เรียนรู้การเพาะถั่วงอก

เมื่อพูดถึงถั่วงอกขึ้นมาแล้วพ่อปัน ปัน คิดว่าต้องไม่มีใครที่ไม่รู้จักครับ เพราะมันถั่วงอกจะเห็นในชิวิตประจำวันเลยก็ว่าได้ แต่มาวันนี้พ่อปัน ปัน มีสิ่งที่ต้องการสอนน้องปัน ปันให้รู้จักซึ่งได้มากกว่าคำว่า “ถั่วงอก” ครับ

เตรียมอุปกรณ์

เริ่มจากต้องแช่เม็ดถั่วเขียวกันก่อนครับ สำหรับขั้นตอนนี้น้องปัน ปัน ได้ลงมือปฏิบัติมาแล้วกับแม่น้องปัน ปัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเลยในการสอน ซึ่งน้องปัน ปันกลับชอบเสียอีกเพราะเหมือนกับการเล่นชนิดหนึ่งเท่านั้นเอง 

โรยเม็ดถั่วเขียว

หลังจากเตรียมของเสร็จแล้วก็มาถึงขั้นตอนการพรมน้ำให้ชุ่มครับ ซึ่งน้องปัน ปัน ก็ชอบใจใหญ่เพราะได้เล่นน้ำฉีด สนุกไปอีกอย่างครับ ต่อจากนั้นก็เริ่ม โรยเม็ดถั่วเขียวลงในหม้อที่เตรียมไว้ สองคนแม่ลูกสนุกกันใหญ่

เสร็จขั้นตอนสุดท้าย

เมื่อโรยเสร็จก็ต้องใช้ผ้าขาวบางปิดไม่ให้โดนแสงครับ เพื่อให้ต้นถั่วเติบโตตามอายุของมัน โดยเก็บไว้ประมาณ 4-5 วันช่วงนี้ก็จะเอาออกมาให้น้องปัน ปัน ได้เห็นถึงการเจริญเติบโตของต้นถั่วเขียวเป็นระยะๆ น้องปัน ปัน ก็จะถามไปตามเรื่อง ว่าทำไม เป็นอย่างนั้น ทำไมเป็นอย่างนี้ ซึ่งก็ถามเกี่ยวกันต้นถั่วนั่นแหล่ะครับ

ต้นถั่วงอก ของน้องปัน ปัน

ระยะเวลาผ่านไปก็มาถึงช่วงสำคัญในการนำต้นถั่วงอกออกมาโชว์กันครับ พ่อและแม่ได้เห็นน้องปัน ปัน ตื่นเต้นและแปลกตาว่าทำไม มันจึงเป็นต้นโตๆ อย่างนั้นได้ ซึ่งต้นถั่วงอกที่น้องปัน ปัน เพาะขึ้นมานี้มันอาจจะไม่สวยงามน่าที่จะนำมารับประทานได้ก็ตาม แต่เราได้มากกว่านั้นครับ

สิ่งแรกเลยคือได้ฝึกลูกของเราให้รู้จักความรับผิดชอบ ฝึกการสังเกตุ ฝึกการเรียนรู้จากของจริง และได้ปฏิบัติจริง ได้ภาคภูมิใจในสิ่งที่ตนเองทำได้สำเร็จ ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่จะต้องติดตัวน้องปัน ปัน เป็นแรงกระตุ้นให้น้องปัน ปันอยากที่จะทำในสิ่งที่ยังไม่รู้ และทดลองต่อไปครับ

แครอท

Carrot 
สืบเนื่องมาจากตอนที่ผมเขียนไว้ สอนลูกให้กินผัก วันนี้เลยนำเรื่องแครอทมาเขียนให้น้องปัน ปัน สำหรับแครอท จะเกี่ยวข้องอย่างไรกับน้องปัน ปัน ซึ่งแครอทก็เป็นผักชนิดหนึ่งและเรานำหัวแครอทมาทานกันครับ

ลักษณะเด่นของแครอท
เป็นพืชกินหัวชนิดหนึ่ง มีลักษณะยาว หัวแครอทมีหลายสี เช่น เหลือง ม่วง ส้ม แต่ที่นิยมรับประทานในปัจจุบันคือสีส้ม เป็นพืชแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียกลาง มีหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็กเท่าแท่งดินสอ หรือที่เรียกว่าเบบี้แครอท ไปจนถึง ขนาดใหญ่

ประโยนช์ของแครอท
หัวแครอทมีวิตามินเอสูง ใช้รับประทานเพื่อบำรุงสายตา แก้โรคตาฟาง ใช้เป็นยาขับปัสสาวะเนื่องจากมีปริมาณ     เกลือโปแตสเซี่ยมสูง และยังสามารถใช้เป็นยาขับพยาธิไส้เดือนได้อีกด้วย แครอทมีสาร “เบต้าแคโรทีน” ที่ช่วยยับยั้งเซลล์ของมะเร็งและต่อต้านการสารอนุมูลอิสระซึ่งเป็นต้นกำเนิดเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดี มีส่วนช่วยให้ตับขับสารพิษออกจากร่างกาย แคลเซียมเพคเตทในแครอท ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล ลดการเกิดโรคหัวใจและภาวะหัวใจล้มเหลว บำรุงเซลล์ผิวหนังและเส้นผม นอกจากนี้ยังมีแคลเซียม มีฟอสฟอรัส เหล็ก มีวิตามินเอ บี1 บี2 และวิตามินซี

สำหรับการนำแครอทมารับประทานก็มีหลากหลายวิธีครับ เช่น นำมาคั่นเอาน้ำแครอทและนำมาดื่มแบบสดๆ หรือนำมาผัดรวมกับผักชนิดอื่นๆ สำหรับวิธีที่พ่อปัน ปัน และแม่ปัน ปัน สอนให้ลูกกินผัก คือการนำแครอทสดๆ ไปต้มให้สุขก่อนครับเพื่อลดความหืนของแครอทครับ แล้วก็นำมาหันเป็นแท่งเล็กๆ แล้วให้ปัน ปัน ถือกินเลยครับ ซึ่งน้องปัน ปัน ก็จะกัดเล่นเป็นส่วนมาก เข้าปากมังไม่เข้ามัง ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 100 % กินเข้าไป 20-30 % ผมก็ถือว่า OK แล้วครับจุดประสงค์หลักๆ คือเป็นการฝึกการใช้ฟันกัดอาการของเด็กครับ และอีกวิธีหนึ่งที่ผมทำเป็นประจำคือนำมาต้มกับข้าวรวมกับผักอื่นๆ เพื่อให้ปัน ปัน กินครับ หรือว่าจะต้มจืดเต้าหู้หมูสับใส่แครอทก็ได้นะครับ

เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับวิธีการ สอนลูกให้กินผัก ซึ่งคุณพ่อหรือว่าคุณแม่ท่านไหนมีวิธีการนำแครอทมาปรุงเป็นอาหารรับประทานก็ช่วยกันแนะนำด้วยนะครับ ซึ่งการสอนน้องปัน ปัน ให้กินผัดพ่อปัน ปัน และแม่ปัน ปัน ไม่ได้ตั้งเป้าหมายมากมายหรอกครับ เพียงแต่ให้น้องปัน ปัน ได้กินผักต่างๆ ที่หลากหลายเพื่อได้ลอง ลิ้มรสชาด ต่างๆ ของผักต่างชนิดกัน ที่มีกลิ่นและรสชาดที่ไม่เหมือนกันครับ

หน้าต่อไป