รถตักดิน
วันนี้หลังจากที่ตื่นนอนตอนเย็นๆ เพราะอ่อนเพลียจากการทำงานตั้งแต่เมื่อคืน ก็เป็นพวกมนุษย์ค้างค้าวครับ ซึ่งๆ แล้วพ่อปัน ปัน ต้องปฎิบัติงานเข้ากะครับ ซึ่งลูปนี้ต้องเข้าทำงานตอนดึกครับ นี่ก็ว่าหลังจากที่ update บล็อกให้น้องปัน ปัน แล้วก็จะเตรียมตัวอาบน้ำเพื่อไปทำงานอีก 1 วันครับ
ไม่รู้ว่าเค้าเรียกกันว่ารถอะไรกันแน่ครับ แต่พ่อปัน ปัน ลองสอบถามพี่กูดูแล้วได้ผลออกมาว่า “รถตักดิน” ซึ่งจะใช้ไถ หรือตักดินเวลาที่มีงานก่อสร้างถนน ที่พวกเราได้พบเห็นกันทั่วไปครับ แต่สำหรับน้องปัน ปัน ชอบมากถ้าได้เห็นก็จะมองแบบเหลียวหลังเลยครับ
เวลาที่คุณยายหรือเพื่อนๆ ของคุณยายจะไปเที่ยวที่ไหน หรือแม้แต่ไปซื้อของกินต่างๆ ก็จะชวนน้องปัน ปัน ไปด้วยน้องปัน ปัน ก็จะชอบเพราะได้นั่งรถมอเตอร์ไซต์ อีกอย่างก็ได้เห็นสิ่งใหม่ๆ รอบตัวซึ่งบางอย่างก็ไม่มีที่บ้านคุณยาย ซึ่งรถตัก หรือรถขนดินต่างๆ ที่บ้านคุณยายไม่มี แต่จะมีในบริเวณที่มีการก่อสร้างถนน หรือ การก่อสร้างบ้านจัดสรรทั่วๆ ไปครับ
รถคันนี้เป็นรถเด็กเล่นอีก 1 คัน ที่พ่อปัน ปัน ซื้อให้ปัน ปัน ครับพอดีว่าเห็นน้องปัน ปัน อยากเล่นเพราะเคยมีรถตักดินแล้วที่คุณยายเคยซื้อให้ครับ สำหรับรถคันนี้ราคาก็ประมาณ 250 บาทครับ พ่อปัน ปัน ไปเดินหาซื้อแถวๆ ห้างดังในระยองครับ กะไว้ว่าวันศุกร์นี้กลับบ้านที่โคราชก็จะนำไปให้น้องปัน ปัน ครับ
ของเล่นของน้องปัน ปัน ส่วนมากจะได้รับมาแบบฟรีๆ ครับ เพราะมีเพื่อนๆ ของพ่อปัน ปัน ให้มาอีกทีหนึ่งครับ มีเพียงไม่กี่ชิ้นครับที่พ่อปัน ปัน ซื้อให้น้องปัน ปัน แต่จะซื้อหนังสือพวกนิทานต่างๆ ให้เป็นส่วนมากครับ ของเล่นทุกอย่างในมุมมองของพ่อปัน ปัน มีประโยชน์ครับซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะคิดครับ
รถตักดินคันนี้ก็เป็นการเสริมพัฒนาการทางด้านกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของเด็กครับ ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อมือ หรือว่าเท้า พัฒนการทางด้านการมองเห็น และพัฒนาการด้านอื่นๆ ที่พ่อปัน ปัน ยังคิดไม่ออกครับ
สำหรับอุตสาหกรรมของเล่นสำหรับเด็กในมุมมองของพ่อปัน ปัน ถือว่าเติบโตพอสมครวครับเพราะมีการแข่งขัน ในตลาดค่อนข้างสูง ทั้งของเล่นที่ใช้ไม้ทำ หรือว่าผลิตจากพลาสติกครับ แต่ที่น่าเป็นห่วงตอนนี้ก็พวกของเล่นที่มาจากประเทศจีนครับ เพราะต้นทุนถูกครับ และของเล่นบางอย่างก็เป็นอันตรายต่อเด็กโดยตรงเลยครับ เพราะมีสารปรอท หรือว่า สารตะกั่วปนมาในของเล่นนั้นๆ ครับ
ก็เพราะประเทศจีนได้เปิดประเทศก็เลยต้องมีการพัฒนาประเทศ อุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ ก็เติบโตครับ รวมทั้งพูดการผลิตของเล่นเด็กด้วยครับ ต้นทุนถูกค่าแรงถูก ค่าวัสดุใช้ของถูกๆ ก็เลยมาขายถูกได้ครับ อย่างที่เป็นข่าวดังเมื่อประมาณ 2 ปีก่อนเกี่ยวกับการเรียกคืนของเล่นในอเมริกา ที่จ้างให้ประเทศจีนผลิตให้ครับ
ของที่เด็กเล่นทุกอย่างพ่อปัน ปัน ก็ยังยืนยังครับว่ามีประโยชน์ครับ เพราะอย่างน้อยๆ เด็กก็ใช้จินตนาการในการเล่นครับ ซึ่งผู้ใหญ่อย่างเราๆ ไม่รู้ครับว่าตอนนี้เด็กจินตนาการเป็นอะไร ถ้าเด็กไม่พูดออกมา หรือว่าไม่บอกเราที่เป็นพ่อ หรือว่าแม่ครับ พ่อปัน ปัน เคยอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่งครับ ถ้าเราไปขัดจินตนาการของเด็ก หรือไปโต้แย้งว่าไม่ใช่ ต้องเป็นอย่างนั้น ต้องเป็นอย่างนี้ ก็จะทำให้เด็กเติบโตมาขาดความมั่นใจในตัวเองครับ ไม่กล้าพูดคุยกับเรา หรือว่าไม่กล้าแสดงความคิดเห็นครับ ซึ่งถือได้ว่าไม่เป็นผลดีเลยครับผม
รถป้ายแดง
วันนี้พ่อนำรถใหม่ป้ายแดงที่พ่อซื้อมาให้ปัน ปันครับ แต่รถของปัน ปัน ไม่ต้องไปจดทะเบียนที่กรมการขนส่งนะครับ เพราะว่ามันเป็นรถของเล่นของปัน ปัน ที่พ่อแลกซื้อมากับปั้มน้ำมันเซล เมื่อครั้งที่พ่อต้องเดินทางกลับบ้านไปหาปัน ปัน ยังงัยแหล่ะครับ พ่อจำได่ว่าแลกซื้อประมาณ 99 บาทนี่แหละ ครับ
รถป้ายแดงของปัน ปัน เป็นรถโมเดลนะครับ ซึ่งความหมายของมันก็คือ เค้าจะเทียบขนาดของรถในรุ่นนั้นๆ ที่เป็นของจริงนำมาลดขนาดลงแล้วผลิตเป็นรถของเล่นนี่ถ้าพ่อจำไม่ผิดน่าจะเป็น 1:38 ส่วน นะครับ ซึ่งมันก็คือขนาดของรถของเล่นยาวหรือกว้าง 38 ส่วนเท่ากับรถของจริงแค่ 1 ส่วนครับ อ๋อพ่อเกือบลืมบอกไปว่ารถรุ่นนี้เป็นชื่อของรถยี่ห้อ “Ferrari รุ่น F430” ครับ
เมื่อปัน ปัน ได้มาเที่ยวที่บ้านพ่อ พอเห็นรถก็ชอบใจใหญ่เลย ไสเล่นแบบสนุกสนาน จนยางรถแตกออก (ต้องบอกว่าหลุดมากกว่าครับ) แต่ก็ยังไม่พังพ่อสามารถซ่อมได้ และเก็บไว้ให้ปัน ปัน ได้เล่นต่อไป สำหรับรถป้ายแดงนี้ก็ถือได้ว่าเป็นการฝึกกล้ามเนื้อมืออย่างหนึ่งของปัน ปัน อีกทั้งยังฝึกเรื่องของสมาธิในการเล่น ฝึกสายตา และอื่นที่พ่อยังนึกไม่ออก
สำหรับพ่อแม่ยุคใหม่ หรือว่ายุค IT อย่างทุกวันนี้ไม่ค่อยมีเวลาหาของเล่นให้ลูก ต้องไปซื้อของเล่นราคาแพงๆ เพื่อให้ลูกฝึกเรื่องพัฒนาการต่างๆ ของลูกจนบางครั้งลืมนึกไปว่าของเล่นพื้นบ้านเราก็ช่วยพัฒนาการเด็กได้เหมือนกันครับ ไม่ว่าจะเป็นม้าก้านกล้วย , ปืนก้านกล้วย , ลูกฟุตบอลที่ทำจากทางมะพร้าวที่นำมาสานกัน วึ่งถ้าเรามองย้อนกลับไปพ่อแม่หรือว่าปู่ย่า ตายายของเราก็ฉลาดที่สามารถของที่อยู่ในพื้นบ้านมาทำเป็นของเล่นให้ลูกๆ หลานๆ ได้เล่นกันโดยไม่ต้องไปซื้อหาที่ไหนครับ ต่างกันเพียงแต่ว่าของเล่นพื้นบ้านนี้ไม่ได้นำขึ้นไปขายที่บนห้างครับผม
ปัน ปัน นิ้วแตก
เรื่องมีอยู่ว่าปัน ปัน เล่นของเล่นที่มีฆ้อนไม้ แล้วก็มีแท่งไม้ที่ไว้ให้ตอกเล่น เพื่อฝึกทักษะการใช้มือ การใช้นิ้ว หรือว่าทักษะการใช้กล้ามเนื้อต่างๆ แต่บังเอินว่าปัน ปัน เล่นไม่ระวังหรือว่ายังใช้กล้ามเนื้อต่างๆยังไม่คล่องก็ได้ครับ เลยใช้ฆ้อนไม้ตีเอานิ้วชี้ของตัวเอง แล้วก็ร้องลั่นบ้านเลยครับ วิ่งไปให้ยายเบ้าเป่าให้ แล้วยังให้แม่เป่าอีกเท่านั้นยังไม่หายเจ็บ วิ่งมาให่พ่อเป่าอีกครับ พ่อเลยพูดกับปัน ปัน ว่า ปัน ปัน ครับทีหลังต้องระวังด้วยนะครับเพราะว่าจะเจ็บตัวอีก แต่ปัน ปัน ก็ยังคงไม่รู้เรื่องเพราะว่ายังร้องเพราะยังเจ็บอยู่ก็จะไม่ให่ร้องได้อย่างไรก็เลือดมันไหลนี่ครับ พ่อกับแม่ก็ได้แต่สงสาร และก็ปอบปัน ปัน ไปพลางๆ แล้วก็ชวนไปเล่นอย่างอื่นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไปอย่างอื่นแทน
นี่ก็เป็นเพียงบทเรียนอย่างหนึ่งของปัน ปัน ในการเล่นต้องระมัดระวังตัวด้วยในการเล่นของเล่นชนิดต่างๆ พูดถึงว่าปัน ปัน เจ็บตัวพ่อว่าก็เป็นประโยชน์นะครับ เพราะปัน ปัน จะได้เกิดการเรียนรู้ถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นในคราวหน้า เพราะปัน ปัน ต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ อีกมากมายครับ
สำหรับพ่อแม่ที่ยังมีลูกในวัยเดียวกันกับน้องปัน ปัน หรือว่าวัยใกล้เคียงกัน ต้องระมัดระวังในการเล่นของลูกๆ ต้องคอยระวังตลอดเวลาซึ่งวัยนี้กำลังต้องการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ยังไม่รู้จักการวางน้ำหนักมือ ในการทุบ การตี หรือว่าการโยนสิ่งของต่างๆ ซึ่งตัวผู้เขียนเองก็โดนมากับตัวเองแล้วครับ เจ็บก็เจ็บแต่ยังต้องยิ้มและเล่นกับลูกต่อ เพราะเป็นลูกเราเองครับ โดยเฉพาะเด็กผู้ชายครับ ค่อนข้างจะแรงเยอะ จะโยนอะไรก็แล้วแต่ยังกะระยะไม่แม่นครับ พูดง่ายๆ คือกะระยะยังไม่เป็นครับ ผู้เขียนก็หวังว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับ พ่อแม่ที่ยังเป็นมือใหม่หัดเลี้ยงอย่าง พ่อของปัน ปัน และแม่ของ ปัน ปัน นะครับ
ของเล่นปัน ปัน
ระหว่างที่ปัน ปัน มาอยู่บ้านพ่อที่ระยอง ปัน ปัน ก็เดินสำรวจทั่วบ้านรวมทั้งรอบบ้านที่มีต้นไม้เต็มไปหมดเลย พ่อก็ไม่ลืมที่จะนำกล่องของเล่นของปัน ปัน มาด้วยนะครับ ซึ่งเมื่อไรที่ปัน ปัน รื้อค้นออกมาเล่นทุกครั้งก็จะมีความสุข ตามภาพที่พ่อนำมาลง blog ให้ปัน ปัน นะครับ
ฝึกฟังเสียง+ฝึกใช้นิ้วมือ
วันนี้พ่อมีของเล่นของปัน ปัน มาให้ครับพ่อได้ไปซื้อมากะว่าถึงวันพ่อก็คือ วันที่ 5 ธค 51 นี้พ่อก็จะนำไปให้ปัน ปัน ของเล่นชิ้นนี้พ่อไปซื้อมาจากห้างแหลมทองระยองครับ เห็นแม่ของปัน ปัน บอกว่าปัน ปัน ชอบกดเพราะว่าเคยมีคนเอาของเล่นลักษณะแบบนี้ มาให้ปัน ปัน กดเล่นแล้วปัน ปัน ชอบ พ่อเลยไปหาซื้อมาให้ปัน ปัน เก็บไว้เล่นยังงั้ยแหละครับ ของเล่นชิ้นนี้ ช่วยเรื่องของการฟังเสียง และฝึกการใช้นิ้วในการกดเพื่อให้เกิดเสียงต่างๆ ซึ่งส่วนมากจะเป็นเสียงของสัตว์ต่างๆ ที่ปัน ปัน ต้องพบเห็นเมือ ปัน ปัน เติบโตขึ้นมาครับ ยกตัวอย่างเช่น วัว เป็ด หมู หมา ม้า และอื่นๆ อีกมากครับ วันนี้พ่อต้องทำงานตอนดึกช่วงประมาณ 20.30-08.30 แล้ววันพฤหัสที่ 4 ธค 51 พ่อก็จะขับรถไปรับแม่ปัน ปัน ที่กรุงเทพฯเพื่อกลับบ้านด้วยกันไปหาปัน ปัน ครับ


Tags: 

