แครอท
สืบเนื่องมาจากตอนที่ผมเขียนไว้ สอนลูกให้กินผัก วันนี้เลยนำเรื่องแครอทมาเขียนให้น้องปัน ปัน สำหรับแครอท จะเกี่ยวข้องอย่างไรกับน้องปัน ปัน ซึ่งแครอทก็เป็นผักชนิดหนึ่งและเรานำหัวแครอทมาทานกันครับ
ลักษณะเด่นของแครอท
เป็นพืชกินหัวชนิดหนึ่ง มีลักษณะยาว หัวแครอทมีหลายสี เช่น เหลือง ม่วง ส้ม แต่ที่นิยมรับประทานในปัจจุบันคือสีส้ม เป็นพืชแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียกลาง มีหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็กเท่าแท่งดินสอ หรือที่เรียกว่าเบบี้แครอท ไปจนถึง ขนาดใหญ่
ประโยนช์ของแครอท
หัวแครอทมีวิตามินเอสูง ใช้รับประทานเพื่อบำรุงสายตา แก้โรคตาฟาง ใช้เป็นยาขับปัสสาวะเนื่องจากมีปริมาณ เกลือโปแตสเซี่ยมสูง และยังสามารถใช้เป็นยาขับพยาธิไส้เดือนได้อีกด้วย แครอทมีสาร "เบต้าแคโรทีน" ที่ช่วยยับยั้งเซลล์ของมะเร็งและต่อต้านการสารอนุมูลอิสระซึ่งเป็นต้นกำเนิดเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดี มีส่วนช่วยให้ตับขับสารพิษออกจากร่างกาย แคลเซียมเพคเตทในแครอท ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล ลดการเกิดโรคหัวใจและภาวะหัวใจล้มเหลว บำรุงเซลล์ผิวหนังและเส้นผม นอกจากนี้ยังมีแคลเซียม มีฟอสฟอรัส เหล็ก มีวิตามินเอ บี1 บี2 และวิตามินซี
สำหรับการนำแครอทมารับประทานก็มีหลากหลายวิธีครับ เช่น นำมาคั่นเอาน้ำแครอทและนำมาดื่มแบบสดๆ หรือนำมาผัดรวมกับผักชนิดอื่นๆ สำหรับวิธีที่พ่อปัน ปัน และแม่ปัน ปัน สอนให้ลูกกินผัก คือการนำแครอทสดๆ ไปต้มให้สุขก่อนครับเพื่อลดความหืนของแครอทครับ แล้วก็นำมาหันเป็นแท่งเล็กๆ แล้วให้ปัน ปัน ถือกินเลยครับ ซึ่งน้องปัน ปัน ก็จะกัดเล่นเป็นส่วนมาก เข้าปากมังไม่เข้ามัง ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 100 % กินเข้าไป 20-30 % ผมก็ถือว่า OK แล้วครับจุดประสงค์หลักๆ คือเป็นการฝึกการใช้ฟันกัดอาการของเด็กครับ และอีกวิธีหนึ่งที่ผมทำเป็นประจำคือนำมาต้มกับข้าวรวมกับผักอื่นๆ เพื่อให้ปัน ปัน กินครับ หรือว่าจะต้มจืดเต้าหู้หมูสับใส่แครอทก็ได้นะครับ
เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับวิธีการ สอนลูกให้กินผัก ซึ่งคุณพ่อหรือว่าคุณแม่ท่านไหนมีวิธีการนำแครอทมาปรุงเป็นอาหารรับประทานก็ช่วยกันแนะนำด้วยนะครับ ซึ่งการสอนน้องปัน ปัน ให้กินผัดพ่อปัน ปัน และแม่ปัน ปัน ไม่ได้ตั้งเป้าหมายมากมายหรอกครับ เพียงแต่ให้น้องปัน ปัน ได้กินผักต่างๆ ที่หลากหลายเพื่อได้ลอง ลิ้มรสชาด ต่างๆ ของผักต่างชนิดกัน ที่มีกลิ่นและรสชาดที่ไม่เหมือนกันครับ
แก๊งค์แฟนฉัน
วันนี้พ่อปัน ปัน เกิดคิดถึงปัน ปัน มาแบบกระทันหันอาจจะด้วยความผูกพัน หรือความห่วงใยที่พ่อมีให้ลูก เลยหยิบ Albums ภาพที่นำมาจากโคราช มานั่งเปิดดู เลยมาสะดุดกับภาพนี้ครับ ทำให้ได้ Idea เพื่อนำมาเขียนลงใน BlogPun-บล็อกปัน ปัน ซึ่งหลังจากมีคนแซวพ่อปัน ปัน ว่านำเรื่องหนักๆ มาลงใน BlogPun-บล็อกปัน ปัน จากภาพนี้ดู พ่อปัน ปัน เลยนึกถึงภาพยนต์เรื่องหนึ่งชื่อเรื่อ่งว่า“แฟนฉัน”ซึ่งพ่อปัน ปัน ได้ไปดูด้วยกันกับแม่ปัน ปัน แล้วเกิดประทับใจในฝีมือการแสดงของน้องๆ เค้าครับ ซึ่งปานนี้ก็โตกันเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้วครับ แต่รับรองว่าไม่ใช่น้องๆ ในภาพนี้นะครับ
จากภาพก็เป็นเพื่อนๆ ของน้องปัน ปัน ซึ่งพ่อปัน ปัน ก็เลยตั้งชื่อให้ว่า “แก๊งค์แฟนฉัน” เสียเลยครับซึ่ง เริ่มจากน้องเสื้อเหลืองเลยครับชื่อ “น้องแก้วตา” คนต่อมาเสื้อแดงสุดหล่อ “น้องปัน ปัน” ลูกชายผมเองครับ คนที่อุ้มน้องปัน ปัน ชื่อ “พี่เก้า” คนที่นั่งถัดมาชื่อ “น้องหวิว” และน้องคนสุดท้ายชื่อ “น้องตุ๊กตา” สำหรับ “"น้องแก้วตา , พี่เก้า” เป็นพี่น้องกันจริงๆ ครับ และยังเป็นญาติของน้องปัน ปัน ด้วยครับ ซึ่งมีศักดิ์เป็น พี่ของปัน ปัน ครับ ส่วน น้องหวิว และ น้องตุ๊กตาเป็นเพื่อนๆ ข้างบ้านปัน ปัน ที่มาเล่นกับปัน ปัน เป็นประจำครับ
ได้รู้จักชื่อกันหมดแล้วถ้าหากจะมี Kid Modeling ท่านไหนเห็นแววรุ่งก็ติดต่อ “น้องปัน ปัน” (เสื้อแดงสุดหล่อ) คนที่กำลังดูดนมขวดนั่นแหล่ะครับ สำหรับค่าตัวก็ไม่แพงอย่างที่คิดครับแค่ นมวันละ 3 เวลาและขนมอีกนิดหน่อยก็ OK แล้วครับแต่พ่อปัน ปัน ไม่รับรองความป่วนของแก๊งค์นี้นะครับ
สมอง ตอนที่2
สำหรับวันนี้ก็นำเรื่องราวเกี่ยวกับสมองของลูกน้อยตอนที่ 2 มาแบ่งปัน ความรู้กันครับ เป็นตอนต่อจากตอนที่ 1 สำหรับท่านใดยังไม่ได้อ่านทบความเกี่ยวกับ สมองตอนที่ 1 ก็อ่านได้ครับมาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ
สมองของทารกแรกเกิด-1ขวบ
วัยนี้พัฒนาการร่างกายเติบโตอย่างชัดเจน สมองส่วนที่เกี่ยวกับการมอง การฟัง ความจำ และสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึกจะพัฒนาเร็วมาก เห็นได้จากพัฒนาการตามวัยที่สอดคล้องกับพัฒนาการทางสมอง ตัวอย่างเช่น การมองที่เริ่มพัฒนาการมาจากการมองเห็นไม่ชัดเจนในเดือนแรกๆ จนสามารถมองตามสิ่งของที่เคลื่อนไหวได้ดีขึ้นในเดือนที่ 5 เป็นต้น จึงควรส่งเสริมพัฒนาการทั้งด้านการมอง การฟังและพัฒนาการด้านอารมณ์ ด้วยการหาของเล่นที่มีสีสันสะดุดตามาให้ลูกดู รวมทั้งการพูดคุยและเล่านิทานให้ลูกฟังบ่อยๆ และที่สำคัญอย่าลืมกอดลูกด้วย เพราะจะทำให้ลูกน้อยรับรู้ถึงความรักที่คุณพ่อคุณแม่มีให้ และยังช่วยให้เซลล์สมองเชื่อมต่อกันมากขึ้น ส่งผลให้สมองพัฒนาได้ดียิ่งขึ้น
ไฟไหม้
สำหรับบันทึกเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง (แต่รูปภาพเป็นเพียงภาพประกอบ) ที่เกิดขึ้นด้านหลังบ้านของบ้านยายปัน ปัน ครับบ้านเกิดเหตุเป็นบ้านของคุณยายน้อย ที่แกมีอาชีพ ตัดใบตองขาย เก็บมะพร้าวขาย หรือจะเป็นตัดใบเตยมาขาย แล้วแต่ว่าจะมีคนสั่ง สำหรับเหตุการณ์นี้เกิดเมื่อวันที่ 7-11-52 ช่วงสายๆ ประมาณ 09.30น
สำหรับรายละเอียดมีอยู่ว่ามีวัยรุ่นชายที่เมาเหล้า และมีสติไม่ค่อยดี ได้ใช้น้ำมันราดบ้านตัวเอง และเผาบ้านตัวเองซึ่งบ้านหลังนี้สร้างจากไม้เก่ามากแล้ว เพราะสร้างมาหลายสิบปี อีกทั้งเชื้อเพลิงยังง่ายต่อการติดไฟ และเมื่อติดไฟแล้วก็จะดับยากมากครับ ช่วงที่เกิดเหตุ ทางผู้ใหญ่บ้านก็โทรศัพท์เรียกรถดับเพลิง เพื่อมาดับไฟ และเรียกให้การไฟฟ้ามาตัดไฟฟ้าก่อนด้วย ถึงจะเริ่มฉีดน้ำได้ บ้านตั้งอยู่ติดกับสวนหมากเก่าทางเข้าก็แคบมาก รถดับเพลิงเข้าไปไม่ได้ต้องจอดด้านนอก และลากสายดับเพลิงมาประมาณ 60-80 เมตร พ่อปัน ปัน ก็จะช่วยเค้าลากสายและจัดสายดับเพลิงเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน เมื่อเริ่มฉีดน้ำก็ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ก็สามารถควบคุมเหตุเพลิงไหม้ได้ ใช้น้ำไปประมาณ 18,000 ลิตร (รถดับเพลิง 3 คัน)
หลังจากไฟดับหมดแล้วก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบปากคำของวัยรุ่นที่ก่อเหตุ และนำตัวไปดำเนินคดีต่อ ช่วงที่เกิดเหตุนี้ก็จะมีบรรดาไทยมุงไปดูกันอย่างมากมาย เพราะควันไฟขึ้นสูงมาก ต่างคนก็ต่างวิภาควิจารณ์กันไปต่างๆ นาๆ ถึงการกระทำของวัยรุ่นคนนี้ ต่างก็สงสารคุณยายน้อยเพราะไม่มีอะไรเหลือเลย เพราะไฟไหม้หมดทุกอย่าง
การช่วยเหลือครอบครัวของคุณยายน้อยก็มีขึ้นในตอนบ่ายๆ ของวันเสาร์นั่นเอง เริ่มจากทางผู้ใหญ่บ้านได้ตั้งกองอำนวยการเพื่อรับบริจาคสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง เสื้อผ้า ที่นอน และของใช้ที่จำเป็นต่างๆ ในชิวิตประจำวัน รวมทั้งเงินที่ช่วยกันบริจาค สำหรับปัน ปัน เองพ่อกับแม่ก็ช่วยบริจาคให้ปัน ปัน แล้วนะครับ ซึ่งเหตุการณ์นี้ที่เกิดขึ้นก็จะเห็นน้ำใจของเพื่อนบ้านของคุณยายน้อย ว่าคนไทยยังมีน้ำใจต่อเพือนบ้านด้วยกัน และในส่วนของทาง อบต. บ้านใหม่ ก็จะมีงบประมาณสร้างบ้านให้คุณยายน้อยใหม่ด้วย ซึ่งพ่อปัน ปัน ได้มีโอกาสคุยกับผู้ใหญ่บ้านว่าคงสร้างบ้านเป็นบ้านปูน และมีชั้นเดียว ตอนนี้มีการเขียนแบบไว้เรียบร้อยแล้ว ก็คงเหลือเพียงการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ ซึ่งก็คงเป็นแรงงานเพื่อนบ้าน ที่อยู่ในละแวกนั้น มาช่วยกันก่อสร้าง ซึ่งก็เป็นน้ำใจอีกอย่างหนึ่งที่มอบให้เพื่อนบ้านที่ทุกข์ร้อนจากเหตุเพลิงไหม้นี้
พ่อปัน ปัน ก็ขอโอกาสนี้ให้กำลังใจคุณยายน้อยให้สู้ต่อไป ซึ่งคุณยายน้อยแกคงไม่มีเวลาว่างได้มานั่งอ่านหรอกครับเพราะแกต้องดิ้นรนเรื่องปากท้องของแก แต่อย่างน้อยคุณยายน้อยก็ยังมีเพื่อนบ้านที่ยังห่วงใย และมีน้ำใจในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันครับ
โครงสร้างสมอง
สำหรับวันนี้ผู้เขียนนำเรื่องโครงสร้างของสมองมาแบ่งปันความรู้ครับ ซึ่งผู้เขียนก็ไม่ได้เป็นแพทย์หรือเป็นหมอ หรอกนะครับ แต่จะพยายามใช้คำพูดแบบชาวบ้านๆ ที่อ่านแล้วไม่ต้องแปลกความหมายซ้ำครับ ซึ่ง “โครงสร้างของสมอง” นี้เป็นบทความต่อเนื่องจากเรื่อง สมอง ที่ผู้เขียนได้เขียนไว้ใน BlogPun-บล็อกปัน ปัน นี้ครับ
ฟรอนทัลโลบ (Frontal lobe)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลระบบการคิด และพฤติกรรมบางอย่างเช่น การเดิน การพูด การแก้ปัญหา การวางแผน การสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการรับรู้ ตอบสนอง และตื่นตัวด้านพฤติกรรม
ฮิปโปแคมปัส (Hippocampus)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับความจำ ซึ่งจะเกิดขึ้นตั้งแต่เกิด 40 % อีก 50 % เกิดขึ้นหลังคลอดประมาณ 6 สัปดาห์ และจะครบสมบูรณ์เมื่อลูกอายุ 18 เดือน
เทมโปรัลโลบ (Temporal lobe)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับ การดมกลิ่น การได้ยิน ความสามารถด้านภาษา ความจำ อารมณ์ และความกลัว
เบรนสเตม (Brianstem)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับปฎิกริยาอัตโนมัติต่างๆ เช่น การร้องให้ การดูดนม การสะดุ้งตกใจ อีกทั้งยังควบคุมอัวยวะพื้นฐาน เช่น การหายใจ ความดันโลหิต การเต้นของหัวใจ การกรอกตาไปมายามที่นอนหลับ อีกทั้งยังควบคุมดูแลอารมณ์โดยเฉพาะ ความวิตกกังวล และการสงบสติอารมณ์ด้วย
ไฮโปทาลามัส (Hypothalamus)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับระบบประสาทอัตโนมัติ และต่อมไร้ท่อต่างๆ ที่ตอบสนองด้านอารมณ์และสัญชาตญาณ โดยเฉพาะในยามที่ลูกนอนหลับลึก โครงสร้างสมองส่วนไฮโปทาลามัสจะทำหน้าที่เสมือนชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวลูก หลังจากแต่ละวันแห่งการพัฒนาการการเจริญเติบโตของลูกผ่านไป เพื่อที่ลูกจะสามารถพร้อมรับสิ่งใหม่ๆ ที่จะได้พบในวันรุ่งขึ้น
พาไรทัลโลบ (Parietal Lobe)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับเรื่องของระบบประสาทสัมผัสต่างๆ โดยเฉพาะการรับรู้รส การสัมผัส ความสามารถในการจดจำการทำงานประสานกันของมือและตา การจดจำหมายรู้ เช่น รู้และเข้าใจว่าตนกำลังมองอะไรอยู่
ออกซิพิทัลโลบ (Occipital Lobe)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับเรื่องการมองเห็น การรับรู้และความสามารถในการแปรความเข้าใจในสิ่งที่เห็นนั้น
ซีรีเบลลัม (Cerebellum)
สมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับเรื่องการรักษาสมดุลการทรงตัวและช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานสัมพันธ์กันยามเคลื่อนไหว เช่น การวิ่ง การเดิน
เป็นอย่างไรบ้างครับเกี่ยวกับโครงสร้างของสมองซึ่งผู้เขียนหาภาษาที่เข้าใจง่าย และกระชับเพื่อนำไปปรับใช้กับลูกน้อยๆ ของคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยครับ



Tags:
