เจ็บขา
วันนี้พ่อปัน ปัน โทรศัพท์คุญกับแม่ปัน ปัน ถึงเรื่องอาการป่วยของน้องปัน ปัน เพราะน้องปัน ปัน ตัวร้อนมาประมาณ 2 วันแล้ว ไปหาหมอรอบแรกคุณหมอก็ให้ยาลดไข้ทั่วไป และยาแก้แพ้อากาศ และยาฆ่าเชื้อให้มาทาน แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น หมอนัดดูอาการอีก 2-3 วัน
วันนี้แม่น้องปัน ปัน เลยพาน้องปัน ปัน ไปหาหมอรอบที่ 2 เที่ยวนี้หมอให้ยาแกอับเสบมาทาน พร้อมกับยาลดไข้ สืบเนื่องมาจาก น้องปัน ปัน ก่อนที่จะไม่สบายได้ไปกระโดด เล่นตามที่ต่างๆ ตามนิสัยของเด็กผู้ชายทั่วๆ ไป ทำให้เกิดอาการ “อับเสบ” ที่กล้าเนื้อขาและส่งผลทำให้เกิดเป็นไข้ตัวร้อนตามมาครับ
เด็กก็คือเด็กครับ ไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมต้องเจ็บขาด้วย ถึงแม้ขาเจ็บแต่ก็ยังอยากจะเดินไปเล่นกับเพื่อนๆ รุ่นพี่ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ยังเป็นไข้ด้วย และนี่ บริเวณหมู่บ้านของยายน้องปัน ปัน ก็มีไข้เลือดออกระบาดด้วย เพราะบ้านยายปัน ปัน ด้านหลังบ้านเป็น “สวนหมาก” และ “สวนมะปราง” เก่าครับ เรื่องยุงก็ไม่ต้องพูดถึงครับ โดยเฉพาะช่วงเย็นๆ
สิ่งที่เหมือนๆ กันอย่างหนึ่งระหว่างเด็กๆ และผู้ใหญ่ที่ป่วยเป็นไขคือ จะเบื่ออาหาร หิวน้ำเย็นๆ อารมณ์หงุดหงิด อยากที่จะนอน (อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่ทานก็ได้) และอื่นๆ น้องปัน ปัน ก็เช่นเดียวกันครับถ้าตัวร้อนมาๆ ก็จะร้องไห้กวน นอนกระชับกระส่าย ร้องงอแง จนบางครั้งต้องนอนซบอกแม่ น้องปัน ปัน ถึงจะนอนหลับไปได้
สำหรับคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ถ้าเมื่อไรลูกไม่สบายหรือป่วย ก็ต้องเป็นกังวนและเป็นห่วงลูกครับ เพราะเด็กยังบอกไม่ได้ว่าเจ็บป่วยที่ไหน หรือว่าอาการเป็นอย่างอย่างเดียวที่ทำได้คือ “การร้องไห้” ครับ พ่อและแม่ต้องช่วยกันสังเกตุให้ดีครับ เพราะใกล้ชิดกับลูกมากที่สุด แม้แต่หมอเองก็จะรักษาตามอาการที่เจอครับ หมอก็ยังต้องมาถามพ่อและแม่ว่าลูกมีอาการอย่างนั้น อย่างนี้หรือเปล่า อันนี้สำคัญที่เดียวครับ
วัยเรียนรู้
น้องปัน ปัน ตอนนี้ก็อายุ 2 ขวบกับ 4 เดือนแล้วซึ่งจากการที่พ่อปัน ปัน และแม่ปัน ปัน ได้เลี้ยงดูเองอย่างใกล้ชิดทำให้ได้เห็นพฤติกรรมต่างๆ และการเรียนรู้ของลูกชายในด้านต่างๆ พ่อปัน ปัน เลยอยากนำมาบอกกล่าวให้ได้อ่านกันครับ อย่างน้อยๆ ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ครับ
ด้านสุขภาพร่างกาย
เมื่อเด็กเล็กๆ ได้รับความอบอุ่นจากพ่อและแม่อยู่ทุกวัน พ่อปัน ปัน มีความเชื่อว่าจะมีภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ได้ระดับหนึ่งครับ ซึ่งพ่อปัน ปัน สังเกตจากน้องปัน ปัน เมื่อมาอยู่ระยองกับพ่อละแม่แล้ว ไม่ค่อยเจ็บป่วยหรือเป็นไข้เลยครับ อีกทั้งยังสดใสร่าเริงตามภาษาของเด็กๆ ซึ่งวัยขนาดนี้ต้องการเล่นสนุกสนาน ไปวันๆ ครับ เพราะตื่นเช้ามา หรือว่าตอนเย็น เห็นพ่อปัน ปัน ที่ไรก็ต้องชวนให้มาเล่น “เตะฟุตบอล” ทุกครั้งไป บางครั้งพ่อปัน ปัน แอบไปนอนก็จะมาเรียกให้ไปเล่นด้วยเสมอๆ
ด้านความรัก
อันนี้พ่อปัน ปัน และแม่ปัน ปัน ให้ความสำคัญมากครับผม ก่อนออกไปทำงาน และ หลังจากกลับจากทำงาน พ่อปัน ปัน จะต้องหอมแก้มน้องปัน ปัน ทั้ง 2 ข้างเสมอๆ เพื่อให้ลูกชายคุ้นเคยกับเรามากที่สุด และจะต้องทำเป็นประจำจนเป็นเรื่องปกติ ซึ่งเด็กๆ เขาจะค่อยๆซึมซับได้เองครับ
ด้านพฤติกรรม
สำหรับพฤติกรรมการแสดงออกด้านอารมณ์ “วัยกรี๊ด” ตอนนี้หายไปแล้วและไม่ค่อยเจอ ซึ่งน่าจะเป็นช่วงวัยของเด็กก็เป็นไปได้ และส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากสิ่งแวดล้อมครับ เพราะถ้าเมื่อไรน้องปัน ปัน กลับไปเจอเพื่อนๆ รุ่นพี่ ที่บ้านคุณยายก็จะเริ่มมี เสียงกรี๊ดให้เห็นครับ อาจจะเลียบแบบพี่ๆ หรือว่า ต้องการสื่อสารกับพี่ๆ ให้เข้าใจก็ได้เพราะตัวน้องปัน ปัน ยังคุยกับเพื่อนๆ รุ่นพี่ยังไม่รู้เรื่องครับ
ด้านระเบียบวินัย
อันนี้ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปครับ เพราะเด็กๆ จะไม่ค่อยชอบเรื่องการบังคับ ยกตัวอย่างที่เห็นชัดๆ ครับ “เรื่องการอาบน้ำ” ถ้าวันไหนน้องปัน ปัน อยากอาบน้ำเอง เรียก คำเดียวว่า “น้องปัน ปัน ไปอาบนะครับ” ก็จะเดินนำหน้าเข้าห้องน้ำเลยครับ แต่ถ้าวันไหนยังไม่อยากอาบ ก็ต้องหลอกล่อกันสุดฤทธิ์ครับ ทั้งพ่อและแม่ อีกหนึ่งตัวอย่าง เป็นเรื่องของการเก็บของเล่น อันนี้ฝึกให้เด็กมีความรับผิดอย่างหนึ่งครับ เพราะเมื่อน้องปัน ปัน นำของเล่นต่างๆ มาเล่นแล้วเกะกะ ตอนเลิกเล่นก็ต้องบอก “น้องปัน ปัน เล่นแล้วก็ต้องช่วยเก็บนะครับ” ซึ่งก็ได้ผลครับถึงจะไม่เรียบร้อยหมดแต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีครับ และพ่อกับแม่ต้องช่วยเขาเก็บด้วยครับ พร้อมทั้งให้กล่าวคำชมเชย หรือ แสดงความยินดีว่าเขาทำงานสำเร็จด้วยครับ (พ่อปัน ปัน ใช้วิธีการตบมือ และกล่าวคำชมเชยครับ)
เป็นอย่างไรบ้างครับ มันอาจจะเป็นการยากในบางเรื่อง และเหนื่อยด้วยแต่ว่า “มีความสุข” ซึ่งพ่อปัน ปัน ว่าท่านไหนที่มีลูกเล็กๆ ในวัยเดียวกันกับน้องปัน ปัน ก็คงมีความรู้สึกไม่ต่างจากนี้ไปมากครับ ซึ่งถ้าได้เลี้ยงลูกเองด้วยแล้ว ซึ่งการเลี้ยงดูลูกให้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่เลี้ยงง่ายครับ แต่ว่า “เลี้ยงลูกให้เป็นคนดี” อันนี้สิครับเป็นสิ่งที่ท้าทายพ่อแม่ทุกคนที่ต้องทำให้ได้ครับ

Tags: 