไปปรับใช้กันดูนะครับ ซึ่งบางครั้งพ่อปัน ปัน ก็มีหลุดบ้างเกี่ยวกับการสอนลูกครับ ซึ่งพอย้อนกลับมาก็ต้องทบทวนว่าเราบกพร่องที่ตรงไหน ต้องใช้ทั้ง “ความอด และ ความทน” อย่างมากเลยที่เดียวในการเลี้ยงดูลูก และสอนลูก วึ่งไม่ง่ายเลยครับ
ความต้องการของเด็ก
วันนี้พ่อปัน ปัน กลับจากที่ทำงานแล้วน้องปัน ปัน ยังไม่ยอมหลับ สาเหตุเพราะเพิ่งนอนตอนเย็นๆ ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ประมาณ 5 โมงเย็นแล้วเลยทำให้น้องปัน ปัน ยังไม่ง่วง พ่อปัน ปัน เลยต้องเข้าไปนอนเป็นเพื่อนลูกครับ ซึ่งกว่าจะที่น้องปัน ปัน จะหลับได้ก็อ่านหนังสือนิทานให้ฟัง ประมาณ 4 เล่มครับ
พอน้องปัน ปัน เริ่มหลับแล้วพ่อปัน ปัน เลยแอบออกมานอกห้องมาเจอหลังสือที่แม่ปัน ปัน ซื้อมาอ่านเห็นว่ามีประโยชน์กับบรรดาเพื่อนชาวบล็อกเกอร์ทั้งหลายครับ ชื่อหนังสือว่า “เมื่อลูกน้อยอาละวาด” ซึ่งวันหลังพ่อปัน ปัน จะถ่ายรูปและมาเขียนเล่าเรื่องต่อครับ
สำหรับวันนี้หยิบเรื่อง “ความต้องการของเด็ก” มาเขียนครับซึ่งก็เป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งของหนังสือที่บอกข้างบนครับ เพื่อนลองอ่านตามกันนะครับว่าเด็กๆ เค้าคิดอย่างไร และต้องการอะไรบ้าง
ความรัก
เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หากให้ความรักกับลูกได้อย่างไม่มีข้อแม้ เขาจะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นใจ และมีทัศนคติที่ดีต่อตัวเอง
ความเอาใจใส่
เด็กๆ ต้องการความเอาใจใส่ในเรื่องที่ถูกต้อง
คำชมเชย
บอกเด็กๆ ให้ชัดเจนว่า คุณพ่อคุณแม่ชมเชยเขาด้วยเรื่องอะไร ไม่ชมเฉพาะเขาทำอะไรสำเร็จเท่านั้น แต่ควรชื่นชมแม้เพียงความพยายามทำสิ่ง ต่างๆ ด้วยตัวเอง
การยอมรับนับถือ
ควรปฎิบัติต่อเขาเหมือนปฎิบัติต่อผู้ใหญ่ด้วยกันเอง
การรับฟังและพูดคุย
เป็นทักษะสำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมอาละวาด
การเรียนรู้การช่วยเหลือตัวเองทีละน้อย
ช่วยให้ลูกเรียนรู้ด้วยตนเองทันทีที่เขาสามารถทำได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเขา กระตุ้นให้เขาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
ความสม่ำเสมอ
เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะลูกจะสับสน หากบางวันทำได้ แต่บางวันทำไม่ได้
ได้อ่านพอหอมปาก หอมคอกันแล้วนะครับ ซึ่งบางครั้งคนส่วนมากจะลืมนึกถึงบางเรื่องไปครับ โดยคิดแบบผู้ใหญ่ทั่วๆ เลยลืมนึกถึงเด็กๆ กันไปครับ พ่อปัน ปัน ก็มีบางที่เกินเลยไปเกี่ยวกับลูกชายครับ และก็มีบางครั้งเหมือนกันที่พฟติกรรม ของน้องปัน ปัน ย้อนศรกลับมาสอนทั้งพ่อปัน ปัน และแม่ปัน ปัน เองครับซึ่งเรียกได้ว่า วัยนี้กำลังช่างจด ช่างจำ ช่างเรียนรู้ ครับ


Tags: 