ลูกชายป่วยตามพ่อ

สวนสาธารณะ 
ผมได้ไปอ่านบทความเกี่ยวกับการป่วยของพ่อซึ่งส่งผมไปถึงเจ้าตัวเล็กของเราด้วยครับ ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องย์เชื่อครับเพราะเค้านำมาจากผลการทำวิจัยครับ

The Lancet วารสารออนไลน์ทางการแพทย์มรผลการวจัยออกมาว่าคุณพ่อที่เป็นโรคหัวใจ โรคซึมเศร้า ติดยาหรือแอลกฮอล์ หรือเป็นโรคทางจิตต่างๆ ลูกชายมีโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบตามคุณพ่อด้วยครับ

การดูแลรักษาสุขภาพเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำครับ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วผู้ชายอย่างเราๆ ท่านๆ ทั้งมีการดูแลสุขภาพน้อยกว่าผู้หญิงและยังพบอีกด้วยว่าผู้ชายเป็นโรคซึมเศร้า 3-6% และเมื่อคุณพ่อเครียดลูกวัยรุ่นมีโอกาสเสี่ยงที่จะเครียดและอาจจะมีพฤติกรรมฆ่าตัวตายได้ครับ

มีนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย “Oxford” ประเทศอังกฤษ บอกว่าปัญหาสุขภาพสุขภาพของพ่อนั้นมีความสำคัญมากเพราะจะส่งผลกระทบไปถึงครอบครัวและลูกได้ เพราะเมื่อคุฦณพ่อมีปัญหาด้านอารมณ์ ลูกก็มีแนวโน้มที่จะมีอารมณ์ และพฤติกรรมแบบนั้นด้วยครับ

เด็กๆ ขี่จักรยานไปโรงเรียน 
นักวิจัยยังบอกอีกด้วยว่าปัญหาสุขภาพของคุณพ่อที่ส่งผลถึงลูกนั้น ยังไม่พบหลักฐานว่าหลังจากที่คุณพ่อได้รับการรักษาให้หายแล้วลูกจะมีอาการดีขึ้น

ด้วยสังคมยุคนี้มีการแข่งขันกันแทบทุกอย่างผู้ชายก็จะมีปัญหาเรื่องความเครียดเยอะมากครับ โดยเฉพาะผู้ชายที่แต่งงานมีครอบครัวแล้วและกำลังมีลูกเล็กๆ เพราะส่วนมากบ้านเราผู้ชายจะเป็นเสาหลักของบ้านในการได้มาซึ่งรายได้ต่างๆ และคุณแม่ก็จะเป็นประเภทจ่ายออกไปซึ่งร่ายได้ที่ได้มาครับ แต่ถ้ารู้จักใช้จ่ายก็ไม่เกิดปัญหานั้นๆ ซึ่งถ้าค่าใช้จ่ายไม่พอ คุณพ่อนี่แหละครับเครียดแน่นอน

ตอนนี้น้องปัน ปัน ยังเล็กอยู่พ่อปัน ปัน กับแม่ปัน ปัน ยังสามารถช่วยกันหาเงินจากเงินเดือนอันน้อยนิดมาซื้อนมได้ ซึ่งก็มีรายได้กันทั้ง 2 ทาง

บ้างครั้งความเครียดที่เกิดจากสังคมรอบข้างเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว ทำให้คนไทยขาดการแบ่งปัน ขาดการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถ้าเราเปรียบเทียบสังคมเมือง กับ สังคมชนบท จะเห็นได้อย่างค่อนข้างชัดเจนจึงทำให้คนในเมืองมีความเครียดมากกว่าคนชนบท

ทุกอย่างมีทางออกครับเพราะว่ามนุษย์ เป็นเครื่องจักรที่ถูกออกแบบมาให้แก้ไขปัญหาต่างๆ ครับถ้าเครียดมากๆ เรื่องงานก็เดินไปทีห้องกาแฟซิครับ ไปชงกาแฟเข้มๆ สักแก้วรับรองหายเครียด หรือว่าวันพักร้อนเหลือเยอะมากก็ลามะลิลาไปเที่ยวเลยครับเอาสักหลายๆ วันประเภทว่า ลาจนเจ้านายลืมเลยว่ายังมีลูกน้องอย่างเราทำงานกับเค้าอยู่ ครับถ้า “ถ้าท้องอิ่มก็มีสติครับ” คำๆ นี้ยังใช้ได้อยู่นะครับ พ่อปัน ปัน ไม่สงวนลิขสิทธิ์แบบ Windows ครับผม

วัคซีนอีสุกอีใส

วัคซีนอีสุกอีใส 
วันนี้นำเรื่องวัคซีนอีสุกอีใสมาคุยครับ เชื่อว่าพ่อแม่หลายๆ ท่านคงต้องเคยผ่านการเป็น “อีสุกอีใส”กันมาบ้างแล้ว พ่อปัน ปัน ก็เช่นเดียวกันครับผ่านช่วงนั้นมาแล้ว ที่นำมาพูดนี่เพราะว่ากำลังปรึกษากับแม่ของน้องปัน ปัน ว่าจะพาปัน ปัน ไปฉีด “วัคซีนอีสุกอีใส” ดีหรือเปล่า ซึ่งจริงๆ แล้วก็ด้วยความเป็นห่วงและสงสารลูกนั่นแหละครับ เรามารู้จักโรคอีสุกอีใส และวัคซีนอีสุกอีใสกันครับ

ลักษณะอาการ
อีสุกอีใสเป็นโรคที่พบได้ทุกภูมิภาคทั่วโลก พบบ่อยในเด็ก อายุต่ำกว่า 6 ปี โดยทั่วไปไม่มีอาการรุนแรง แต่ติดต่อได้ง่าย อาการแทรกซ้อนที่พบไม่บ่อย คือ สมองอักเสบ ปอดอักเสบ ถ้าเป็นในผู้ใหญ่จะมีอาการรุนแรง และเป็นนานกว่า เช่น พบ Varicella pneumonia ได้ 14% ในผู้ใหญ่ ถ้ามารดาเป็น ขณะตั้งครรภ์ 16 สัปดาห์ แรก ทารกอาจจะพิการแต่กำเนิด หรือหากเป็นระยะ ใกล้คลอด ทารกอาจติดเชื้อและ มีอาการรุนแรง หลังการ ติดเชื้อไวรัสนี้ (Varicella Zoster Virus) จะคงอยู่ใน ปมประสาทในร่างกาย ทำให้เกิดอาการโรคงูสวัด ในเวลาต่อมาได้ โดยมีอาการปวด เส้นประสาท อัมพาต เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปอดบวม และมีอาการทางตา วัคซีนที่ผลิตและนำออกมาใช้แล้วเป็นวัคซีน เชื้อเป็นสายพันธุ์ Oka ที่ผ่านขบวนการขยายพันธุ์ในเซลล์เพาะ เลี้ยง MRC-5 hurman diploid cell ที่ปราศจากสาร/ ตัวก่ออันตราย/โรค เพื่อให้ อ่อนแรงลง แต่สามารถกระตุ้น ภูมิคุ้มกันโรคและป้องกันโรค ได้ดี โดยได้มาตรฐานชีววัตถุตามข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลก แม้ว่าเมื่อเทียบ กับเชื้อ ในธรรมชาติจะมี ความต่าง บ้างในด้าน DNA restrictive endonuclease cleavage patterns

วัคซีนกระตุ้นภูมิทั้งระบบเซลล์ (CMIR) และระบบ น้ำเหลือง (HMIR) พบว่า อาจจะน้อยกว่าการติดเชื้อเอง จากธรรมชาติ ในเด็กโตและผู้ใหญ่ จะตอบสนองต่อ วัคซีนน้อยกว่าในเด็ก ประสิทธิผลของวัคซีนจึงขึ้นกับ อายุและสภาพภูมิต้านทาน ของผู้รับวัคซีนด้วย ดังนั้น ในผู้ใหญ่ที่สุขภาพดี และในเด็กที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง การให้วัคซีนเป็นการสร้างภูมิบางส่วนและลดความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นถ้าติดโรค เองมากกว่าที่จะเป็นการสร้างภูมิป้องกันอย่างสมบูรณ์

ขนาดยาที่ใช้
เด็กอายุตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไปถึง 12 ปี ให้โดสเดียว 0.5 ml. วัยรุ่นอายุตั้งแต่ 13-17 ปี และผู้ใหญ่ ฉีด 2 โดส เข็มที่สองห่างจากเข็มแรก 1-2 เดือน ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง
ห้ามฉีดเข้า intradermal หรือ intravenous

การเก็บรักษา
วัคซีนชนิดแห้งเก็บไว้ที่ 2-8 ํC หรือต่ำกว่า หรือกันแสง ส่วนตัวทำละลายเก็บในตู้เย็นหรือ อุณหภูมิห้องก็ได้
ให้ดูคำแนะนำจากเอกสารประกอบ (ขึ้นกับข้อมูลการผลิต + ความคงตัว) เมื่อผสมให้รอจนการละลายสมบูรณ์
ไม่มีผงอนุภาค เหลืออยู่ หรือการปนเปื้อนก่อนนำไปฉีด และให้รีบใช้ ภายใน 30 นาทีหลังผสมตัวทำละลายแล้ว

การให้วัคซีน
อาจให้พร้อมกับวัคซีนอื่นได้ ที่เป็น inactivated vaccine แต่ควรแยกฉีดคนละตำแหน่ง และใช้หลอด  เข็มฉีดยาแยก ในกรณีวัคซีนที่มีส่วนประกอบของเชื้อหัดควรให้ห่างกัน 1 เดือนเป็นอย่างน้อย และไม่ควรฉีดร่วมกับ วัคซีนเชื้อเป็นอื่นๆ เช่นกัน

ข้อควรระวัง
ไม่ใช้ในสตรีมีครรภ์ และควรเลี่ยงการ มีครรภ์ ในช่วง 3 เดือนหลังฉีดวัคซีน ส่วนสตรีให้นมบุตรยังไม่มีข้อมูล ไม่ให้ขณะมีไข้สูงเฉียบพลัน ไม่ให้ในผู้ป่วยที่มีเม็ดเลือดขาวชนิด lymphocyte ต่ำกว่า 1,200/ml. หรืออาการอื่นที่แสดงว่า ภูมิคุ้มกันขาดประสิทธิภาพ
ที่มา:http://www.gpo.or.th/news/interest/inter12.htm

ได้รู้จักกับเชื้อโรคอีสุกอีใสกันแล้วนะครับ ในสังคมยุคไอที ถ้าอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับอะไรก็ค้นจาก Internet กันครับเรียกได้ว่าสะดวกและรวดเร็วซึ่งก็สามารถทำให้เราสามารถตัดสินใจทำอย่างหนึ่งใดได้ทันท่วงทีครับ

สำหรับคุณพ่อและคุณแม่ท่านใดที่มีลูกเล็กๆ และได้ไปฉีดวัคซีนอีสุกอีใสแล้วมีอะไรที่จะแนะนำก็ลองฝาก comment ไว้ได้นะครับ เพราะพ่อปัน ปัน ก็กำลังตัดสินใจว่าจะพาลูกชายไปฉีดวัคซีนอยู่พอดีครับ

หน้าก่อนหน้าหน้าต่อไป