ของฝากจากโรงเรียน

หลังจากที่น้องปัน ปัน ไปโรงเรียนวันแรก และยังไปต่อได้อีก 3 วันครับ หลังจากวันที่ 3 ช่วงบ่ายที่พ่อปัน ปัน และแม่ปัน ปัน ไปรับลูกชายด้วยกันเริ่มสังเกตุเห็นน้องปัน ปัน เริ่มมีน้ำมูลไหลและเริ่มมีอาการไอครับ ด้วยความเป้นห่วงลูกเลยพาน้องปัน ปัน ไปหาหมอในช่วงประมาณบ่าย 2 กว่าๆ ซึ่งก็พอดีคุณหมอประจำตัวน้องปัน ปัน มาเข้าเวรพอดีครับ

ที่ต้องรับพาน้องปัน ปัน ไปหาหมอเพราะว่า “โดยปกติน้องปัน ปัน” จะแพ้ง่ายอยู่แล้วซึ่งอากาศเย็นๆ ก็จะจามครับ ซึ่งการจามนั้นก็จะมีน้ำมูลออกมาเป้นระยะๆ ซึ่งก็เป็นวิธีการสังเกตุเบื้องต้นของอาการหวัดนะครับ.

พอไปถึงโรงพยาบาลน้องปัน ปัน ไม่รู้สึกว่ากลัวเลย ไม่ว่าที่ระยอง หรือที่โคราช เพราะหมอจะคุ้นเคยดีกับน้องปัน ปัน ทั้ง 2 ที่อีกอย่างหนึ่งเมื่อไปถึงโรงพยาบาลน้องปัน ปัน ก็จะได้เลยของเล่นด้วยครับ นี่อาจจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งของเด็กที่อยากไปโรงพยาบาล และคุณหมอก็ใจดีด้วยจะให้วิตามินซี ทุกครั้งที่ไปพบครับ ทำให้เด็กๆ รู้สึกว่าไม่กลัวแต่ไปพบกับคนที่คุ้นเคยมากกว่า

เด็กวัยระหว่างน้องปัน ปัน สือสารรู้เรื่องเกือบทุกอย่างแล้วครับ เพียงแต่อาจจะต่อต้านพ่อแม่ในบ้างครั้ง แต่ก็ไม่หนักหนาอะไรมาก อย่างเช่นไปหาหมอ ก็จะเปิดพุงให้หมอตรวจ และอาปาก ให้หมอตรวจ หรือไม่ก็เอียงหูให้หมอตรวจ เมื่อหมอสั่ง มีอยู่ครั้งหนึ่งคุณหมอที่โคราช ไม่ยอมเอาที่ฟังหูไปแนบที่ท้องน้องปัน ปัน น้องปัน ปัน เลยสั่งหมอเองซะเลยครับ ว่าต้องเอาที่แนบหูมาฟังที่ท้องด้วยนะ เลยเอาหมอต้องขอโทษน้องปัน ปัน เป็นการใหญ่เลยที่เดียว

สำหรับค่าใช้จ่ายในการไปหาหมอครั้งนี้ประมาณ 1 พัน ได้ยาประจำมา ก็อย่างเช่น ยาฆ่าเชื้อ , ยาลดน้ำมูล, ยาแก้ไอ ประมาณนี้ครับ หลังจากกลับมาถึงบ้านก็ต้องมาปล้ำกับน้องปัน ปัน ปัน อีกในการกินยาเพราะน้องปัน ปัน กินยายากมากครับ แต่ก็ต้องให้กินให้ได้เพราะเดี๋ยวจะไม่หาย เรียกว่าต้องหลอกล่อกันสุดฤทธิ์ เลยที่เดียวครับ

อีกหนึ่งบันทึกเกี่ยวกันน้องปัน ปัน ในการไปโรงเรียนเพราะคุณหมอก็บอกว่า เป็นอย่างนี้แหล่ะช่วง “สร้างภูมิคุ้มกัน” เพราะที่โรงเรียนก็จะมีเด็กเป็นหวัดเยอะมาก และอีกอย่างที่โรงเรียนน้องปัน ปัน ก็เป็นห้องแอร์ เชื้อหวัดก็ไม่ต้องไปไหนไกลครับ วิ่งๆ อยู่ภายในห้องนั่นแหล่ะ เดี๋ยวเด็กคนไหนภูมิคุ้มต่ำ หรือร่ายกายไม่แข็งแรงก็เป็นต่อๆ กันไปเรื่อยๆ

และนี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้ปกครองทุกท่านครวให้ความสำคัญครับสำหรับลูกๆ ที่ไม่สบายหรือป่วย อย่างน้อยก็ครวให้พักผ่อน อยู่ที่บ้านก่อน เพราะถ้ามาโรงเรียนก็มาแพร่เชื้อให้เพื่อนๆ อีกต่อหนึ่ง เป้นอันว่าไม่ต้องหายกันพอดีครับ สำหรับน้องปัน ปัน ก็ถือว่าได้พักผ่อนนานหน่อย เพราะเป็นตั้งแต่วันพฤหัส ศุกร์ ไม่ต้องไปเรียน 2 วัน ตอนนี้ก็อาการดีขึ้นมากแล้วน้ำมูลไม่มีไหลแล้ว เพราะได้ยาแบบเต็มๆ ไป 2 วัน วันละ 3 เวลา เรียกได้ว่าเชื่อโรคก็ชะงักครับ ถึงบ้างครั้งจะมีอาเจียนมาบ้าง แต่ก็ต้องให้ทานใหม่ เพราะถ้าไม่ทานน้องปัน ปัน ก็ไม่หายครับ

ปัน ปัน ป่วย

หลอดป้อนยา 
ช่วงวันหยุดยาว “วันพ่อแห่งชาติ” ที่ผ่านมาน้องปัน ปัน ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลยเพราะน้องปัน ปัน ไม่สบายเป็นไข้หวัดตามฤดูกาลครับ แผนการณ์ที่พ่อปัน ปัน วางไว้เป็นอันต้องล้มเลิกไปเลย

สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ลูกของพ่อเป็นไข้หวัดน่าจะสืบเนื่องมาจาก บรรดายายๆ ทั้งหลายพาน้องปัน ปันนั่งรถมอเตอร์ไซต์ไปไหนมาไหนบ่อยๆ นั่นเอง ทำให้น้องปัน ปัน โดนอากาศเย็นๆ บ่อยๆ และโดนลมบ่อยๆ เข้าเลยไม่สบายเจ็บคอเสียงไม่มีเลยครับ เสียงแหบเหมือนเสียงเป็ดเลยครับ เป็นที่น่าสงสารมาก เพราะปัน ปัน ยังพูดไม่ได้จะร้องก็เป็นเสียงแหบๆ เหมือนมีเสมหะอยู่ในลำคอ พ่อ กับแม่ ก็สงสารช่วยได้เพียงให้ทานน้ำเยอะๆ

หลังจากที่รุ่งเช้าวันเสาร์พ่อ กับ แม่ ต้องรีบพาน้องปัน ปัน ไปหาป้าหมอซึ่งพ่อกับแม่ต้องรีบตื่นนอนตั้งแต่เช้า เพื่อที่จะได้ไปรอป้าหมอก่อนคนอื่นๆ กว่าจะไปถึงโรงพยาบาลก็ประมาณ 9 โมงเช้าแล้ว ป้าหมอก็ตรวจปัน ปัน ต่างๆ ทั้งวัดการเต้นของหัวใจ วัดการหายใจ (วัดปอด) ซึ่งป้าหมอให้คำแนะนำว่าช่วงนี้ให้พ่อแม่ระวังเรื่อง “โรคมือเท้าเปื่อย” มากเพราะเด็กๆ ในวัยขนาดปัน ปัน จะเป็นมาก แต่พาตรวจแล้วก็ไม่เป็นอะไร เพียงแต่คออับเสบเท่านั้นเอง ป้า หมอเลยจ่ายยามาให้น้องปัน ปัน 3 ตัวด้วยกันครับ

สำหรับยาอย่างแรกเลยก็ “เป็นยาฆ่าเชื้อ” ลักษณะจะเป็นสีชมพู่อ่อนๆ ทานครั้งละ 5 ซีซี เลยทีเดียว และยาตัวที่สอง “เป็นยาแก้ไอ ลดน้ำมูก ละลายเสมหะ” ตัวนี้ก็ให้ทานครั้งละ 3 ซีซี ครับ ส่วนตัวสุดท้าย “เป็นยาลดไข้” อันนี้ทานทุก 6 ชม. เมื่อมีไข้ สำหรับตัวยาที่มีผลกระทบกับปัน ปัน มากที่สุดน่าจะเป็น 2 ตัวแรกเพราะเมื่อปัน ปัน ทานเข้าไปแล้ว จะถ่ายบ่อย คล้ายๆ กับท้องเสีย ซึ่งการถ่ายบ่อยๆ ทำให้กระทบกับปัน ปัน โดยตรงเพราะจะทำให้ก้นของปัน ปัน แดงและอับเสบ เวลาล้างก้นก็ร้องไห้ แบบเสียงแหบๆ เพราะคอก็ยังอับเสบอยู่ เป็นที่น่าสงสารต่อยายๆ และ พ่อ แม่ที่พบเห็น ต้องใช้ครีมทาก้นเพื่อลดอาการแสบก้นหลังล้างก้น ตลอดเลยครับ

การกินยาของปัน ปัน ก็กินยายากมาก จะใช้ช้อนตวงที่ป้าหมอให้มาก็ไม่ได้เพราะน้องปัน ปัน จะรู้และจะเดินหนีไปที่อื่นและจะร้องไห้ตลอด วิธีการคือ “ต้องบังคับ” ด้วยการใช้หลอดฉีดยาตามขนาดที่ใช้ยาและฉีดเข้าที่กระพุ้งแก้ม และตามด้วยน้ำซึ่งกว่าจะได้กินยาแต่ละครั้งเรียกได้ว่าต้องหลอกล่อกันน่าดูชมเลยครับ แต่ก็ต้องบังคับให้น้องปัน ปัน ทานยาให้ได้ครับ บางครั้งให้กิน 5 ซีซี แต่กินจริงๆ เพียงนิดหน่อยเท่านั้นเองที่เหลือน้องปัน ปัน ก็อาเจียนออกมาเกือบหมดเรียกได้ว่าต้องใช้ความพยายามพอดูที่เดียวครับ

สำหรับพ่อ แม่ ที่มีลูกน้อยวัยเดียวกันกับน้องปัน ปัน ช่วงนี้ต้องระมัดระวังเรื่องไข้หวัดด้วยนะครับ เพราะถ้าเป็นแล้วถึงแม้ว่าจะไม่ร้ายแรงแต่ก็ต้องทำให้น้องๆ งอแงและที่สำคัญเรื่องของการกินยาครับ ตอนนี้ถ้าน้องปัน ปัน หายจากหวัดแล้วก็คงต้องรักษาเรื่องของก้นที่ยังอักเสบอยู่ และก็คงใช้เวลาอีกประมาณ 3-7 วันครับ