เที่ยวเกาะช้าง (ตอนที่2)
หลังจากอ่านตอนที่1 กันไปแบบหอมปาก หอมคอแล้วเหมือนกับเป็นการเกรินเรื่องมากกว่าครับ มาถึงตอนนี้เป็นการเดินทางตั้งแต่การขึ้นเรือเฟอร์รี่ครับ บรรยากาศบนเรือต่างๆ นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ (เยอะมากครับ….ขอบอก)
สามคนพ่อแม่ลูกขึ้นเรือกันประมาณ 12.00 น ครับวันนั้นท่าเรือยังมีคนไปเที่ยวไม่เยอะครับ ส่วนมากก็จะเป็นทัวร์ จากกรุงเทพฯ มากับรถตู้ครับ ส่วนเราเป้นรถส่วนตัว เลยไม่ต้องกังวนเรื่องเวลาในการขึ้นเรือครับ
สำหรับระยะเวลาในการข้ามฝั่งจากแหลมงอบไปเกาะช้างที่ท่าเรือเฟอร์รี่นี้ใช้เวลาประมาณ 25-30 นาทีครับ เรียกว่าไม่นานครับกำลังดี ได้มีเวลานั่งพักหลังจากขับรถมานาน บรรยากาศบนเรือก็มีหลากหลายครับ ทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ คนไทย บนเรือยังมีร้านค้าต่างๆ ไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วยนะครับ อ๋อที่สำคัญมีห้องน้ำด้วยครับ
สำหรับชาวต่างชาติที่พ่อปัน ปัน ได้พูดคุยกับไกด์ที่เป็นคนไทยบอกว่าเค้าจะจองกันแบบข้ามปีเลยครับ เพราะเรื่องที่พักนี่สำคัญมาก เที่ยวบินหรือว่าตารางเวลาเดินรถ เดินเรือต่างๆ เรืยกว่าต้องวางแผนกันให้ดีๆ ครับ
นักท่องเที่ยวที่ไปกับเรือเฟอร์รี่ วันนั้นคงจะเซ็งๆ กันตามๆ กันครับฝนตกตลอดเลย นี่ขนาดตอนเที่ยงๆ กว่าๆ ยังไม่หยุดเลยครับแต่ในเมื่อจองทัวร์ไว้แล้วก็ต้องเดินทางมาเที่ยวกันครับ เรียกว่า “เสียดาย” ว่าอย่างนั้นเถอะครับ
ครับตอนนี้ส่วนมากเป็นรูปที่พวกเรา 3 คนอยู่บนเรือเฟอร์รี่ ครับ เรียกได้ว่าระยะเวลาประมาณ 30 นาที ที่อยู่บนเรือก็ได้กดซัตเตอร์ แบบมือแทบจะเป็นหวัดครับ เก็บความทรงจำดีๆ ไว้ให้ลูกตอนโตครับ เวลาที่ลูกโตพอที่จะเรียนรู้ว่าวันนั้นๆ ได้ไปเที่ยวที่ไหนๆ กับ พ่อและแม่มาบ้างครับ ส่วนตอนต่อไป น้องปัน ปัน จะพาไปเที่ยวชม รีสอร์ทที่เราไปพักกันครับ ว่าน่าพักแค่ไหนกันต้องติดตามอ่านกันนะครับ
เที่ยวเกาะช้าง (ตอนที่1)
วันนี้มีโอกาสเข้ามาเขียนบล็อกให้น้องปัน ปันครับ หลังจากที่น้องปัน ปัน ต้องป่วยและเป็นไข้หวัด นานประมาณ 1 อาทิตย์ ซึ่งคุณหมอต้องให้หยุดโรงเรียนหลายวันเลยที่เดียวครับ ซึ่งพอน้องปัน ปัน หายป่วยก็ต้องเดินทางไกลต่อ สำหรับทริปนี้ น้องปัน ปัน จะพาเที่ยวเกาะช้าง จังหวัดตราดครับ ซึ่งพ่อปัน ปัน จะขอแบ่งเป็นตอนๆ ก็แล้วกันครับ โดยมีเรื่องราวตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนจบเพื่อความต่อเนื่องครับ
เริ่มต้นจากพ่อและแม่ปัน ปัน เริ่มหาจองโรมแรม และ รีสอร์ทต่างๆ บนเกาะช้าง (อันนี้ต้องรอบครอบครับ) เพราะถ้าไปแล้วไม่มีที่พักก็จบกันเลยครับซึ่งเราจองรีสอร์ทกันทางผ่านทาง net กันครับ เพราะรวดเร็วและแน่ใจว่าได้ที่พักแน่นอนครับ ซึ่งเราจองของ Gaja Puri Resort & Spa อยู่ที่หาดไก้แบ้ ครับ
เช้าวันที่เฝ้ารอมาถึง 3 คนพ่อแม่ลูกตื่นนอนกันตั้งแต่เช้าตรู่ (ขอบอกเช้ามาก) ประมาณตี 5 ก็แต่งตัวกันเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ฟ้าไม่เป็นใจเพราะฝนตกแรงมากๆ ก่อนเริ่มเดินทาง แต่ก็ต้องไปเพราะจองที่พักและจ่ายเงินค่าที่พักทั้งหมดแล้ว เรียกว่าเสียดายเงินครับ
ขับรถออกจากระยองฝนก็ตกตลอดทางเลยที่เดียวต้องขับช้าๆ โดยจุดหมายแรกที่เราวางแผนกันไว้คือ อ.ท่าใหม่ จังหวัด จันทบุรี เพราะกองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง เพื่อไปหาอาหารกิน ซึ่งข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับร้านอาหาร แม่ปัน ปัน มีหน้าที่ค้นหาใน Pantip ครับและแน่นอนว่าต้องมีร้านอร่อยๆ หลายๆ ร้าน เพียงแต่ว่าเราไปถึงที่ อ. ท่าใหม่กันตั้งแต่เช้า ประมาณ 7 โมงเช้าร้านอาหารส่วนใหญ่เลยยังไม่เปิด อีกทั้งฝนก็ยังตกอีกด้วย
เสียดายที่ไม่ได้เก็บภาพอาหารการกินของ อ.ท่าใหม่มาให้ดูกันครับ กินอาหารเสร็จและเริ่มออกเดินทางจาก อ.ท่าใหม่ เพื่อไป อ. แหลมสิงห์ ก็ประมาณ 8 โมงเช้าเพราะเราต้องไปให้ทันประมาณ 9 โมงเช้าเพื่อจะได้ดูการโชว์ปลาโลมาที่ “โอเอซิส ซีเวิคล์” จังหวัด จันทบุรี
โอเอซีส ซีเวิคล์ เป็นแหล่งเพราะเลี้ยงปลาโลมาชายฝั่งทะเล ครับ ซึ่งการแสดงส่วนใหญ่ก็จะเป็นการแสดงปลาโลมา ซึ่งเด็กๆ ส่วนมากก็จะชอบใจครับ ส่วนมากเด็กนักเรียนจะมากันเป็นหมู่คณะครับ ซึ่งก็มีครูพามาเป็นส่วนมากครับ สำหรับอัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญคนละ 90 บาท เด็กสูงไม่เกิน 90 ซม. ไม่เสียค่าเข้าชมครับ ส่วนถ้าเกิน 90 ซม. เสียคนละ 50 บาท ซึ่งเรียกว่าสมน้ำสมเนื้อสำหรับ ราคาต่างจังหวัดครับ
ครอบครัวเราออกเดินทางจากโอเอซิส ซีเวิคล์ กันประมาณ 10.00 น ครับทั้งๆ ที่ฝนก็ยังตกตลอดทาง แต่ตกไม่แรงครับขับรถไม่เร็วมากนัก โดยจุดหมายปลายทางคือ “อ่าวธรรมชาติ” ท่าเรือเฟอร์รี ไปเกาะช้างครับสำรหรับค่าโดยสารคนละ 120 บาท ไปกลับส่วนค่ารถไม่เสียครับ
สำหรับตอนที่ 1 ก็คงมีเรื่องมาเล่าเพียงแค่นี้ครับ เพราะตอนที่ 2 ก็จะเกี่ยวกับการเดินทางขึ้นเกาะช้างกันแล้ว เพื่อนๆ ลองติดตามอ่านกันต่อนะครับว่า น้องปัน ปัน จะพาไปเที่ยวบนเกาะช้างที่ไหนบ้างครับ






Tags: 




