รังสีโทรทัศน์
รังสีโทรทัศน์ วันนี้พ่อ ปัน ปัน มีโอกาสได้อ่านหนังสือพิมพ์ข่าวสดฉบับประจำวันที่ 15 มค.53 ที่ผ่านมาพอดีไปอ่านเจอใน คอลัมน์ “เก็บเรื่องมาเล่า” ของคุณ ชนา ชลาศัย เห็นว่ามีประโยชน์เลยนำมาเขียนใน บล็อกปัน ปัน ครับ
เจ้าของบทความเป็น คุณหมอชื่อ พ.ญ. สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ เป็นกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิด ท่านบอกว่า รังสีโทรทัศน์หมายถึงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งพบได้จากเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ ตู้เย็น เตาไมโครเวฟ คอมพิวเตอร์ พัดลม หรือว่าอื่นๆ
ในปัจจุบันยังไม่มีข้อพิสูจน์ชัดเจนเกี่ยวกับผลเสียของคลื่นดังกล่าวว่า ปริมาณมากน้อยเพียงใดจึงจะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ แต่มีคำแนะนำว่า ไม่ควรเอาตัวไปอยู่ใกล้ๆ กับอุปกรณ์เหล่านั้น ขณะที่อุปเหล่านั้นทำงานอยู่ สำหรับโทรทัศน์แนะนำว่าควรห่างอย่างน้อย 2 ฟุตจากหน้าจอ เพื่อป้องกันการได้รับคลื่นดังกล่าว
สำหรับคำแนะนำในการถนอมสายตาในตอนดูโทรทัศน์ให้อยู่ห่างจากหน้าจอ 5 เท่าของเส้นทแยงมุมหน้าจอ ผลเสียของโทรทัศน์ต่อลูกน้อยของเราที่ชัดเจนยิ่งกว่าเรื่องคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คือเรื่องของปัญหาพัฒนาการและปัญหาพฤติกรรมที่เกิดจากการดูโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการพูดช้า พัฒนาการเคลื่อนไหวไม่สมวัย หรืออื่นๆ
สาเหตุเพราะเด็กๆ ไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหว และทำให้เกิดเป็นโรคอ้วนตามมาเมื่อกินไปด้วยดูไปด้วย ปัญหาด้านสมาธิสั้น ขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เนื่องจากจดจ่อกับการดูโทรทัศน์ ใช้เวลาว่างไม่เป็นประโยชน์ ไม่เหลือเวลาทำกิจกรรมอื่นๆ ที่มีประโยชน์กว่าการดูโทรทัศน์
เกิดการเลียนแบบต่างๆ หรือซึมซับความก้าวร้าวจากโทรทัศน์ เด็กได้รู้เรื่องเพศ บุหรี่ เหล้าและยาเสพติดจากโทรทัศน์แบบผิดๆ การได้รับค่านิยมมาจากรายการโทรทัศน์ เช่น แฟชั่น อยากสวย อยากผอม โฆษณาสินค้าที่เกินความจริงมัวเมาให้หลงไหลในวัตถุนิยมต่างๆ
เพื่อป้องกันปัญหาพัฒนาการและปัญหาพฤติกรรมที่เกิดจากโทรทัศน์ สมาคมกุมารแพทย์ทั่วโลกต่างแนะนำว่า ไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบดูโทรทัศน์ เด็กอายุ 2-4 ขวบ ไม่ควรดูเกินวันละครึ่งชั่วโมง และถ้าถึงเวลาดูโทรทัศน์พ่อและแม่ควรนั่งอยู่ดูเป็นเพื่อนด้วยเสมอและควรให้คำแนะนำที่ถูกต้อง
ได้อ่านบทความนี้แล้วจะเห็นว่าโทรทัศน์มีผลดีต่อเด็กน้อยมาก ถ้ายังเป็นเด็กเล็ก เพราะพัฒนาการต่างๆ ของเด็กเล็กในช่วงแรกๆ ส่วนมากจะเป็นเรื่องพัฒนาการทางด้านกล้ามเนื้อเป็นส่วนใหญ่ เพราะเมื่อพ้นจากวัยที่เด็กคลานได้ก็เริ่มหัดเดิน หัดวิ่งต่างๆ และสังเกตสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัวเด็ก
ตอนนี้คุณตาและคุณยายของน้องปัน ปัน แอบแซวว่า น้องปัน ปันเดินไม่หยุดเลยสำรวจไปทั่วไม่รู้จักเหน็ดเหนี่อย จะหยุดก็ตอนกินนมและนอนเท่านั้นเองนี่ก็เป็นเพียงพัฒนาการของน้องปัน ปัน อย่างหนึ่งครับซึ่งก็คงเหมือนๆ กับเด็กทั่วไปในวัยเดียวกันครับ
ก้าวสู่เดือนที่ 16 ของปันปัน
เวลาทุกชั่วโมง ทุกนาที และทุกวินาทีกำลังเดินไปอย่างไม่หยุดนิ่ง เหมือนกับปันปันที่กำลังเจริญเติบโต ทั้งแขน ขา มือ ทุกส่วนของรายกายกำลังมีการพัฒนามากขึ้น ชอบเรียนรู้สิ่งต่างๆ ทำให้ร่างกายมือบาดแผลอยู่บ่อย ทั้งหัวโน หัวเขียว และมีร่องรอยบาลแผล น้าไอว์ชอบเรียกว่ารอยประสบการณ์ เมื่อวันนี้ก่อนยายแปวเล่าให้ฟังว่าช่วงนี้ช่วงหน้าฝนมีเห็ดขึ้นแถวบ้าน ปันปันเอามือไปจิ้มเห็ดขึ้นมาลองชิม หลังจากนั้นยายแปวบอกว่าปันปันอ้วกตลอดเลย กินนมก็อ้วก แต่ตอนนี้หายดีแล้ว
ช่วงนี้ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่กำลังระบาด ชื่อว่า H1N1 น่ากลัวมากเลยลูก พ่อกับแม่และทุกคนเป็นห่วงลูกมาก กลัวลูกจะติดหวัด ต้องพยายามให้ยายแปวคอยสังเกตุตลอดเวลาว่าปันปันมีอาการผิดปกติหรือเปล่า เชื้อโรคพวกนี้เป็นประเภทเดียวกับเชื้อไวรัสจะแพร่กระจายเร็ว จากการไอ จามของคนที่เป็นโรค ตอนนี้ทั่วประเทสกำลังรณรงค์ ให้กินร้อน ช้อนกลาง และล้างมือ และใส่หน้ากากอนามัยด้วยจ๊ะ
รักษาสุขภาพด้วยนะจ๊ะ ลูกหมาของแม่…
ฟันเริ่มงอก จริงๆแล้ว
เย้ เย้ เย้ ฟันปัน ปันงอกแล้วหล่ะลูก มางอกเอาเดือนที่ 10 กว่าๆ แม่กับพ่อและทุกคนลุ้นจนตัวโก่ง คิดไปต่างๆนานา ว่าทำไมฟันไม่งอกเสียที แต่ไม่เป็นไรเพราะคุณตาคุณยายบอกว่างอกเร็วฟันก็หักเร็ว แต่พ่อกับคุณแม่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้
ฟันซี่แรกของลูก ขึ้นเป็นตุ่มเล็กด้านล่างข้างหน้าจ๊ะ ต่อไปแม่ต้องสอนให้ลูกทำความสะอาดภายในช่องปากเพื่อฟันที่สุขภาพดีและแข็งแรงจ๊ะ
เมื่อครบ 10 เดือน
วันนี้วันจันทร์ คิดถึงลูกมากเลยจ๊ะ นั่งคิดทุกวันว่าทำอย่างไรถึงจะได้อยู่กับลูก แม้เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวันแต่แม่ก็กลับมาหาลูกทุกอาทิตย์เลยนะ อย่างอาทิตย์ที่ผ่านมาลูกของแม่เริ่มปรบมือได้แล้ว รู้จักควบคุมมือทั้ง2ข้างให้สัมพันธ์กัน และเริ่มที่จะยืนแบบไม่จับอะไร บางครั้งก็มีพลาดล้มบ้าง แต่แม่ก็จะให้มันพลาดน้อยที่สุดจ๊ะ ปันปันชอบคลานเล่นบนบ้าน เวลาถูกอุ้มมากๆก็จะรำคาญ ขอบอ่านหนังสือ แม่พยายามที่จะอ่านหนังสือให้ฟังเพื่อให้ปันปันเป็นเด็กรักการอ่าน ปันปันมีหนังสือเยอะเลยจ๊ะ บางครั้งแม่ก็หอบหนังสือนิทานไปเล่าให้ฟังที่บ้านยายทวด มีพี่แก้วตา พี่ตุ๊กตา พี่เกล้าฟังด้วยหล่ะ ไม่ว่าจะเป็นหนังสืออะไรก็มีประโยชน์ด้วยกันทั้งนั้นเลยลูก
ปัน ปัน ห่วงเล่น
ช่วงนี้ปัน ปัน อายุประมาณ 9 เดือนกว่าๆแล้ว กำลังหัดเดิน หัดจับโน่นจับนี่เพื่อจะพยายามตั้งตัวเอง เพื่อที่จะเดินพ่อกับแม่ต้องคอยประคองไม่ให้ล้ม แต่ก้ไม่ได้ช่วยจับปัน ปัน หลอกนะครับเพราะบางครั้งก็ต้องการให้ปัน ปัน รู้จักความเจ็บบ้าง เพื่อที่ปัน ปัน จะได้เรียนรู้ว่าทำอย่างนั้น อย่างนี้มันเจ็บนะ คราวหลังปัน ปัน จะได้ไม่ทำ พ่อกับแม่พาปัน ปัน ไปบ้านคุณย่าที่โคราช เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 /01/09 ที่ผ่านมาปัน ปัน ทั้งคลาน ทั้งหัดตั้งไข่สนุกสนานเลยครับ เมื่อถึงเวลากินนมก็กินแล้วก็เล่นต่อ โดยไม่สนใจที่จะนอนเพราะห่วงเล่นเสียมากกว่าอยู่บ้านคุณย่า ข้างบนบ้านเป็นไม้กระดาน มันเลยเย็นมากหน่อย แต่ปัน ปัน ก็คลานสำรวจไปทั่วบ้านเลยคุณย่า ต้องคอยช่วยกันจับเพราะกลัวว่าปัน ปัน จะตกบรรไดลงมา พ่อกับแม่พาปัน ปัน กลับมาบ้านคุณยายก็ประมาณ บ่าย 2 โมงกว่าๆ มาถึงปัน ปัน ก็หลับในรถเลยพ่อกับแม่เลยแซวกันว่าสงสัย ปัน ปัน ห่วงเลยมากเลยลืมเวลานอนของตนเอง.



Tags:
