ของฝาก

เมื่อถึงเทศกาลต่างๆ ทั้งวันขึ้นปีใหม่ หรือว่าวันสงกานต์ พวกเราที่เป็นมนุษย์เงินเดือนก็ต้องเตรียมตัวเดินทางกลับ บ้านเกิดที่อยู่ต่างจังหวัดครับ และพ่อปัน ปัน ก็เป็นหนึ่งในคนพวกนั้นด้วยครับ แต่ปีนี้พอดีว่าพ่อปัน ปัน วางแผนไว้ล่วงหน้าค่อนข้างนานหน่อยเลยได้หยุดติดต่อกันหลายวันครับ เรียกได้ว่าพอกลับมาทำงานต้องปรับตัวอยู่สักพักหนึ่งก่อนที่งานจะนิ่งและเข้าที่ก็ว่าได้ครับ

วันนี้นำเรื่องของฝากมาเขียนในบล็อกปัน ปัน ๆ ครับ ก็ด้วยเหตุที่พ่อปัน ปัน ต้องทำงานที่จังหวัดระยอง เวลาที่จะต้องเดินทางกลับบ้านที่โคราช ก็เลยต้องเตรียมตัวหลายวันทั้งเรื่องของเวลาในการเดินทาง และต้องหลีกเหลี่ยงเรื่องของ การจราจร ที่ต้องติดขัดเพราะต้องแย่งกันกลับไปฉลองกับครอบครัวกันครับ “ของฝาก”  ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยครับ ส่วนมากของฝากต่างๆ ก็จะได้มาจากพื้นที่นั้นๆ ครับ อย่างที่ระยองก็ส่วนมากเป็นอาหารทะเลตากแห้งต่างๆ ครับ


ปลาอินทรีย์ตากแห้ง


สำหรับของฝากที่พ่อปัน ปัน ไปซื้อมาเพื่อเตรียมนำกลับไปฝากครอบครัว ทั้งครอบครัวของพ่อปัน ปัน เองและครอบครัวของคุณยายน้องปัน ปัน ก็มีหลายอย่างครับ ก็มี กุ้งแห้ง กระปิ ปลาอินทรีย์ตากแห้ง (เค็ม) ทั้งตัว แล้วก็ทุเรียนทอดกรอบ ครับก็หมดไปหลายตังค์เหมือนกันครับ เรียกว่าพอออกจากร้านค้าเดินตัวเบาเลยครับ


กุ้งแห้ง


ของฝากชิ้นที่สองเป็น “กุ้งตากแห้ง” ครับตามรูปที่สองครับ เป็นกุ้งเนื้อตากแห้งครับ ซื้อมา 1 กิโลครับเป็นกุ้งขนาดใหญ่ครับตกกิโลกรัมละหกร้อยกว่าบาทครับ อันนี้ถ้าทำน้ำพริกกะปิอร่อยครับ


กะปิเคย


ของฝากอีกอย่างที่พ่อปัน ปัน ซื้อมาก็ “กะปิ” ครับทำจาก “เคยเล็ก” ครับไม่ใช่ทำจากกุ้งนะครับ เมื่อพูดถึง “เคย” พ่อปัน ปัน เคยไปดูชาวประมงเค้าจับครับนำมาทำกะปิจะอร่อยครับ


หมึกกระตอย


หมึกกระตอยครับของฝากที่พ่อปัน ปัน นำเสนอครับอันนี้นำมาทอดแล้วกินกับข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยครับ หรือว่าคอเหล้า คอเบียร ทั้งหลายไม่ครวพลาดครับ รับรองจะติดใจครับ หรือว่าจะนำมาผัด กะเพรา ก็อร่อยครับผม สำหรับหมึกกะตอยก็เป็นของฝากแนะนำอีกอย่างที่น่าลองครับ


ทุเรียนทอดกรอบ


ชิ้นสุดท้ายเเป็นทุเรียนทอดกรอบครับซื้อมา 8 ถุง ประมาณ 2 กิโลกรัม ตกถุงละ 100 บาทครับ อันนี้แม่ของน้องปัน ปัน ชอบทานครับ สำหรับทุเรียนทอดชาวบ้านเค้าจะนำทุเรียนที่ยังไม่สุกหรือเรียกว่า “ทุเรียนห่ามๆ” ครับนำมาทอดแล้วก็คลุกเคล้าเกลือแกงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความเค็มเล็กน้อยครับ

เป็นอย่างไรบ้างครับผมสำหรับ “ของฝาก” จากจังหวัดระยองจริงๆ แล้วยังมีอีกเยอะครับจำพวก หมึกตากแห้ง หรือปลาตากแห้งต่างๆ ซึ่งถ้าหากเพื่อนๆ ท่านไหนมีโอกาสมาเกี่ยวจังหวัดระยอง ก็ลองแวะเวียนมาซื้อได้ครับที่บริเวณ “ตลาดแม่แดง” ซึ่งมีให้เราเลือกซื้อหาของฝากได้หลายร้านมากครับ สำหรับเรื่องราคาก็สามารถต่อรองกันได้ครับ

ปัน ปันเป็นไข้

ปรอทวัดไข้เด็ก

ปรอทวัดไข้เด็ก

 

วันนี้แม่ของน้องปัน ปัน โทรฯมาหาพ่อปัน ปัน ตั้งแต่เช้าตรู่เลยเกี่ยวกับเรื่องน้องปัน ปัน มีอาการตัวร้อนและเป็นไข้ตั้งแต่เมื่อคืน วันที่ 25 ธ.ค. 52  นี้  แม่ปัน ปัน ก็ให้ทานยาลดไข้สำหรับเด็กไป แล้วก็เช็ดตัวให้แล้ว สำหรับอาการโดยรวมนั้น ปกติเวลาที่น้องปัน ปัน เป็นไข้จะมีอาการงอแง ร้องไห้ แบบไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวครับ

สำหรับสาเหตุของการเป็นไข้จากการวิเคราะห็ของแม่ปัน ปันน่าจะมาจาก เมื่อวานน้องปัน ปัน อาบน้ำ 4 ครั้ง ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ของแม่ปัน ปัน และญาติๆ ทั้งหลาย เรื่องของเรื่องก็คือน้องปัน ปัน  ได้วิ่งเล่นตามปกติ แล้วด้วยความที่มีคนเลี้ยงเยอะมากไม่ได้บอกกันว่า คนนั้นคนนี้อาบน้ำให้น้องปัน ปัน แล้ว เลยต้องอาบน้ำกับหลายรอบมากครับ และอากาศที่บ้านน้องปัน ปัน  (โคราช ) ก็คงเย็นกว่าปกติ เลยอาจจะทำให้ร่างกายของเด็กปรับตัวไม่ทัน ตกดึกเลยเกิดอาการตัวร้อน และเป็นไข้ตามที่บอกครับ

นี่ก็เป็นข้อคิดอย่างหนึ่งของคนที่เป็นพ่อและแม่ของน้องๆ ครับรวมทั้งคนเลี้ยงเด็กด้วยครับ ของอะไรก็แล้วแต่ทำเกินดีเกินไปมันก็เป็นผลเสียเช่นเดียวกัน ไม่ใช่ว่าจะดีเสอมไปครับ นี่คงจะเป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่พ่อและแม่ของน้องปัน ปัน ต้องจำไว้ครับ เพราะไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกของตัวเองเจ็บไข้ได้ป่วยหรอกครับ

ตอนเย็นวันนี้แม่ของน้องปัน ปัน ได้พาปัน ปัน ไปหาหมอเพื่อให้หมอตรวจดูอาการ เนื่องจากปัน ปัน นอกจากจะมีอาการตัวร้อนเป็นไข้แล้ว ยังมีอาการอาเจียนเป็นระยะด้วยครับ ตอนเย็นยิ่งงอแงใหญ่เลย หมอจ่ายยาลดไข้ แล้วก็ยังมียาลดอาการอาเจียนมาให้ด้วยครับ อย่างน้อยก็ต้องกินยาติดต่อกันอีกก็ประมาณ 3-4 วันถึงอาการจะดีขึ้นมาเหมือนเดิมได้ครับ

นี่พ่อปัน ปัน ยังไม่รู้เลยว่าน้องปัน ปัน จะหายทันที่จะได้ไปเที่ยว “ฟาร์มโชคชัย”ตามที่พ่อปัน ปัน ได้วางแผนการณ์ไว้หรือเปล่า เพราะถ้าไม่หายผมคงไม่กล้าพาไหนครับ ไม่เสี่ยงดีกว่าเพราะน้องปัน ปัน ยังเด็ก ระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ ยังไม่ดีเท่าคนใหญ่ ถึงแม้ว่าจะได้ฉีดวัคซีนต่างๆ ครบตามที่หมอบอกแล้วก็ตาม สู่เราที่เป็นพ่อและแม่อดทนไว้สักระยะเวลาหนึ่งก่อนก็ยังไม่สายครับ เพราะถ้าร่างกายแข็งแรงดีแล้วจะพาไปเที่ยวที่ไหนๆ ก็ไม่ต้องห่วงอีกแล้วครับ

ฟาร์มโชคชัย

ฟาร์มโชคชัย

ฟาร์มโชคชัย

ช่วงวันขึ้นปีใหม่นี้มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน พ่อปัน ปัน ก็ได้วางแผนว่าจะพาน้องปัน ปัน ไปเที่ยวครับ และที่ตั้งเป้าหมายว่าจะไปเที่ยวที่ “ฟาร์มโชคชัย” กันเพราะว่าน้องปัน ปัน ก็โตพอที่จะได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ แล้วครับ ตั้งใจกันว่าจะขับรถออกจากบ้านตั้งแต่เช้าครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูก่อนว่าน้องปัน ปัน จะตื่นนอนตอนไหนครับเพราะไม่อยากที่จะบังคับให้ลูกชายตื่นครับ เดี๋ยวอารมณ์เค้าจะไม่ค่อยดีครับ

วันนี้เลย Search รูปใน Net หารูปของฟาร์มโชคชัยมาให้เพื่อนๆ ดูไปพลางๆก่อนครับ ซึ่งจริงๆ ฟาร์มโชคชัยก็อยู่ห่างจากบ้านของปัน ปัน ไม่มากครับ ก็ประมาณ 80-90 กิโลเมตร เพียงแต่ว่าพ่อกับแม่ปัน ปัน ยังไม่มีเวลาพาน้องปัน ปัน ไปเที่ยวเท่านั้นเองครับ

สำหรับฟาร์มโชคชัยนี้พ่อปัน ปัน และแม่ปัน ปัน ตั้งใจไว้นานแล้วถ้าหากมีเวลาจะพาลูกชายมาเที่ยวช่วงปีใหม่นี้จัดตารางเวลาได้ลงตัวพอดิบพอดีครับ ซึ่งตอนที่แม่ของน้องปัน ปัน ตั้งท้องพ่อปัน ปัน จะไปรับจากกรุงเทพฯ ประจำ และผ่านเส้นทางนี้ประจำครับ ได้แวะเวียนกินสเต็กเนื้อวัว บ้างเป็นบางเวลา แวะเวียนซื้อขนมไปฝากเพื่อนฝูงที่ทำงานด้วยก็บ่อยครับ แต่ที่ยังไม่ได้ทำก็คือพาน้องปัน ปัน มาเที่ยวครับผม

สิ่งสำคัญในแผนการณ์ครั้งนี้ก็คืออยากใช้ชีวิต 3 คน พ่อแม่ลูกครับอย่างน้อยๆ พ่อปัน ปันก็ใช้เวลาให้คุ้มค่ามากที่สุดที่ได้อยู่กับลูกชาย และเป้าหมายทางอ้อมก็คือ ให้ปัน ปัน ได้เปิดหูเปิดตา ในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ไม่ได้มีแต่เฉพาะบ้านยายเท่านั้น ยังมีเพื่อนๆ หรือสัตว์ชนิดต่างๆ ได้ให้น้องปัน ปัน ได้เรียนรู้อีกมากครับ อย่างน้อยปัน ปัน ก็สามารถเดินดูสิ่งต่างๆ ได้เองแล้วไม่ต้องให้พ่อและแม่ต้องมาอุ้ม แต่ก็อาจจะมีบ้างตอนที่ปัน ปัน หิวนมก็ต้องแวะเวียนหาที่หยุดให้ปัน ปัน ได้กินนมแล้วก็นอนเอาแรงก่อน เมื่อได้พลังแล้วปัน ปัน ก็จะเดินต่อได้ครับ

ถ้าหากแผนการณ์นี้ดำเนินไปตามแผนที่วางไว้ พ่อปัน ปัน จะเก็บภาพมุมสวยๆ มาฝากครับ ซึ่งคงต้องเป็นหลังปีใหม่ครับแต่คงไม่นานมาก สำหรับเพื่อนๆ ไม่รู้ว่าปีใหม่นี้มีใครวางแผนว่าจะไปฉลองที่ไหนกันบ้างครับ ถ้าหากฉลองกันก็เบาๆนะครับโดยเฉพาะเรื่อง “แอลกอฮอล์” ครับเพราะเดี๋ยวนี้จับปรับเลยครับ อย่างน้อยๆ คุณต้องมีเงินในกระเป๋าไม่ต่ำกว่า 20,000 บาทครับ ยังงั้ยก็ระวังๆด้วยครับ

Calendar 2010

วันนี้พ่อปัน ปัน ใช้เวลาเกือบทั้งวันเพื่อทำงานชิ้นหนึ่งครับ “ปฎิทิน” ครับเป็นปฎิทินปี 2010 ก็เหลืออีกไม่กี่วันก็จะขึ้นปีใหม่อีกแล้ว เลยอยากที่จะทำอะไรที่เก็บไว้ในความทรงจำตลอดไป เกี่ยวกับน้องปัน ปัน นึกขึ้นมาได้ตัวเราก็ก็พอมีฝีมือด้านการแต่งภาพอยู่นี่ก็เลยจัดการรวบรวมรูปภาพต่างๆ ที่ถ่ายเก็บไว้นำมาทำเป็นปฎิทินไว้ใช้ที่โต๊ะทำงานที่บริษัท และกะว่าจะทำให้แม่ของปัน ปัน และตากับยายของปัน ปัน ด้วยครับ ดูรูปด้านล่างเลยครับ

 

Calendar

 

สำหรับโปรแกรมที่ผมใช้ทำหลักๆ ก็เป็น “PhotoShop” แล้วก็ “Excel” ครับเพื่อนๆ อาจจะสงสัยว่าทำไมต้องใช้ “Excel” ด้วยเหรอเพียงแค่ PhotoShop ก็น่าจะพอแล้วลองอ่านเหตุผลของผมดูนะครับ

Excel ผมใช้สำหรับสร้างตัวเลขและจัดเรียงแบบปฎิทินในเดือนต่างๆ ทั้ง 12 เดือนครับ เพราะง่ายและสะดวกรวดเร็วอีกทั้งยังสามารถปรับรูปแบบของตัวอักษรได้ง่ายกว่า PhotoShop เยอะครับ พอสร้างปฎิทินใน Excel เสร็จแล้วก็ Copy ไปวางที่ PhotoShop ครับ

สำหรับ PhotoShop ผมจะสร้างแบบหรือ Template ไว้ก่อนเป็นไฟล์ PSD หลังจากนั้นก็นำรูปภาพต่างๆ ที่เตรียมไว้มาวาง แล้วก็นำปฎิทินที่ทำจาก Excel มาวางครับ เสร็จแล้ว Save เป็นเดือนต่างๆ ทั้ง 12 เดือนเป็นอันว่าเสร็จสมบูรณ์ครับ อ๋อปฎิทินที่ผมทำเป็นขนาดมาตราฐานครับขนาด 6×8 นิ้ว เป็นแบบตั้งโต๊ะครับ

สำหรับการสั่งพิมพ์ออกตอนนี้ยังไม่ได้พิมพ์ครับ เดี๋ยวต้องไปหาซื้อกระดาษ หรือไม่ก็อาจจะไปที่ร้านอัดภาพให้เค้าอัดออกมาให้ครับ ส่วนถ้าหากเสร็จแล้วเดี๋ยวถ่ายรูปมาลงบล็อกให้ดูครับผม

เด็กสองภาษา “พ่อแม่สร้างได้”

หนังสือเด็กสองภาษาพ่อแม่สร้างได้

 

วันนี้พ่อปัน ปัน นำหนังสือที่น่าอ่านมาแนะนำอีกหนึ่งเล่มครับซึ่งก็ไปหาซื้อมาพร้อมกันกับหนังสือ “คุณพ่อเล่นกับหนูหน่อย” ที่พ่อปัน ปัน เคยเขียนในบล็อกไว้แล้วครับ ดูน่าตาของหนังสือตามรูปด้านล่างเลยครับ เผื่อคุณพ่อ หรือ คุณแม่ท่านไหนสนใจก็ไปหาซื้อมาอ่านได้ครับ (สำหรับผมแล้วไม่ได้ค่า Commission เพิ่มแต่อย่างใดครับ)

สำหรับเนื้อหาของหนังสือโดยรวมผู้เขียนคือคุณ “พงษ์ระพี เตชพาหพงษ์” เขียนจากประสบการณ์จริงของเค้าเอง ที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวนี้ ด้วยความที่ คุณพงษ์ระพี เองต้องการที่จะให้ลูกสาวของเค้าที่เกิดมาพูดได้สองภาษา เหมือนกับเด็กลูกครึ่งทั่วๆ ไป แต่ด้วยที่ความที่คุณพงษ์ระพี มีพื้นฐานด้านการใช้ภาษาอังกฤษที่น้อย เลยคิดและหาวิธีต่างๆ ในการที่จะทำให้ลูกสาวของตนเองพูดได้สองภาษา

หนังสือ “เด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้” จะมีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน แบ่งการอ่านหนังสือและการสอนลูกอย่างเป็นระบบโดยแบ่งเป็น 4 ระดับซึ่งก็ได้แก่

ระดับ A =>ฟังพูดสองภาษาได้อย่างคล่องเหมือนเด็ฏที่เป็นลูกครึ่งแท้ที่พูดสองภาษาในครอบครัว
ระดับ B =>ฟังและพูดสองภาษาได้ระดับหนึ่งแต่ยังไม่คล่องนัก
ระดับ C =>ฟังและพูดได้แต่วลีสั้นๆ จำนวนหนึ่ง ฟังเข้าใจแต่ยังอายหรือไม่อยากพูดภาษาที่สอง
ระดับ D =>ฟังและพูดได้แค่ศัพท์พื้นฐานจำนวนหนึ่งมีความอายในการพูดภาษาที่สอง
 

ซึ่งในแต่ละระดับนั้นคุณพงษ์ระพี เค้ามีคำแนะนำด้วยครับว่าคนที่เป็นพ่อแม่ต้องทำอย่างไรเพื่อที่จะได้ไปสู่เป้าหมายที่เราตั้งไว้ซึ่งมันก็คือลูกๆ ของเราสามารถพูดได้สองภาษาครับ หลักการก็เพียงแต่พ่อกับแม่ต้องมีความตั้งใจทั้งสองฝ่ายในการที่จะสอนลูกและพูดจากับลูกโดย หลักๆ จะแยกกันระหว่างพ่อและแม่ คือ พ่อจะพูดกับลูกในภาษาอังกฤษ และแม่จะพูดกับลูกในภาษาไทย โดยเริ่มตั้งแต่ลูกเล็กๆ เลยครับยิ่งเราเริ่มต้นเร็วเท่าไร เด็กก็จะสามารถปรับตัวและพูดได้เร็วเท่านั้น ซึ่งก็จะทำให้เป้าหมายของเราบรรลุเร็วเท่านั้นครับ

หนังสือเล่มนี้มุ่งเน้นเรื่องการใช้คำศัพท์ต่างๆ ที่พูดคุยกับลูกด้วยภาษาง่ายๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่การกินข้าว กินน้ำ หรือแม้แต่การเล่นต่างๆ กับลูก ซึ่งช่วงแรกๆ เด็กๆ ก็อาจจะสบสนไปบ้างแต่ก็สามารถปรับตัวได้ง่าย เพราะพัฒนาการของเด็กจะค่อยๆ ปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมครับ

สำหรับพ่อปัน ปัน เองก็ได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วก็จะพยายามปรับเพื่อนำไปใช้กับน้องปัน ปัน ครับแต่จะได้ผลมากน้อยแค่ไหนพ่อปัน ปัน ไม่ได้ซีเรียสครับ เอาเป็นว่าเราได้ทำแล้วและเด็กซึ่งก็คือลูกของเราเองนั้นสามารถรับได้มากหรือเปล่า ไม่อยากไปบังคับมากครับ ปล่อยให้พัฒนาการค่อยๆ เป็นไปอย่างธรรมชาติครับ

คุณพ่อและคุณแม่ท่านใดได้อ่านแล้วก็ลองนำไปปรับเปลี่ยนใช้กับครอบครัวของตนเองดูครับ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีกฎตายตัว สามารถปรับเปลี่ยนและแก้ไขได้ สำหรับวิธีการนี้อาจใช้ได้กับครอบครัวหนึ่ง แต่อาจจะนำมาใช้กับอีกครอบครัวหนึ่งไม่ได้ครับ

Page 1 of 41234