แค่ความคิดถึง

หลังจากที่พ่อปัน ปัน ต้องติดภาระกิจในการต้องเดินทางไปอบรมที่ต่างจังหวัดประมาณ 1 อาทิตย์เต็มในช่วงระหว่างวันที่ 13-17 ธค. นี้ถ้าจะปล่อยให้แม่ปัน ปัน และน้องปัน ปัน อยู่บ้านคงไม่ได้ เพราะไม่มีเวลาไปหาซื้ออาหารมาทานกัน ไหนจะต้องเลี้ยงดูน้องปัน ปัน อีกอย่างน้อยต้องมีคนช่วยครับ

 น้องปัน ปัน ปีนต้นไม้

พ่อปัน ปัน เลยปรึกษากันกับแม่ปัน ปัน ว่ากลับไปอยู่บ้านยายของน้องปัน ปัน ก่อนดีกว่าเพราะได้กลับฉลองปีใหม่ ที่บ้านยายด้วย เพราะปีใหม่นี้พ่อปัน ปัน ไม่ได้หยุดต้องอยู่เวรยาวจนหลังปีใหม่เลยที่เดียว ถึงจะได้กลับไปรับมาที่ระยองครับ

น้องปัน ปัน กลับมาบ้านยายก็มีเพื่อนๆ มากมาย เพราะมีแต่คนคิดถึงปัน ปัน คนนั้น คนนี้ก็มาหาน้องปัน ปัน บรรดายาย ๆ ก็มาอุ้มน้องปัน ปัน เรียกว่าน้องปัน ปัน ไม่เหงาเหมือนอยู่ที่ระยองครับ

นั่งขับรถบด

เมื่อพ่อปัน ปัน ต้องกลับมาทำงานต่อที่ระยองก็โทรศัพท์ไปคุยกับแม่ปัน ปัน ทุกวัน ส่วนมากก็ถามเรื่องน้องปัน ปัน ครับ แม่ปัน ปัน บอกว่าลูกชายไม่เห็นเหงาเลยเพราะมีเพื่อนเยอะเลย ไปบ้านคนนั้นที คนนี้ที เล่นทั้งวันแต่ก็ม่บ้างช่วงวันธรรมดาที่พี่ๆ ไปโรงเรียนกันหมด น้องปัน  ปันก็จะเล่นคนเดียว แต่ถ้าเป็นวันหยุดก็จะมีเพื่อนมาเล่น ที่บ้านประจำครับ

น้องปัน ปัน กำลังหัดขับรถ

สำหรับพัฒนาการของน้องปัน ปัน ช่วงนี้จะเป็นการ "การพูด 2-3 คำ" ได้สามารถจดจำชื่อต่างๆ ได้จำชื่อเพื่อนๆ และเรียกได้อย่างถูกต้อง เพียงแต่ยังออกเสียงไม่ชัดเจน ชื่อสัตว์ต่างๆ ก็สามารถจำได้และร้องเลียนแบบเสียงได้ สมองน้องปัน ปัน กำลังจดจำและเก็บเกี่ยวเพื่อนำมาประมวลผล ในการสื่อสารออกมา บางครั้ง พ่อปัน ปัน ไม่เคยสอนเลยแต่น้องปัน ปัน สามารถพูดออกมาและแสดงท่าทางได้อย่างถูกต้อง ทำให้พ่อปัน ปัน และแม่น้องปัน ปัน ต้องระวังเรื่องคำพูดต่างๆ เป็นพิเศษเพราะน้องปัน  ปัน กำลังอยู่ในช่วงเลียนแบบครับ

อีกหนึ่งมุมมองของตากล้อง

พ่อปัน ปัน มาอยู่ที่ระยองคนเดียวก็คิดถึงลูกครับ เพราะที่บ้านจะเงียบมากได้อย่างเสียอย่าง เพราะถ้าน้องปัน ปัน อยู่ก็จะเล่นกับพ่อปัน ปัน ทุกวันครับ ไม่ว่าพ่อปัน ปัน จะนอนน้องปัน ปัน ก้จะไปดึงมือให้มาเล่น เตะฟุตบอล หรือไม่ก็เล่นตีลูกขนไก่ หรือถ้าวันไหนลมแรงๆ พ่อปัน ปัน ก็จะพาน้องปัน ปัน ไปวิ่งว่าวครับ

ความต้องการของเด็ก

ความต้องการของเด็ก

วันนี้พ่อปัน ปัน กลับจากที่ทำงานแล้วน้องปัน ปัน ยังไม่ยอมหลับ สาเหตุเพราะเพิ่งนอนตอนเย็นๆ ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ประมาณ 5 โมงเย็นแล้วเลยทำให้น้องปัน ปัน ยังไม่ง่วง พ่อปัน ปัน เลยต้องเข้าไปนอนเป็นเพื่อนลูกครับ ซึ่งกว่าจะที่น้องปัน ปัน จะหลับได้ก็อ่านหนังสือนิทานให้ฟัง ประมาณ 4 เล่มครับ

พอน้องปัน ปัน เริ่มหลับแล้วพ่อปัน ปัน เลยแอบออกมานอกห้องมาเจอหลังสือที่แม่ปัน ปัน ซื้อมาอ่านเห็นว่ามีประโยชน์กับบรรดาเพื่อนชาวบล็อกเกอร์ทั้งหลายครับ ชื่อหนังสือว่า “เมื่อลูกน้อยอาละวาด” ซึ่งวันหลังพ่อปัน ปัน จะถ่ายรูปและมาเขียนเล่าเรื่องต่อครับ

สำหรับวันนี้หยิบเรื่อง “ความต้องการของเด็ก” มาเขียนครับซึ่งก็เป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งของหนังสือที่บอกข้างบนครับ เพื่อนลองอ่านตามกันนะครับว่าเด็กๆ เค้าคิดอย่างไร และต้องการอะไรบ้าง

ความรัก
เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หากให้ความรักกับลูกได้อย่างไม่มีข้อแม้ เขาจะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นใจ และมีทัศนคติที่ดีต่อตัวเอง
ความเอาใจใส่
เด็กๆ ต้องการความเอาใจใส่ในเรื่องที่ถูกต้อง
คำชมเชย
บอกเด็กๆ ให้ชัดเจนว่า คุณพ่อคุณแม่ชมเชยเขาด้วยเรื่องอะไร ไม่ชมเฉพาะเขาทำอะไรสำเร็จเท่านั้น แต่ควรชื่นชมแม้เพียงความพยายามทำสิ่ง ต่างๆ ด้วยตัวเอง
การยอมรับนับถือ
ควรปฎิบัติต่อเขาเหมือนปฎิบัติต่อผู้ใหญ่ด้วยกันเอง
การรับฟังและพูดคุย
เป็นทักษะสำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมอาละวาด
การเรียนรู้การช่วยเหลือตัวเองทีละน้อย
ช่วยให้ลูกเรียนรู้ด้วยตนเองทันทีที่เขาสามารถทำได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเขา กระตุ้นให้เขาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
ความสม่ำเสมอ
เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะลูกจะสับสน หากบางวันทำได้ แต่บางวันทำไม่ได้

ได้อ่านพอหอมปาก หอมคอกันแล้วนะครับ ซึ่งบางครั้งคนส่วนมากจะลืมนึกถึงบางเรื่องไปครับ โดยคิดแบบผู้ใหญ่ทั่วๆ เลยลืมนึกถึงเด็กๆ กันไปครับ พ่อปัน ปัน ก็มีบางที่เกินเลยไปเกี่ยวกับลูกชายครับ และก็มีบางครั้งเหมือนกันที่พฟติกรรม ของน้องปัน ปัน ย้อนศรกลับมาสอนทั้งพ่อปัน ปัน และแม่ปัน ปัน เองครับซึ่งเรียกได้ว่า วัยนี้กำลังช่างจด ช่างจำ ช่างเรียนรู้ ครับ

หน้าต่อไป