กวางน้อย

deerหลังจากกลับบ้านที่โคราชตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาพ่อ ปัน ปัน ไม่ได้เข้ามาตรวจสอบ บล็อกปัน ปัน เลยเพราะมัวแต่เดินตามลูกชายก็น้องปัน ปัน นั่นแหล่ะครับ เพราะเมื่อพ่อปัน ปัน และแม่ปัน ปัน กลับบ้าน คุณยาย และ คุณตาที่เคยเลี้ยงปัน ปัน ก็จะได้พักผ่อนบ้างก็เลยเป็นหน้าที่ของ พ่อปัน ปัน และ แม่ปัน ปัน ที่ต้องดูแลน้องปัน ปัน ครับ

ช่วงที่อยู่ที่โคราชอากาศเย็นมากครับ อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 20-23 องศาเลยที่เดียวครับ ลมก็แรงด้วยสำหรับเด็กๆ อย่างน้องปัน ปัน ก็ยิ่งใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะยังพูดไม่ได้ว่าหนาวคืออะไร รู้อย่างเดียวคือร้องครับ

สำหรับน้องปัน ปัน ภาพนี้พ่อ ปัน ถ่ายน้องปัน ปัน ตอนกำลังเล่นขี่กวางน้อยอยู่ กำลังสนุกสนานกับการได้ขี่กวางเลยที่เดียว สังเกตุจากการยิ้มเห็นฟัน ที่เริ่มงอกบางส่วน ซึ่งยังงอกไม่ครบเลยครับ

เจ้ากวางน้อยนี้พ่อปัน ปัน ซื้อมาจากระยองในราคา 250 บาทก็ซื้อมานานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสได้ถ่ายภาพมาลง บล็อกปัน ปัน เสียที่ช่วงกลับโคราชงวดนี้เลยจับมาให้น้องปัน ปัน ขี่แล้วก็กดชัตเตอร์เสียเลย กว่าจะได้ภาพนี้มาก็ต้องหลอกล่อน้องปัน ปัน นานเลยที่เดียวครับ ผมก็เลยเข้าใจบรรดาช่วงกล้องทั้งหลายที่ทำงานกับเด็กเล็กๆ ว่าต้องใช้ความอดทนมากถึงมากที่สุดแค่ไหน เพราะอารมณ์ของเด็กๆ ในวัยขนาดลูกชายผมเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาครับ ไม่มีนิ่งครับ อยากเล่นโน่น เล่นนี่ ตลอดเวลาจะนิ่งตอนหลับนี่แหล่ะครับ

กวางน้อยตัวนี้น้องปัน ปัน ชอบมาก เพราะขนาดตัวเองกำลังกินนมอยู่ พอนึกขึ้นมาได้ก็เดินเอาขวดนมไปป้อนเจ้ากวางน้อยเสียเลยทั้งๆ ทีตัวน้องปัน ปัน เองยังกินไม่อิ่มเลย นี่แหละมังที่เค้าเรยกว่า “ความไรเดียงสาของเด็ก” ซึ่งเค้าไม่รู้หรอกว่ากวางน้อยมันไม่มีชีวิต เป็นเพียงของเล่นเท่านั้น พ่อปัน ปัน กับแม่ปัน ปัน เลยบอกว่าเจ้ากวางน้อยกินนมอย่างปัน ปัน ไม่ได้นะครับ

สำหรับพัฒนาการของเด็กในวัยนี้อย่างน้องปัน ปัน จากที่ผมสังเกตุระหว่างเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายจะมีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน น้องปัน ปัน จะชอบมากคือการได้กระโดดโลดเต้นตามทีโต๊ะ เก้าอี้ต่างๆ ได้วิ่งเล่นแบบเร็วๆ สุด โดยไม่สนว่าจะชนอะไร ขึ้นที่สูงแล้วก็กระโดดลงมาให้พ่อรับมั่ง หรือว่าขึ้นโต๊ะแล้วกระโดดลงมาโดยที่ไม่กลัว ว่าจะเจ็บหรือไม่ ตามแขนขาของน้องปัน ปัน นี่มีแต่แผลถลอกเต็มไปหมด แต่ผมไม่ค่อยสนใจครับเพราะเจ็บได้ก็หายได้เพียงแต่คอยประคองอยู่ห่างๆ เวลาน้องปัน ปัน เล่นด้วยความที่ “ความไรเดียงสาของเด็ก” และสมองเด็กยังพัฒนาได้ยังไม่เท่าผู้ใหญ่ ทำให้การตัดสินใจและวิเคราะห์เรื่องต่างๆ ยังไม่ดีพอ ครับผม

ฝากสำหรับคุณพ่อ และคุณแม่ทั้งหลายช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ฤดูหนาวแบบเต็มตัวแล้ว ต้องใส่ใจลูกๆ ของเราเป็นพิเศษ จัดหาเสื้อผ้ากันหนาว ถุงมือ ถุงเท้า หรือหมวกกันหนาวส่วมใส่ให้บรรดาเด็ก เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นเพราะเด็กอย่างน้องปัน ปัน ยังพูดไม่ได้บอกเราไม่ได้ว่า “พ่อครับ แม่ครับ ผมหนาวจังเลย”

ปัน ปัน นิ้วแตก

  
เรื่องมีอยู่ว่าปัน ปัน เล่นของเล่นที่มีฆ้อนไม้ แล้วก็มีแท่งไม้ที่ไว้ให้ตอกเล่น เพื่อฝึกทักษะการใช้มือ การใช้นิ้ว หรือว่าทักษะการใช้กล้ามเนื้อต่างๆ แต่บังเอินว่าปัน ปัน เล่นไม่ระวังหรือว่ายังใช้กล้ามเนื้อต่างๆยังไม่คล่องก็ได้ครับ เลยใช้ฆ้อนไม้ตีเอานิ้วชี้ของตัวเอง แล้วก็ร้องลั่นบ้านเลยครับ วิ่งไปให้ยายเบ้าเป่าให้ แล้วยังให้แม่เป่าอีกเท่านั้นยังไม่หายเจ็บ วิ่งมาให่พ่อเป่าอีกครับ พ่อเลยพูดกับปัน ปัน ว่า ปัน ปัน ครับทีหลังต้องระวังด้วยนะครับเพราะว่าจะเจ็บตัวอีก แต่ปัน ปัน ก็ยังคงไม่รู้เรื่องเพราะว่ายังร้องเพราะยังเจ็บอยู่ก็จะไม่ให่ร้องได้อย่างไรก็เลือดมันไหลนี่ครับ พ่อกับแม่ก็ได้แต่สงสาร และก็ปอบปัน ปัน ไปพลางๆ แล้วก็ชวนไปเล่นอย่างอื่นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไปอย่างอื่นแทน

นี่ก็เป็นเพียงบทเรียนอย่างหนึ่งของปัน ปัน ในการเล่นต้องระมัดระวังตัวด้วยในการเล่นของเล่นชนิดต่างๆ พูดถึงว่าปัน ปัน เจ็บตัวพ่อว่าก็เป็นประโยชน์นะครับ เพราะปัน ปัน จะได้เกิดการเรียนรู้ถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นในคราวหน้า เพราะปัน ปัน ต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ อีกมากมายครับ

สำหรับพ่อแม่ที่ยังมีลูกในวัยเดียวกันกับน้องปัน ปัน หรือว่าวัยใกล้เคียงกัน ต้องระมัดระวังในการเล่นของลูกๆ ต้องคอยระวังตลอดเวลาซึ่งวัยนี้กำลังต้องการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ยังไม่รู้จักการวางน้ำหนักมือ ในการทุบ การตี หรือว่าการโยนสิ่งของต่างๆ ซึ่งตัวผู้เขียนเองก็โดนมากับตัวเองแล้วครับ เจ็บก็เจ็บแต่ยังต้องยิ้มและเล่นกับลูกต่อ เพราะเป็นลูกเราเองครับ โดยเฉพาะเด็กผู้ชายครับ ค่อนข้างจะแรงเยอะ จะโยนอะไรก็แล้วแต่ยังกะระยะไม่แม่นครับ พูดง่ายๆ คือกะระยะยังไม่เป็นครับ ผู้เขียนก็หวังว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับ พ่อแม่ที่ยังเป็นมือใหม่หัดเลี้ยงอย่าง พ่อของปัน ปัน และแม่ของ ปัน ปัน นะครับ

หน้าก่อนหน้าหน้าต่อไป