ปากน้ำประแส ระยอง

สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดระยอง ที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งคือ “ปากน้ำประแส” ครับซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ตามธรรมชาติ น้องปัน ปัน ได้มีโอกาสไปเที่ยวมาและเก็บภาพต่างๆมาฝากครับ

พ่อปัน ปัน ได้พาน้องปัน ปันไปเที่ยวโดยเรา 3 คน ออกเดินทางจากบ้านที่มาบตาพุด ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 36 และไปเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 3 ระยอง-ตราด ระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเรียกว่าไม่นานจนเกินไปครับ สำหรับน้องปัน ปัน ก็มีความสุขตามปรัสาเด็กๆ เพราะรู้ว่าจะได้มาเที่ยว

บรรยากาศยามเช้า ปากน้ำประแส ระยอง

ไปถึงปากน้ำประแสประมาณ 09.00 น. ได้เห็นวิถีชาวบ้านที่ครั้งหนึ่งเคยมีความเจริญพอสมครว แต่เมื่อมีถนนตัดผ่านเข้ามา ชาวบ้านที่เป็นพ่อค้า และมีเงินก็ไปซื้อตึกติดกับถนนเสียส่วนใหญ่ เป็นเรื่องธรรมดาของธุรกิจซึ่งเกี่ยวกับปากท้องนั่นเอง

เรื่อรบหลวงประแส

สำหรับที่ประแสนี่เค้ามีกิจกรรมกันเรื่อยๆ ตลอดทั้งปีครับโดยเฉพาะกิจกรรมการปลูกปากชายเลน ซึ่งบริษัทต่างๆ รอบๆ เมื่องระยองจะจัดกันเป็นประจำ และทางราชการหรือท้องถิ่นเองก็จะจัดเช่นเดียวกัน แต่เป็นช่วงวันหยุดต่างๆ วันที่พ่อปัน ปัน พาน้องปัน ปัน ไปเที่ยวก็เจอกลุ่มหนึงเหมือนกันที่เค้าไปปลูกป่ากัน

แม่ครับ....นั่นตัวอะไรครับ

สำหรับวันนี้แดดไม่ค่อยแรงและนักท่องเที่ยวยังมาเที่ยวกันไม่มากนัก ครอบครัวเราเลยเดินเล่นได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องรีบเร่งอะไรใช้เวลากับสถานที่ต่างๆได้นานพอสมครว น้องปัน ปัน ก็จะชอบมากเพราะไม่เคยเห็น แต่น่าเสียดายที่ไม่ไดเห็น “ปลาตีน” ที่ตั้งใจว่าจะพาน้องปัน ปัน มาดู ได้เห็นเพียวแค่ปู ต่างๆ ในป่าชายเลนเท่านั้น

ทุ่งโปรงทอง

ทุ่งโปรงทองถ่ายจากมุมทางเดินครับ ซึ่งแล้วแต่ว่าใครจะเลือกมุมมองตรงไหน และถ่ายภาพออกมาอย่างไร สำหรับทุ่งโปรงทองจริงๆ แล้วไม่ใช่ใบมันเป็นสีเหลืองนะครับ พ่อปัน ปัน ได้สอบถามกับชาวบ้านในบริเวณนั้น เค้าบอกว่าจริงๆ แล้วต้นโปรงทองใบมันก็เป็นสีเขียวนี่แหล่ะ่ครับ แต่เนื่องจากมันขาดปุ๋ย ทำให้ต้นโปรงทองมีสีเเหลืองอย่างที่เห็นครับ

สะพานเดินชม ป่าชายเลน

ระยะทางเดินเข้าไปชมป่าชายเลนก็ประมาณ 1 กม. ได้ทางชาวบ้านเค้าช่วยกันสร้างเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่นี่จะมีระยะเวลาเปิด-ปิด ประตูกันครับโดยเปิดตั้งแต่ 06.00-18.00น ทุกวันครับ

ซ่อนแอบ ทุ่งโปรงทอง

น้องปัน ปัน ได้มีโอกาสเห็นวิถีชาวบ้าน ในการทำมาหากินด้วยการเก็บหอยครางครับ ซึ่งต้องรอให้น้ำลงชาวบ้านเค้าจะเลือกทำเลที่เหมาะๆ กัน แล้วก็ไปเก็บมาขายกันครับ

วิถีชาวบ้าน

อยากดูของดี....ต้องลงทุนกันหน่อย

หลังจากที่เดินกันเหนื่อยแล้วน้องปัน ปัน ก็มีสภาพอย่างที่เห็นด้านล่างครับ

หมดสภาพ

 

พักก่อนครับ

กว่าที่ครอบครัวเราจะเดินทางกลับระยอง ก็ประมาณบ่าย 3 กว่าๆ ครับตอนขากลับก็ไม่ได้แวะเที่ยวที่แหลมแม่พิมพ์นิดหน่อย เพราะลมแรงมากเหมือนฝนจะตก เลยต้องรีบกลับบ้านกัน สำหรับท่านใดที่พอจะมีเวลาว่างลองหาโอกาสมาเที่ยวที่ปากน้ำประแสดูบ้างนะครับ แต่ขอแนะนำว่าให้มากันเป็นหมู่คณะ จะสนุกมากกว่า แต่ถ้ามาเฉพาะครอบครัวก็เป็นส่วนตัวอีกรูปแบบหนึ่งครับ

เที่ยวเกาะช้าง (ตอนที่1)

วันนี้มีโอกาสเข้ามาเขียนบล็อกให้น้องปัน ปันครับ หลังจากที่น้องปัน ปัน ต้องป่วยและเป็นไข้หวัด นานประมาณ 1 อาทิตย์ ซึ่งคุณหมอต้องให้หยุดโรงเรียนหลายวันเลยที่เดียวครับ ซึ่งพอน้องปัน ปัน หายป่วยก็ต้องเดินทางไกลต่อ สำหรับทริปนี้ น้องปัน ปัน จะพาเที่ยวเกาะช้าง จังหวัดตราดครับ ซึ่งพ่อปัน ปัน จะขอแบ่งเป็นตอนๆ ก็แล้วกันครับ โดยมีเรื่องราวตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนจบเพื่อความต่อเนื่องครับ

เที่ยวโอเอซีส ซีเวิคล์ จันทบุรี

เริ่มต้นจากพ่อและแม่ปัน ปัน เริ่มหาจองโรมแรม และ รีสอร์ทต่างๆ บนเกาะช้าง (อันนี้ต้องรอบครอบครับ) เพราะถ้าไปแล้วไม่มีที่พักก็จบกันเลยครับซึ่งเราจองรีสอร์ทกันทางผ่านทาง net กันครับ เพราะรวดเร็วและแน่ใจว่าได้ที่พักแน่นอนครับ ซึ่งเราจองของ Gaja Puri Resort & Spa อยู่ที่หาดไก้แบ้ ครับ

โชว์ปลาโลมา

เช้าวันที่เฝ้ารอมาถึง 3 คนพ่อแม่ลูกตื่นนอนกันตั้งแต่เช้าตรู่ (ขอบอกเช้ามาก) ประมาณตี 5 ก็แต่งตัวกันเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ฟ้าไม่เป็นใจเพราะฝนตกแรงมากๆ ก่อนเริ่มเดินทาง แต่ก็ต้องไปเพราะจองที่พักและจ่ายเงินค่าที่พักทั้งหมดแล้ว เรียกว่าเสียดายเงินครับ

โชว์ปลาโลมาต่อครับ

ขับรถออกจากระยองฝนก็ตกตลอดทางเลยที่เดียวต้องขับช้าๆ โดยจุดหมายแรกที่เราวางแผนกันไว้คือ อ.ท่าใหม่ จังหวัด จันทบุรี เพราะกองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง เพื่อไปหาอาหารกิน ซึ่งข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับร้านอาหาร แม่ปัน ปัน มีหน้าที่ค้นหาใน Pantip ครับและแน่นอนว่าต้องมีร้านอร่อยๆ หลายๆ ร้าน เพียงแต่ว่าเราไปถึงที่ อ. ท่าใหม่กันตั้งแต่เช้า ประมาณ 7 โมงเช้าร้านอาหารส่วนใหญ่เลยยังไม่เปิด อีกทั้งฝนก็ยังตกอีกด้วย

ปลาโลมา ทำสปา

เสียดายที่ไม่ได้เก็บภาพอาหารการกินของ อ.ท่าใหม่มาให้ดูกันครับ กินอาหารเสร็จและเริ่มออกเดินทางจาก อ.ท่าใหม่ เพื่อไป อ. แหลมสิงห์ ก็ประมาณ 8 โมงเช้าเพราะเราต้องไปให้ทันประมาณ 9 โมงเช้าเพื่อจะได้ดูการโชว์ปลาโลมาที่ “โอเอซิส ซีเวิคล์” จังหวัด จันทบุรี

ปลาโลมา เต้นรำ

โอเอซีส ซีเวิคล์ เป็นแหล่งเพราะเลี้ยงปลาโลมาชายฝั่งทะเล ครับ ซึ่งการแสดงส่วนใหญ่ก็จะเป็นการแสดงปลาโลมา ซึ่งเด็กๆ ส่วนมากก็จะชอบใจครับ ส่วนมากเด็กนักเรียนจะมากันเป็นหมู่คณะครับ ซึ่งก็มีครูพามาเป็นส่วนมากครับ สำหรับอัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญคนละ 90 บาท เด็กสูงไม่เกิน 90 ซม. ไม่เสียค่าเข้าชมครับ ส่วนถ้าเกิน 90 ซม. เสียคนละ 50 บาท ซึ่งเรียกว่าสมน้ำสมเนื้อสำหรับ ราคาต่างจังหวัดครับ

ปลาโลมาหมุนตัว

ครอบครัวเราออกเดินทางจากโอเอซิส ซีเวิคล์ กันประมาณ 10.00 น ครับทั้งๆ ที่ฝนก็ยังตกตลอดทาง แต่ตกไม่แรงครับขับรถไม่เร็วมากนัก โดยจุดหมายปลายทางคือ “อ่าวธรรมชาติ” ท่าเรือเฟอร์รี ไปเกาะช้างครับสำรหรับค่าโดยสารคนละ 120 บาท ไปกลับส่วนค่ารถไม่เสียครับ

สำหรับตอนที่ 1 ก็คงมีเรื่องมาเล่าเพียงแค่นี้ครับ เพราะตอนที่ 2 ก็จะเกี่ยวกับการเดินทางขึ้นเกาะช้างกันแล้ว เพื่อนๆ ลองติดตามอ่านกันต่อนะครับว่า น้องปัน ปัน จะพาไปเที่ยวบนเกาะช้างที่ไหนบ้างครับ

หน้าต่อไป