Diphtheria
วันนี้พ่อไปค้นเรื่อง”โรคคอตีบ” เพื่อนำมาเขียน Blog ให้ปัน ปัน จะได้เป็นการเผยแพร่ความรู้ให้กับพ่อแม่ท่านอืนๆ ที่เข้ามาเยี่ยมบ้านปัน ปัน เพราะปัน ปัน ก็ได้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบมาแล้วตอนอายุ 1 ขวบครึ่ง
โรคคอตีบ
โรคคอตีบ(Diphtheria)เป็นโรคติดเชื้อทางเดินลมหายใจ จากการติดเชื้อ Corynebacterium diphtheria ซึ่งจะสร้างสารพิษ(toxin)ที่มีพิษต่อเนื้อเยื่อของร่างกาย พบมากในเด็กอายุ 2-5 ปี ติดต่อโดยรับเชื้อจากผู้ป่วยโดยตรง หรือสัมผัสกับสิ่งของเครื่องใช้ของผู้ป่วยสำหรับสิ่งตรวจพบและอาการทางคลินิกของผู้ป่วยจะมีหลายแบบ ดังนี้
1.โรคคอตีบ(pharyngeal diphtheria) เมื่อเชื้อเข้าไปเจริญที่เซลล์เยื่อบุลำคอ เริ่มแรกผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บคอเล็กน้อย มีไข้ต่ำๆต่อมาจะมีไข้สูง มีแผ่นเยื่อสีขาวแกมเทาที่บริเวณผนังลำคอ ทอนซิล บริเวณช่องคอจะบวมแดง ต่อมน้ำเหลืองที่คอรวมทั้งเนื้อเยื่อบริเวณนั้นจะบวมทำให้มองเห็นคางและคอบวมโตจนดูเหมือนคอวัว(bullneck)
2.โรคคอตีบที่จมูก(nasal diphtheria)จะมีแผ่นเยื่อเกิดในช่องจมูกมักมาพบแพทย์ด้วยเรื่องมีน้ำเหลืองปนเลือดไหลออกจากจมูก
3.โรคคอตีบที่กล่องเสียง(laryngeal diphtheria) ผู้ป่วยจะมีไข้ อ่อนเพลีย หายใจไม่สะดวก เนื่องจากมีแผ่นเยื่อที่หลอดลม อาจทำให้ทางเดินหายใจอุดตันได้
4.โรคคอตีบที่ผิวหนัง(cutaneous diphtheria)การรักษา
1.การให้ Diphtheria antitoxin ต้องให้ในผู้ป่วยทุกรายที่เป็นโรคหรือสงสัยว่าจะเป็น และต้องให้เร็วที่สุด เพื่อให้ไปล้างฤทธิ์ toxinของdiphtheria ก่อนที่toxinจะไปจับกับเนื่อเยื่อ
2.ยาปฏิชีวนะ ยาที่ใช้ได้ผลดีคือ Penicillin
3.การรักษาอื่นๆ ตามอาการ เช่นนอนพัก ให้น้ำและสารอาหารให้เพียงพอ
4.การรักษาอาการแทรกซ้อน ที่พบบ่อยคือ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เส้นประสาทอักเสบ และปอดบวมการป้องกัน
โดยการฉีดวัคซีนซึ่งทำจากtoxin ของเชื้อ ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ในเด็กอายุ 2 ,4 ,6 เดือน และฉีดกระตุ้นอีก 2 ครั้งเมื่ออายุ 1ปีครึ่ง และ 4 ปี โดย นพ.ยุทธสิทธิ์ ธนพงศ์พิพัฒน์
วัคซีน 1 ขวบครึ่ง
วันนี้พ่อกับแม่พาปัน ปัน ไปฉีควัคซีนตอนอายุ 1 ขวบครึ่ง ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ-ราชสีมาซึ่งวัคซีนตัวนี้ประกอบไปด้วย
-วัคซีนป้องกันคอตีบ
-วัคซีนป้องกันไอกรน
-วัคซีนป้องกันบาดทะยัก
-วัคซีนโปลิโอกระตุ้น ครั้งที่ 1
-วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบ
สำหรับตอนฉีดวัคซีน ปัน ปัน ร้องลั่นห้องเลยครับ ซึ่งก็เป็นเหมือนทุกๆ ครั้งที่ผ่านมาเพราะว่าปัน ปัน คงเจ็บเพราะว่าขนาดคนใหญ่ยังเจ็บเลยครับเพียงแต่ไม่ร้อง สำหรับการไปโรงพยาบาลวันนี้มีคุณตาไปด้วยนะครับ เพราะคุณตาต้องไปขอประวัติการรักษาของคุณตาเกี่ยวกับการรักษาโรคหัวใจจาก โรงพยาบาลกรุงเทพ-ราชสีมา เพื่อจะได้เตรียมมารักษาต่อที่ โรงพยาบาลศูนย์ธรรมศาสตร์รังสิต ที่กรุงเทพฯ กว่าจะได้กลับบ้านก็ประมาณ 12.00 น กลับไปปัน ปัน ก็ง่วงนอนและหลับไปที่บ้านคุณยายตื่นอีกทีก็ประมาณบ่าย 2 โมง ซึ่งฝนก็ตกหนักมากพ่อต้องขับรถพาปัน ปัน ไปบ้านตานงอีกครั้งเพื่อไปกินข้าวครับ

Tags: