วันเกิด น้องปัน ปัน
เวียนมาอีกรอบครับสำหรับวันเกิดน้องปัน ปัน ครับมาถึงปีนี้น้องปัน ปัน ก็มีอายุครบ 3 ขวบแล้วครับเช่นเดียวกันครับกับ “บล็อกน้องปัน ปัน” ก็มีอายุ 3 ปี เช่นเดียวกันครับ
น้องปัน ปัน เติบโตมาเหมือนกับเด็กๆ ทั่วๆ ทั้งน้ำนม และอาหารต่างๆ เท่าที่เด็กอย่างน้องปัน ปัน จะทานได้ซึ่งกว่าจะปรับมาทานนมแบบทั่วๆ ได้ก็ต้องใช้ระยะเวลาถึง 1 ปีครึ่งก็เพราะการอาการ “แพ้โปรตีนนมวัว”
วันเกิดวันนี้สำหรับน้องปัน ปัน ก็มีการทำบุญวันเกิดให้กับน้องปัน ปัน เหมือนปีที่ผ่านมาครับเพราะการเลี้ยงพระที่บ้านคุณยาย อาหารการกินก็บรรดายาย ทั้งหมดและเพื่อนยายช่วยกันทำครับ
น้องปัน ปัน ดีใจที่ได้เจอเพื่อนๆ และยายๆ ทุกคน น้องปัน ปัน วิ่งเล่นแบบไม่เหน็ดเหนื่อยเพราะนานๆ จะได้เจอเพื่อนๆ ทั้งที่ ไม่ต่างกันกับเพื่อนๆ และพี่ๆ ที่ได้พบและเจอน้องปัน ปัน
ช่วงเย็นคุณยายก้อน ตาอุ้ย พี่อ้อม และพี่เอยได้ซื้อเค้กวันเกิดมาให้น้องปัน ปัน เป็นรูป BEN 10 ซึ่งเป็นตัวการ์ตูนที่น้องปัน ปัน จำได้ครั้งแรกครับ
น้องปัน ปัน กว่าจะได้เป่าเค้กก็ได้ชื่นชมอยู่ตั้งนานสองนาน เพราะคงเสียดายตามประสาเด็กส่วนเพื่อนๆ นั้นก็เร่งเหลือเกินให้น้องปัน ปัน มาเป่าเค้กเร็วๆ เพราะหิวเหลือเกินครับ
สำหรับวันเกิดปีนี้ที่น้องปัน ปัน มีอายุครบ 3 ขวบเต็ม พ่อก็ขออวยพรให้ น้องปัน ปัน เป็นเด็กดีของพ่อและแม่ รวมทั้งของทุกๆ คนที่อยู่รอบข้างน้องปัน ปัน
ส่วนแม่พูดว่า แม่รักน้องปัน ปันมาก แม่ดีใจมากที่ปัน ปัน เริ่มรู้จักหน้าที่ของตนเอง ในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการไปโรงเรียน ปัน ปัน ไม่ร้องแล้ว และกลับมายังมาร้องเพลงชาติให้แม่ฟังอีกด้วย รวมทั้งเริ่มที่อยากจะช่วยทำงานบ้านเล็กน้อยๆ ได้แล้ว
สุดท้ายทั้งพ่อและแม่ก็ให้พระคุ้มครองน้องปัน ปัน ให้เป็นเด็กดี แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง และเป็นที่รักของทุกๆ คน
ปล.พ่อและแม่รักลูกที่สุดในโลกเลย
ของฝากจากโรงเรียน
หลังจากที่น้องปัน ปัน ไปโรงเรียนวันแรก และยังไปต่อได้อีก 3 วันครับ หลังจากวันที่ 3 ช่วงบ่ายที่พ่อปัน ปัน และแม่ปัน ปัน ไปรับลูกชายด้วยกันเริ่มสังเกตุเห็นน้องปัน ปัน เริ่มมีน้ำมูลไหลและเริ่มมีอาการไอครับ ด้วยความเป้นห่วงลูกเลยพาน้องปัน ปัน ไปหาหมอในช่วงประมาณบ่าย 2 กว่าๆ ซึ่งก็พอดีคุณหมอประจำตัวน้องปัน ปัน มาเข้าเวรพอดีครับ
ที่ต้องรับพาน้องปัน ปัน ไปหาหมอเพราะว่า “โดยปกติน้องปัน ปัน” จะแพ้ง่ายอยู่แล้วซึ่งอากาศเย็นๆ ก็จะจามครับ ซึ่งการจามนั้นก็จะมีน้ำมูลออกมาเป้นระยะๆ ซึ่งก็เป็นวิธีการสังเกตุเบื้องต้นของอาการหวัดนะครับ.
พอไปถึงโรงพยาบาลน้องปัน ปัน ไม่รู้สึกว่ากลัวเลย ไม่ว่าที่ระยอง หรือที่โคราช เพราะหมอจะคุ้นเคยดีกับน้องปัน ปัน ทั้ง 2 ที่อีกอย่างหนึ่งเมื่อไปถึงโรงพยาบาลน้องปัน ปัน ก็จะได้เลยของเล่นด้วยครับ นี่อาจจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งของเด็กที่อยากไปโรงพยาบาล และคุณหมอก็ใจดีด้วยจะให้วิตามินซี ทุกครั้งที่ไปพบครับ ทำให้เด็กๆ รู้สึกว่าไม่กลัวแต่ไปพบกับคนที่คุ้นเคยมากกว่า
เด็กวัยระหว่างน้องปัน ปัน สือสารรู้เรื่องเกือบทุกอย่างแล้วครับ เพียงแต่อาจจะต่อต้านพ่อแม่ในบ้างครั้ง แต่ก็ไม่หนักหนาอะไรมาก อย่างเช่นไปหาหมอ ก็จะเปิดพุงให้หมอตรวจ และอาปาก ให้หมอตรวจ หรือไม่ก็เอียงหูให้หมอตรวจ เมื่อหมอสั่ง มีอยู่ครั้งหนึ่งคุณหมอที่โคราช ไม่ยอมเอาที่ฟังหูไปแนบที่ท้องน้องปัน ปัน น้องปัน ปัน เลยสั่งหมอเองซะเลยครับ ว่าต้องเอาที่แนบหูมาฟังที่ท้องด้วยนะ เลยเอาหมอต้องขอโทษน้องปัน ปัน เป็นการใหญ่เลยที่เดียว
สำหรับค่าใช้จ่ายในการไปหาหมอครั้งนี้ประมาณ 1 พัน ได้ยาประจำมา ก็อย่างเช่น ยาฆ่าเชื้อ , ยาลดน้ำมูล, ยาแก้ไอ ประมาณนี้ครับ หลังจากกลับมาถึงบ้านก็ต้องมาปล้ำกับน้องปัน ปัน ปัน อีกในการกินยาเพราะน้องปัน ปัน กินยายากมากครับ แต่ก็ต้องให้กินให้ได้เพราะเดี๋ยวจะไม่หาย เรียกว่าต้องหลอกล่อกันสุดฤทธิ์ เลยที่เดียวครับ
อีกหนึ่งบันทึกเกี่ยวกันน้องปัน ปัน ในการไปโรงเรียนเพราะคุณหมอก็บอกว่า เป็นอย่างนี้แหล่ะช่วง “สร้างภูมิคุ้มกัน” เพราะที่โรงเรียนก็จะมีเด็กเป็นหวัดเยอะมาก และอีกอย่างที่โรงเรียนน้องปัน ปัน ก็เป็นห้องแอร์ เชื้อหวัดก็ไม่ต้องไปไหนไกลครับ วิ่งๆ อยู่ภายในห้องนั่นแหล่ะ เดี๋ยวเด็กคนไหนภูมิคุ้มต่ำ หรือร่ายกายไม่แข็งแรงก็เป็นต่อๆ กันไปเรื่อยๆ
และนี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้ปกครองทุกท่านครวให้ความสำคัญครับสำหรับลูกๆ ที่ไม่สบายหรือป่วย อย่างน้อยก็ครวให้พักผ่อน อยู่ที่บ้านก่อน เพราะถ้ามาโรงเรียนก็มาแพร่เชื้อให้เพื่อนๆ อีกต่อหนึ่ง เป้นอันว่าไม่ต้องหายกันพอดีครับ สำหรับน้องปัน ปัน ก็ถือว่าได้พักผ่อนนานหน่อย เพราะเป็นตั้งแต่วันพฤหัส ศุกร์ ไม่ต้องไปเรียน 2 วัน ตอนนี้ก็อาการดีขึ้นมากแล้วน้ำมูลไม่มีไหลแล้ว เพราะได้ยาแบบเต็มๆ ไป 2 วัน วันละ 3 เวลา เรียกได้ว่าเชื่อโรคก็ชะงักครับ ถึงบ้างครั้งจะมีอาเจียนมาบ้าง แต่ก็ต้องให้ทานใหม่ เพราะถ้าไม่ทานน้องปัน ปัน ก็ไม่หายครับ






Tags: