เรียนรู้ วงจรชีวิตของผีเสื้อ ตอนที่3
หลังจากที่พ่อปัน ปัน เขียนเรื่องเล่า “เรียนรู้ วงจรชีวิตของผีเสื้อ ตอนที่ 1” และ “เรียนรู้ วงจรชีวิตของผีเสื้อ ตอนที่ 2” มาแล้ววันนี้ก็เป็นตอนที่ 3 แล้วครับและก็จะเป็นตอนจบพอดี ซึ่งจริงๆ แล้วตอนที่ 3 นี้น่าจะจบตั้งแต่อาทิตย์ที่ผ่านแล้ว พอดีว่าเกิดอุบัติเกี่ยวกับรถยนต์นิดหน่อย มาเข้าเรื่องกันครับ
สำหรับระยะการเข้าดัดแด้สามารถอ่านได้จาก “เรียนรู้ วงจรชีวิตของผีเสื้อ ตอนที่ 2” ซึ่งจากระยะการคาดการณ์ว่าประมาณวันที่ 8 มค.55 ที่ผ่านมาเจ้าผีเสื้อจะออกมาให้น้องปัน ปัน เห็น แต่ก็เฝ้ารอไม่ยอมออกมาจากดักแด้ ซึ่งระยะนี้ พ่อและแม่ปัน ปัน ก็กลัวว่า ดักแด้จะตายหรือเปล่าเพราะมันไม่ขยับเลย (เป็นห่วงกลัวลูกชายจะไม่ได้เห็นผีเสื้อ) น้องปัน ปัน ก็เข้ามาเฝ้าดู และถามว่าเมื่อไรจะได้เห็น “ผีเสื้อ”
และแล้ววันที่เฝ้ารอก็มาถึงซึ่งตรงกับวันเด็กพอดีนั่นคือวันที่ 14 มค.55 ตื่นเช้ามาก็ได้เห็นเจ้าตัวผีเสื้อเขียวๆ อยู่ในกล่องเรียนร้อยแล้ว ซึ่งก็น่าจะออกมาจาก “ดักแด้” ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 13 มค. แล้ว น้องปัน ปัน ก็วิ่งไปบอกแม่ด้วยความดีใจ และตื่นเต้น เพราะยังไม่เคยเห็นว่ามันออกมาได้อย่างไร พ่อและแม่ต้องมีหน้าที่หาหนังสือมาเปิด และก็อธิบายให้ลูกชายรู้ว่าเป็นมาอย่างไร ซึ่งน้องปัน ปัน เองก็คงเข้าใจได้ระดับหนึ่งครับ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่งครับ สำหรับการสอนลูกชาย ซึ่งต่อไปก็จะพยายามหา หนอนผีเสื้อ ที่แปลกๆ มาใส่กล่องไว้อีกครับ
การเรียนรู้ไม่จำกัดแต่เพียงอยู่ในห้องเรียนครับ รอบๆ ตัวเราล้วนแต่สามารถหยิบขึ้นมาสอนให้ลูกได้เรียนรู้ได้ แม้แต่ภายในบ้านก็ตามเพราะเด็กในช่วงนี้ต้องการเรียนรู้ เสาะหา อยากรู้อยากเห็นไปในทุกๆ เรื่องที่ผู้ใหญ่เค้าทำกัน ซึ่งในมุมมองของผู้ใหญ่อาจมองว่าอันตราย ทำไม่ได้บ้าง แต่อยากลืมว่า “เด็กยังไม่ได้ลองทำเลย” เรียนรู้ วงจรชีวิตของผีเสื้อ ทั้ง 3 ตอนนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นครับ ก็ต้องเป็นโจทย์ให้พ่อและแม่ของ น้องปัน ปัน ต่อไปว่าจะหาเรื่องเกี่ยวกับอะไรมาสอน “ลูกชาย” ต่อไป ฝากเพื่อนๆ ช่วยแนะนำ “พ่อปัน ปัน” ด้วยว่าจะหาเรื่องอะไรมาสอนต่อดีครับ
เรียนรู้ วงจรชีวิตของผีเสื้อ ตอนที่1
วันนี้พ่อปัน ปัน ไปค้นเกี่ยวกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ซึ่งก็เเป็น “Mind Map” ของน้องปัน ปัน อย่างหนึ่งครับ ซึ่งหัวข้อในการค้นก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ “วงจรชีวิตของผีเสื้อ” และกว่าจะเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ที่พอจะหาได้ก็ใช้เวลาอยู่เหมือนกัน
เริ่มต้นด้วยอุปกรณ์ที่จะเลี้ยงหนอนผีเสื้อก่อนครับ พ่อปัน ปัน ก็หาในสิ่งที่ง่ายๆ ก่อนไม่ต้องไปซื้อเพราะบางอย่างเลิกใช้งานประจำไปแล้วครับ อันแรกเป็น กล่องใส่นมของปัน ปัน ที่เลิกใช้งานแล้ว แล้วก็กล่องกระดาษที่ใส่พวกอุปกรณ์ไฟฟ้า (อันนี้นำมาทำฝาปิดครับ) ผ้ามุ้ง หรือผ้าขาวบาง เพื่อนำมาปิดฝากล่อง ไม่ให้หนอนคลานออกจากกล่องครับ ดูตามรูปด้านบนเลยครับ อ๋อเกือบลืมกระดาษทิชชู่ สำหรับรองขี้หนอนด้วย
มาถึงขึ้นตอนจัดแจ้งที่อยู่อาศัยให้หนอนครับ สำหรับหนอนที่พ่อปัน ปัน เก็บมาให้น้องปัน ปัน เลี้ยงเป็นหนอนที่อยู่กับต้นดอกแพงพวย พ่อปัน ปัน จับมาเพียง 1 ตัวครับ สำหรับต้นแพงพวยที่ตัดมาเป็นอาหารให้หนอน แนะนำให้ใช้สำลีมัดที่ก้านมันแล้วแช่น้ำสักครู่เพื่อให้ อาหารของหนอนสด และไม่เหี่ยวง่ายๆ ครับ สำหรับพ่อปัน ปันเก็บต้นแพงพวยมาแช่ตู้เย็นไว้สำหรับให้หนอนกินประมาณ 2-3 วันครับ
สำหรับอาหารหนอนนั้นต้องเปลี่ยนทุกวัน และต้องเอาขี้หนอนออกมาทิ้งด้วยครับ และพยายามทำกล่องให้สะอาดครับ เพื่อป้องกันไม่ให้หนอนผีเสื้อติดเชื้อโรคครับ มาถึง “วงจรชีวิตของผีเสื้อ” กันบ้าง จากรูปด้วยบนแบ่งเป็น 4 ช่วงดังนี้
ระยะวางไข่
หลังจากที่ผีเสื้อได้รับการผสมพันธ์แล้วก็จะเริ่มหาพืชต้นไม้เพื่อวางไข่
ระยะไข่
ต้นไม่ที่ผีเสื้อไปวางไข่ต้องเป็นพืชอาหารที่เมื่อหนอนถูกฟักเป็นตัวหนอนแล้วระยะนี้ใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน
ตัวหนอน
มีลักษณะแตกต่างกันตามชนิดของผีเสื้อ และเริ่มกินอาหารก็คือพืชที่แม่ผีเสื้อไปวางไข่ โดยตัวหนอนจะต้องลอกคราบประมาณ 4-5 ครั้งเพื่อเพิ่มขนาดของตัวหนอน สีสันและรูปร่างก็แตกต่างออกไป สำหรับระยะนี้วิธีการสังกตุว่าเป็นหนอนผีเสื้อ หรือไม่ ให้สังเกตุตัวหนอนจะม่ขาจริง 3 คู่ที่ส่วนอก และขาเทียม 4-5 คู่ที่ส่วนท้อง ระยะนี้ใช้เวลาประมาณ 15 วัน
ดักแด้
เมื่อตัวหนอนโตเต็มวัยก็จะลอกคราบเพื่อเตรียมเข้าดักแด้ การพัฒนาเกิดขึ้นตลอดเวลา การสังเกตุว่าหนอนจะเข้าดักแด้เมื่อไร ให้ดูที่ตัวหนอนจะหยุดกินอาหาร และอยู่นิ่งๆ ระยะดักแด้ใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน
ตัวเต็มวัย
หลังจากออกจากดักแด้ประมาณ 1 ชั่วโมงผีเสื้อจึงจะเริ่มบินได้
กิจกรรมการฝึกเลี้ยงหนอนผีเสื้อนี้ เพื่อให้น้องปัน ปัน รู้จักความรับผิดชอบ และรู้จักวงจรชีวิตของผีเสื้อ ให้หัดสังเกตุสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเรา และอีกหลายๆ อย่าง เด็กๆ อย่างน้องปัน ปัน ก็จะตื่นเต้นเมื่อได้เห็นหนอน และจะกระตื้อลือล้นในการช่วยทำงาน เพราะตื้นเต้นในสิ่งใหม่ๆ พ่อแม่ท่านไหนจะนำไปปรับใช้กับลูกๆ ในวัยเดียวกันกับน้องปัน ปัน ได้ครับ




Tags:


