โครงสร้างสมอง
สำหรับวันนี้ผู้เขียนนำเรื่องโครงสร้างของสมองมาแบ่งปันความรู้ครับ ซึ่งผู้เขียนก็ไม่ได้เป็นแพทย์หรือเป็นหมอ หรอกนะครับ แต่จะพยายามใช้คำพูดแบบชาวบ้านๆ ที่อ่านแล้วไม่ต้องแปลกความหมายซ้ำครับ ซึ่ง “โครงสร้างของสมอง” นี้เป็นบทความต่อเนื่องจากเรื่อง สมอง ที่ผู้เขียนได้เขียนไว้ใน BlogPun-บล็อกปัน ปัน นี้ครับ
ฟรอนทัลโลบ (Frontal lobe)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลระบบการคิด และพฤติกรรมบางอย่างเช่น การเดิน การพูด การแก้ปัญหา การวางแผน การสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการรับรู้ ตอบสนอง และตื่นตัวด้านพฤติกรรม
ฮิปโปแคมปัส (Hippocampus)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับความจำ ซึ่งจะเกิดขึ้นตั้งแต่เกิด 40 % อีก 50 % เกิดขึ้นหลังคลอดประมาณ 6 สัปดาห์ และจะครบสมบูรณ์เมื่อลูกอายุ 18 เดือน
เทมโปรัลโลบ (Temporal lobe)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับ การดมกลิ่น การได้ยิน ความสามารถด้านภาษา ความจำ อารมณ์ และความกลัว
เบรนสเตม (Brianstem)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับปฎิกริยาอัตโนมัติต่างๆ เช่น การร้องให้ การดูดนม การสะดุ้งตกใจ อีกทั้งยังควบคุมอัวยวะพื้นฐาน เช่น การหายใจ ความดันโลหิต การเต้นของหัวใจ การกรอกตาไปมายามที่นอนหลับ อีกทั้งยังควบคุมดูแลอารมณ์โดยเฉพาะ ความวิตกกังวล และการสงบสติอารมณ์ด้วย
ไฮโปทาลามัส (Hypothalamus)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับระบบประสาทอัตโนมัติ และต่อมไร้ท่อต่างๆ ที่ตอบสนองด้านอารมณ์และสัญชาตญาณ โดยเฉพาะในยามที่ลูกนอนหลับลึก โครงสร้างสมองส่วนไฮโปทาลามัสจะทำหน้าที่เสมือนชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวลูก หลังจากแต่ละวันแห่งการพัฒนาการการเจริญเติบโตของลูกผ่านไป เพื่อที่ลูกจะสามารถพร้อมรับสิ่งใหม่ๆ ที่จะได้พบในวันรุ่งขึ้น
พาไรทัลโลบ (Parietal Lobe)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับเรื่องของระบบประสาทสัมผัสต่างๆ โดยเฉพาะการรับรู้รส การสัมผัส ความสามารถในการจดจำการทำงานประสานกันของมือและตา การจดจำหมายรู้ เช่น รู้และเข้าใจว่าตนกำลังมองอะไรอยู่
ออกซิพิทัลโลบ (Occipital Lobe)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับเรื่องการมองเห็น การรับรู้และความสามารถในการแปรความเข้าใจในสิ่งที่เห็นนั้น
ซีรีเบลลัม (Cerebellum)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับเรื่องการรักษาสมดุลการทรงตัวและช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานสัมพันธ์กันยามเคลื่อนไหว เช่น การวิ่ง การเดิน
เป็นอย่างไรบ้างครับเกี่ยวกับโครงสร้างของสมองซึ่งผู้เขียนหาภาษาที่เข้าใจง่าย และกระชับเพื่อนำไปปรับใช้กับลูกน้อยๆ ของคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยครับ
สมอง
สำหรับบทความนี้ผู้เขียนนำมาจาก “หนังสือนิตยสารรักลูก” เพียงบางส่วน ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าเป็นประโยชน์ เลยนำมาเขียนไว้ที่นี่ครับ เพราะอย่างน้อยเพื่อนๆ และพ่อแม่ ท่านอื่นๆ ที่เข้ามาอ่านในบล็อกปัน ปัน ก็จะได้อ่านกันครับ
สมองพัฒนาอย่างไร
ระยะ 1-3 เดือน
เมื่อเริ่มตั้งครรถ์ เซลล์ที่เกิดจากการผสมระหว่างไข่กับสเปิร์มจะแบ่งตัวและพัฒนาเป็นสมอง โดยมีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อแผ่นบาง แล้วจึงค่อยๆโค้งงอจนมาบรรจบกันเป็นท่อนำประสาท และเริ่มจัดโครงสร้างเป็นสมองส่วนหน้า ส่วนกลาง และส่วนหลัง ในระยะนี้จุดประสาทจะเกิดขึ้นในไขสันหลัง เมื่อเซลล์ประสาทเริ่มเชื่อมโยงกัน ก็จะเกิดการรับข้อมูลถึงกันในสมอง นั่นหมายความว่าสมองของลูกเริ่มทำงานแล้ว
ระยะ 4-6 เดือน
ช่วงนี้จะมีไขมันล้อมรอบเส้นใยประสาท ทำให้กระแสไฟฟ้าระหว่างเซลล์สมองวิ่งไปมารวดเร็วยิ่งขึ้น การรับส่งข้อมูลก็ดีมากขึ้น ประสาทตาและหูของลูกจะทำปฎิกริยากับแสงจ้าและเสียงดัง เซลล์ประสาทเริ่มเคลื่อนย้ายไปยังตำแหน่งที่จะทำหน้าที่ต่างๆ ที่ทำให้ระบบประสาทสมบูรณ์
ระยะ 7-9 เดือน
ไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรถ์นี้ เซลล์ประสาทจะสร้างแขนงประสาทอย่างมากมาย และแขนงประสาทเหล่านี้จะเชื่อมโยงกันจนกระทั่งทำงานประสานกันระหว่างวงจรประสาทได้ป็นอย่างดี ทำให้ลูกสามารถตอบสนองต่อเสียงที่คุ้นเคยอย่างเสียงของแม่ได้ครับ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับบทความเรื่องสมองของลูกน้อย แต่ยังมีต่อครับเอาไว้วันหลังผู้เขียนจะนำมาเขียนต่อครับซึ่งก็จะเป็นรายละเอียดของสมองเด็กตั้งแต่แรกเกิดกันเลยที่เดียวครับ

Tags: