จินตนาการวัยเด็ก
พ่อปัน ปัน เชื่อว่าท่านผู้ปกครองหลายๆ ท่านน่าจะผ่านเหตุการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับลูกของตนเองมาบ้างแล้ว ไม่มากก็น้อยครับ ซึ่งเหตุการณ์ที่ พ่อปัน ปัน จะนำมาเขียนให้อ่านกันวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ “จินตนาการ”
ฝาผนังบ้าน หรือแม้แต่ฝาผนังห้องต่างๆ เป็นสถานที่ที่เหมาะสม สำหรับเด็กๆ ในวัยระหว่าง 3-5 ขวบ เพราะเป็นพื้นที่น่าค้นหา และประลองจินตนาการ ได้ปลดปล่อย สิ่งต่างๆ ตามที่เด็กๆ ในวัยนี้จะคิดได้ และระบายออกมา ผู้ใหญอย่างพ่อแม่อาจจะมองไม่ออก ว่าลูกของตนเองเขียนออกมาเป็นรูปอะไร แต่เด็กๆสิครับเค้ารู้ได้จาก “จินตนาการ” ของตัวเค้าเองครับ
ทุกท่านช่วยบอกผมที่ว่าน้องปัน ปัน เขียนเป็นรูปอะไร ซึ่งก็รวมทั้ง พ่อปัน ปัน ด้วยครับตอบไม่ได้ว่าที่เห็นมันคืออะไร แต่เชื่อหรือไม่ว่า พอพ่อปัน ปัน ถามน้องปัน ปัน เค้าตอบว่า “ปลาวาฬ” ครับ เล่นเอาทั้งพ่อและแม่งง ไปตามๆ กันเลยที่เดียว
ไม่เพียงแต่ผนังห้องต่างๆ แม้แต่เสาร์บ้านน้องปัน ปัน ก็ได้จารึกจินตนาการไว้หมดแล้ว ไม่เว้นแต่ห้องนอนของพ่อและแม่ด้วยครับ ซึ่งตอนแรก พ่อปัน ปัน และแม่ปัน ปัน ก็คิดจะห้ามเหมือนกันแต่คิดอีกที่ ปล่อยไว้ก่อนให้ลูกได้ระบาย จินตนาการของตัวเองไปก่อน
การแก้ปัญหาเบื้องต้น พ่อปัน ปัน ก็ไปซื้อโปรเตอร์รูปต่างๆ มาติดไว้ ได้ผลครับเพราะน้องปัน ปัน ไม่เขียนผนังบ้าน แต่หันมาเขียนโปรเตอร์แทนครับ แต่อย่างน้อยๆ น้องปัน ปัน ก็ได้หัดอ่านและเรียนรู้รูปภาพต่างๆ ครับ
สำหรับโปรเตอร์ต่างๆ ที่พ่อปันปัน นำมาติดก็เพื่อเป็นการเน้นย้ำให้น้องปัน ปัน ได้เห็น ได้สัมผัส และอ่านทุกๆ วัน เพื่อให้เกิดการจดจำครับ เพราะสมองของเด็กในวัย 3-5 ขวบกำลังเจริญเติบโตอย่างเต็มที่
บ้างอย่างเราห้ามลูกเราได้ครับ…แต่จินตนาการคนห้ามไม่ได้ และกำหนดไม่ได้ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคลไม่มีใครสามารถมาลอดเลียนแบบได้ครับ พ่อปัน ปัน เลยปล่อยให้ลูกชายเขียนผนังบ้านไปเลย เพราะอีกหน่อยเค้าโตขึ้นมาและคุยรู้เรียน และเรียนรู้เอง พ่อปัน ปัน ก็ค่อยๆ มาทาสีบ้านใหม่ในภายหลัง
จินตนาการเด็ก
เมื่อ 2- 3 วันที่ผ่านมาคุณยายโทรศัพท์มาเล่าเรื่องของน้องปัน ปัน ให้แม่ปัน ปัน ฟังเกี่ยวกับปันปัน ซึ่งตัวพ่อปัน ปัน เองกับแม่ปัน ปัน ได้ฟังยังหัวเราะและแอบยิ้มเลยครับ
เรื่องมีอยู่ว่าคุณยายของน้องปัน ปัน ได้พาปัน ปัน ไปนั่งรถเที่ยวแถวๆ หมู่บ้านคำทวดนั่นแหละ (เป็นหมู่บ้านหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา) พอดีที่นั่นเค้ามีการสร้างบ้านจัดสรรกัน แล้วมันก็มีพวกรถ ขนดินเพื่อไปถมที ถมทางซึ่งหมู่บ้านนี้เมื่อก่อนเป็นสวนหมาก และสวนมะพร้าวเก่า ซึ่งร่มรื่นมาก
เกือบออกนอกเรื่องแล้วเชียว มาต่อเรื่องของปัน ปัน ครับ คุณยายก็พาปัน ปัน ไปดูรถตักดิน รถไถดินขนาดต่างๆ ที่เค้ากำลังทำงานกัน น้องปัน ปัน ก็ชอบใจใหญ่เลยเพราะไม่เคยเห็น นั่งดูอยู่ได้เป็นนาน ซึ่งเด็กๆส่วนมากพ่อปัน ปัน คิดว่าจะเป็นแบบเดียวกันกับน้องปัน ปัน เพราะได้เจอสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน จึงเก็บข้อมูลและค่อยๆ บันทึกลงในสมองน้อยๆ ของเค้าครับ
ซึ่งเมื่อได้เห็นสิ่งที่ซ้ำๆ กันหลายครั้งก็จะจำได้ หรือแม้แต่ถ้าเด็กคนไหนความจำเก่งก็อาจจะเห็นเพียงครั้งเดียวก็สามารถที่จะจดจำได้เลยครับ (เด็กคนนั้นก็อาจมีแววเป็นอัจฉริยะเลยก็ได้ครับ)
หลังจากน้องปัน ปัน เริ่มเบื่อคุณยายก็พากลับมาบ้าน พอดีที่บ้านคุณยายกำลังมีการซื้อดินมาถมที่อยู่พอดี พอน้องปัน ปัน ลงจากรถได้ก็วิ่งตรงไปที่กองดินเลย แล้วก็ทำท่าทางเหมือนว่ากำลังโค้งตัวเพื่อตักดินอยู่ (ลองจิตรนาการตามเหมือนกับรถแมคโครที่กำลังตักดินนะครับ) คุณยายและเพื่อนๆ คุณยายได้เห็นพากันหัวเราะกันยกใหญ่ ทุกคนรู้เลยว่าน้องปัน ปัน ได้ไปเห็นอะไรมา
นี่อาจเป็นเพียงจิตรนาการเริ่มต้นของเด็กๆ ครับที่จะพยายามจะสื่อสารและบอกกล่าวกับเรา วิ่งเด็กต้องหาวิธีการสื่อสารกับเราด้วยวิธีการแบบเด็กๆ เพียงแต่เราที่เป็นผู้ใหญ่จะต้องถอดรหัส หรือโค้ดต่างๆ ที่เด็กสื่อสารมาให้ได้ ซึ่งพ่อปัน ปัน ก็คิดว่าเป็นการดีเสียอีกนะครับที่เราจะได้เป็นการฝึกสมองของเราให้ได้คิดตลอดเวลาครับ
จิตรนาการเด็กเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์แบบเด็กๆ ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ มาแอบแฝง คิดอย่างไรก็ทำเลยยังขาดการไตร่ตรอง เราที่เป็นพ่อและแม่ หรือว่าผู้ใหญ่กว่าต้องคอยอบรมสั่งสอน และเป็นพี่เลี้ยงให้เค้าในเกือบจะทุกๆด้านอย่างน้อยก็ให้เค้าเติบโตมาช่วยเหลือตนเองได้ และดำรงชีวิตอยู่ในสังคม ได้อย่างมีความสุขก็เพียงพอแล้วครับ





Tags: