เรือจักรีนฤเบศร
วันหยุดที่ผ่านมาพ่อปัน ปัน ได้มีโอกาสพาน้องปัน ปัน ไปเที่ยวเปิดสมองและเรียนรู้ สิ่งใหม่ๆ ที่น้องปัน ปัน ยังไม่เคยรู้จัก เป้าหมายคือเรือรบหลวงจักรีนฤเบศร ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี กันครับ
สำหรับการเดินทางจากบ้านพัก จังหวัดระยองไปสัตหีบ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. ครับ เรียกว่าขับรถแบบสบายๆ เมื่อไปถึงแยกกิโลสิบ ก็เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด ตรงไปจนถึง คลังน้ำมันจุกเสม็ด ของทหารเรือ ซึ่งเป็นคลังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง ของกองทัพเรือครับ
ลองมาอ่านประวัติของเรือหลวงจักรีนฤเบศรกันก่อนครับ ซึ่งพ่อปัน ปัน ปัน ไปค้นมาจาก internet นำมาแบ่งปัน เพื่อเป็นข้อมูลในการท่องเที่ยว และเข้าชม “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” ครับ
ในปี พ.ศ. 2532 ได้เกิดพายุไต้ฝุ่นเกย์ในอ่าวไทยบริเวณจังหวัดชุมพร กองทัพเรือได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ซึ่งทางกองทัพได้ใช้เรือและอากาศยานในการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่ประสบปัญหาคือเรือขนาดใหญ่ที่สุดที่กองทัพเรือมีอยู่ขณะนั้นไม่สามารถทนสภาพทะเลได้ ทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยกระทำได้ด้วยความยากลำบาก การมีเรือขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์ทันสมัยจะสามารถใช้ในการค้นหาและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลได้อย่างรวดเร็วและทันการ และหากว่ามีเฮลิคอปเตอร์ประจำการบนเรือจะช่วยขยายพื้นที่ในการลาดตระเวนและระยะเวลาในการปฏิบัติการในทะเลได้เป็นเวลานานและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กองทัพเรือจึงได้มีแนวความคิด ในการสร้างเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ เพื่อให้สามารถบรรลุภารกิจตามความมุ่งหมาย
แต่เดิมรัฐบาลไทยได้วางแผนจัดซื้อเรือบัญชาการสนับสนุนการยกพลขึ้นบก ขนาดระวาง 7,800 ตันจากบริษัทเบรเมอร์ วัลแคนของเยอรมนี แต่รัฐบาลไทยได้ทำการยกเลิกสัญญาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2534[4] รัฐบาลไทยจึงได้เลือกจัดซื้อใหม่จากบริษัทบาซาน ประเทศสเปน ซึ่งเป็นผู้ออกแบบและต่อเรือ ปริ้นซิเป้เดอัสตูเรียส เรือธงของกองทัพเรือสเปนในขณะนั้น คณะรัฐมนตรีของไทยได้มีมติเมื่อ 17 มีนาคม พ.ศ. 2535 อนุมัติให้กองทัพเรือว่าจ้างสร้างเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล ลงนามโดยรัฐบาลไทยและรัฐบาลสเปนในวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2535 เป็นเงิน 7,100 ล้านบาท
เรือหลวงจักรีนฤเบศรได้เริ่มสร้างในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2536 และมีการวางกระดูกงูในวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2537 เรือทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2539 โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงเสด็จไปทำพิธี ได้มีการทดลองแล่นเรือตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2539-เดือนมกราคม พ.ศ. 2540 ร่วมกับกองทัพเรือสเปนที่โรต้า (Rota) ประเทศสเปน รับมอบเรือและขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2540 โดยมีพลเรือเอก วิจิตร ชำนาญการณ์เป็นผู้รับมอบ เรือได้รับหมายเลข 911 และเดินทางกลับถึงประเทศไทยในต้นเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน เรือได้เข้าประจำการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2540 ในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2540 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาทรงเจิมเรือหลวงจักรีนฤเบศรเพื่อความเป็นสิริมงคล
กองทัพเรือได้ขอพระราชทานชื่อเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่กองทัพเรือและเป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพลประจำเรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานชื่อเรือหลวงลำนี้ว่า เรือหลวงจักรีนฤเบศร แปลว่า ผู้เป็นใหญ่แห่งราชวงศ์จักรีและใช้คำขวัญว่า ครองเวหา ครองนที จักรีนฤเบศร
ที่มา: http://www.th.wikipedia.org/wiki/เรือหลวงจักรีนฤเบศร
สำหรับการเข้าไปเยี่ยมชมเรือรบหลวงนั้น ก็ต้องมีการแลกบัตรก่อนเข้าชมครับ เพราะเป็นระบบรักษาความปลอดภัยอย่างหนึ่ง เกี่ยวกับกองทัพครับ
การเดินทางในเรือส่วนใหญ่ก็ใช้วิธีการปีน ครับ ดูอย่างน้องปัน ปัน เป็นตัวอย่างครับ
หลังจากที่ได้ขึ้นเรือแล้วน้องปัน ปัน ก็แอ๊คท่าถ่ายรูป แล้วก็เดินสำรวจเรือรบหลวงจักรีนฤเบศร สักพักหนึ่ง ซึ่งวันนั้นไม่ค่อยมีแดดเท่าไร ครับ อากาศครึ้มฟ้า ครึ้มฝน แต่ก็ไม่มีฝนตกครับ
น้องปัน ปัน มาเที่ยวแล้วครับ เรือรบหลวงจักรีนฤเบศร ต้องถ่ายรูปเป็นที่ระลึกครับ
และสุดท้ายครับที่น้องปัน ปัน ได้มาเป็นที่ระลึก เป็นเรือจำลองของ เรือหลวงจักรีนฤเบศร ซึ่งมีจำหน่ายอยู่ภายในเรือครับ
วันที่พ่อปัน ปัน พาน้องปัน ปัน ไปเที่ยวชม เรือหลวงจักรีนฤเบศร ก็มีนักท่องเที่ยวไม่ค่อยมากครับ เรียกว่าไม่แออัดจนเกินไป ทำให้ไม่ต้องแย่งกันในเรื่องต่างๆ นอกจากเรือหลวงจักรีนฤเบศร แล้วยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่ใกล้ๆ กัน อีกแหล่งครับ หาดนางรำ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวจำนวนมากเช่นเดียวกันครับ
ไหว้หลวงพ่อดำ ช่องแสมสาร สัตหีบ
วันเสาร์ที่ผ่านมาพ่อปัน ปัน ได้มีโอกาศพาน้องปัน ปัน ไปไหว้พระครับ “หลวงพ่อดำ ช่องแสมสาร สัตหีบ” ซึ่งระยะทางจากระยองบ้านของน้องปัน ปัน ก็ประมาณ 25-30 กิโลเมตรครับ ขับรถแบบสบายๆ อีกทั้งอากาศวันนั้นไม่ร้อนด้วยเพราะมีเฆมฝนตั้งเคล้าว่าจะตก หรือไม่ตกดี
![]()
เราสามคนออกเดินทางกันประมาณ 10.00น ครับผ่านอำเภอบ้านฉาง แล้วก็ผ่านมาที่กิโล 10 ซึ่งขึ้นกับอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ต่อจากนั้นก็เลี้ยวซ้ายข้างๆ โรงพยาบาลสิริกิต ขับตรงไปเรื่อยๆ จะมีป้ายบอกทางว่าไปวัดหลวงพ่อดำ และวัดช่องแสมสารครับ
สำหรับหลวงพ่อดำองค์นี้ชาวบ้านและชาวเรือแถบนั้นให้ความเคราพนับถือกันอย่างมาก จากที่พ่อปัน ปัน สังเกตุดูนะครับ จะมีคนถือไข่ไก่ ไข่เป็ดต้มแล้วขึ้นมาแก้บน มากอยู่พอสมครวครับ ซึ่งก็เรื่องปกติของสังคมไทย ชาวพุทธ ครับ อ้อเกือบลืมบอกไปครับ ทางขึ้นไปวิหารหลวงพ่อดำ เป็นทางขึ้นเขาซึ่งลาดชันเล็กน้อยครับ ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากครับ เพราะทางแคบ และมีชุมชนตั้งบ้านเรือนอยู่ติดกับถนนครับ
ซึ่งหลังจากเราสามคนได้ไหว้องค์หลวงพ่อดำกันแล้ว ก็เลยถือโอกาสเดินชม วิวทิวทัศน์รอบๆ วิหารครับ เก็บภาพวิวสวยๆ ที่ถ่ายจากด้านบนวิหาร ลงไปเห็นเรือประมงพื้นบ้านจอดเรียงรายกันมากมายครับ ซึ่งก็คงคอยเวลาออกไปทำมาหากินกันครับ
สำหรับวิหารองค์หลวงพ่อดำ ที่เราไปกันวันนั้นกำลังหาทุนเพื่อก่อสร้าง และบำรุงซ่อมแซมต่างๆ วันนั้น น้องปัน ปัน ได้ทำบุญโดยการถวายกระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์ แล้วยังได้เขียนชื่อครอบครัวที่ผ้าห่มเจดีย์ด้วยนะครับ
อีกหนึ่งอิริยาบทของน้องปัน ปัน ครับซึ่งข้างบนวิหารหลวงพ่อดำนี้ลมแรงครับ เพราะตั้งอยู่บนหน้าผาครับ มีลมทะเลพัดมาเย็นสบายดีครับ อีกทั้งด้านข้างยังสามารถยืนชมทะเล ได้อีกด้วยครับ
ทิ้งท้ายไว้รูปสุดท้ายซึ่งน้องปัน ปัน เริ่มจะไม่ไหวแล้วดูได้จากหน้าตาครับ แม่น้องปัน ปัน เลยอุ้มเพื่อเตรียมตัวที่จะไปที่อื่นต่อซึ่งเราวางแผนการณ์เดินทางกันว่าจะพาน้องปัน ปัน ไปดูฟาร์มปลาการ์ตูน กันต่อครับ ซึ่งก็อยู่ไม่หายจากวิหารหลวงพ่อดำมากเท่าไรครับ น่าจะประมาณ 3-5 กิโลเมตรเห็นจะได้ครับ







Tags: