ปัน ปัน ป่วย
ช่วงวันหยุดยาว “วันพ่อแห่งชาติ” ที่ผ่านมาน้องปัน ปัน ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลยเพราะน้องปัน ปัน ไม่สบายเป็นไข้หวัดตามฤดูกาลครับ แผนการณ์ที่พ่อปัน ปัน วางไว้เป็นอันต้องล้มเลิกไปเลย
สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ลูกของพ่อเป็นไข้หวัดน่าจะสืบเนื่องมาจาก บรรดายายๆ ทั้งหลายพาน้องปัน ปันนั่งรถมอเตอร์ไซต์ไปไหนมาไหนบ่อยๆ นั่นเอง ทำให้น้องปัน ปัน โดนอากาศเย็นๆ บ่อยๆ และโดนลมบ่อยๆ เข้าเลยไม่สบายเจ็บคอเสียงไม่มีเลยครับ เสียงแหบเหมือนเสียงเป็ดเลยครับ เป็นที่น่าสงสารมาก เพราะปัน ปัน ยังพูดไม่ได้จะร้องก็เป็นเสียงแหบๆ เหมือนมีเสมหะอยู่ในลำคอ พ่อ กับแม่ ก็สงสารช่วยได้เพียงให้ทานน้ำเยอะๆ
หลังจากที่รุ่งเช้าวันเสาร์พ่อ กับ แม่ ต้องรีบพาน้องปัน ปัน ไปหาป้าหมอซึ่งพ่อกับแม่ต้องรีบตื่นนอนตั้งแต่เช้า เพื่อที่จะได้ไปรอป้าหมอก่อนคนอื่นๆ กว่าจะไปถึงโรงพยาบาลก็ประมาณ 9 โมงเช้าแล้ว ป้าหมอก็ตรวจปัน ปัน ต่างๆ ทั้งวัดการเต้นของหัวใจ วัดการหายใจ (วัดปอด) ซึ่งป้าหมอให้คำแนะนำว่าช่วงนี้ให้พ่อแม่ระวังเรื่อง “โรคมือเท้าเปื่อย” มากเพราะเด็กๆ ในวัยขนาดปัน ปัน จะเป็นมาก แต่พาตรวจแล้วก็ไม่เป็นอะไร เพียงแต่คออับเสบเท่านั้นเอง ป้า หมอเลยจ่ายยามาให้น้องปัน ปัน 3 ตัวด้วยกันครับ
สำหรับยาอย่างแรกเลยก็ “เป็นยาฆ่าเชื้อ” ลักษณะจะเป็นสีชมพู่อ่อนๆ ทานครั้งละ 5 ซีซี เลยทีเดียว และยาตัวที่สอง “เป็นยาแก้ไอ ลดน้ำมูก ละลายเสมหะ” ตัวนี้ก็ให้ทานครั้งละ 3 ซีซี ครับ ส่วนตัวสุดท้าย “เป็นยาลดไข้” อันนี้ทานทุก 6 ชม. เมื่อมีไข้ สำหรับตัวยาที่มีผลกระทบกับปัน ปัน มากที่สุดน่าจะเป็น 2 ตัวแรกเพราะเมื่อปัน ปัน ทานเข้าไปแล้ว จะถ่ายบ่อย คล้ายๆ กับท้องเสีย ซึ่งการถ่ายบ่อยๆ ทำให้กระทบกับปัน ปัน โดยตรงเพราะจะทำให้ก้นของปัน ปัน แดงและอับเสบ เวลาล้างก้นก็ร้องไห้ แบบเสียงแหบๆ เพราะคอก็ยังอับเสบอยู่ เป็นที่น่าสงสารต่อยายๆ และ พ่อ แม่ที่พบเห็น ต้องใช้ครีมทาก้นเพื่อลดอาการแสบก้นหลังล้างก้น ตลอดเลยครับ
การกินยาของปัน ปัน ก็กินยายากมาก จะใช้ช้อนตวงที่ป้าหมอให้มาก็ไม่ได้เพราะน้องปัน ปัน จะรู้และจะเดินหนีไปที่อื่นและจะร้องไห้ตลอด วิธีการคือ “ต้องบังคับ” ด้วยการใช้หลอดฉีดยาตามขนาดที่ใช้ยาและฉีดเข้าที่กระพุ้งแก้ม และตามด้วยน้ำซึ่งกว่าจะได้กินยาแต่ละครั้งเรียกได้ว่าต้องหลอกล่อกันน่าดูชมเลยครับ แต่ก็ต้องบังคับให้น้องปัน ปัน ทานยาให้ได้ครับ บางครั้งให้กิน 5 ซีซี แต่กินจริงๆ เพียงนิดหน่อยเท่านั้นเองที่เหลือน้องปัน ปัน ก็อาเจียนออกมาเกือบหมดเรียกได้ว่าต้องใช้ความพยายามพอดูที่เดียวครับ
สำหรับพ่อ แม่ ที่มีลูกน้อยวัยเดียวกันกับน้องปัน ปัน ช่วงนี้ต้องระมัดระวังเรื่องไข้หวัดด้วยนะครับ เพราะถ้าเป็นแล้วถึงแม้ว่าจะไม่ร้ายแรงแต่ก็ต้องทำให้น้องๆ งอแงและที่สำคัญเรื่องของการกินยาครับ ตอนนี้ถ้าน้องปัน ปัน หายจากหวัดแล้วก็คงต้องรักษาเรื่องของก้นที่ยังอักเสบอยู่ และก็คงใช้เวลาอีกประมาณ 3-7 วันครับ
เดินทาง

การจราจรติดขัด
สำหรับช่วงวันหยุดยาวสัปดาห์นี้ก็ถือได้ว่าเป็นวันซ้อมๆ ก่อนวันหยุดยาวจริงๆ ช่วงเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ ที่กำลังจะมาถึง สำหรับสัปดาห์นี้เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของปวงชนชาวไทยครับ “วันพ่อแห่งชาติ” นั่นเอง สำหรับใครที่มีญาติพี่น้องที่ต้องมาทำงานต่างจังหวัดในที่ต่างๆ ก็ต้องเดินทางกลับบ้านกันเป็นส่วนใหญ่ และพ่อ ปัน ปัน เองก็ต้องเดินทางไปหาน้องปัน ปัน เช่นเดียวกันครับ
เมือถึงเทศกาลต่างๆ ของไทยคนที่อาศัยในกรุงเทพฯ ก็จะชอบครับเพราะรถไม่ค่อยติด เดินทางไปไหนมาไหนก็ไม่ต้องรีบเร่งมาก เพราะประชากรแฝง (ก็แรงงานอย่างพวกกระผมนี่แหล่ะครับ) ได้กลับบ้านที่ต่างจังหวัดกัน ซึ่งว่าส่วนมากก็จะเป็นแถวๆ อีสาน หรือไม่ก็ภาคเหนือ เสียเป็นส่วนมาก ได้เห็นบรรยากาศการแย่งกันขึ้นรถโดยสารเพื่อที่จะได้กลับบ้าน หรือว่าสภาพการจราจรที่ติดขัดช่วงขาออกจากกรุงเทพฯ
สำหรับพ่อปัน ปัน ก็ต้องมีภาระกิจที่ต้องเดินทางกลับบ้านเกิดที่ “โคราช” เช่นเดียวกันกับบรรดาแรงงานทั่วไปครับ แต่ภาระกิจของผมมีเป้าหมายที่ค่อนข้างชัดเจนคือกลับไปหาลูกชายก็น้องปัน ปัน นั่นแหล่ะครับ เลยทำให้มีกระจิตกระใจในการเดินทางเป็นพิเศษ และในการเดินทางพ่อปัน ปัน ต้องออกเดินทางจากจังหวัดระยอง ก็ในพื้นที่ขัดแย้งเรื่อง 76 โครงการนั่นแหล่ะครับ เข้ามมาที่กรุงเทพฯ ก่อนเพื่อมารับแม่ของน้องปัน ปัน กลับไปด้วยกันซึ่งก็กะว่ากว่าจะได้ออกจากกรุงเทพฯ ก็คง 1-2 ทุ่มเห็นจะได้เพราะรถคงติดน่าดูชม
สำหรับการเดินทางกลับจากกรุงเทพฯ มา โคราชระยะทางประมาณ 250-255 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชม.ครับแต่ช่วงเทศกาลอาจจะนานกว่านั้นเพราะขับรถเร็วไม่ได้มากรถจะเยอะมากครับ ก็ขอฝากเพื่อนๆ ที่ต้องเดินทางกลับต่างจังหวัด หรือว่าเดินทางไปท่องเที่ยวตามที่ต่างๆ ก็ช่วยกันระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนด้วยนะครับ
นมขึ้นราคา
สำหรับคนที่เป็นพ่อ และ เป็นแม่ทั้งหลายเรื่องอาหารการกินของลูกๆ ต้องมาก่อนเสมอๆ เคยได้ยินคุณย่าของปัน ปัน บอกว่าบางครั้งพ่อ แม่ ไม่ได้กินอาหารแต่ลูกต้องท้องอิ่มเสอมครับ นั่นเป็นความรักที่บริสุทธิ์ที่ พ่อ และ แม่มีให้ต่อลูกๆ ครับ
วันนี้พ่อ กับ แม่ปัน ปัน ไปซื้อนม “นูตรามีเยน” เพิ่มอีก 3 กระป๋องเพราะน้องปัน ปัน ต้องกินเดือนละ ประมาณ 6-7 กระป๋อง นี่ยังไม่รวมนม “เอนฟาโกร” อีก 6 แพ็คใหญ่ เพราะปัน ปัน ต้องกินนมผสมทั้ง 2 อย่างก่อนไปเรื่อยๆ ก็สืบเนื่องมาจากน้องปัน ปัน เป็น “โรคแพ้โปรตีนจากนมวัว” นั่นเองแต่ตอนนี้อาการก็ดีขึ้นมากแล้ว แต่คุณหมอแนะนำว่าอย่าเพิ่งหักดิบให้น้องปัน ปัน กินนม “เอนฟาโกร” เพียงอย่างเดียวต้องผสมนม “นูตรามีเยน” ไปพลางๆ ก่อนครับ
ล่าสุดราคานม “นูตรามีเยน” ขึ้นมาอีกกระป๋องละ 40 บาทเลยที่เดียวจากเมื่อก่อนเคยซื้อที่กระป๋องละ 310-315 บาท ตอนนี้ขึ้นมาเป็นกระป๋องละ 350 บาท ซึ่งเค้าให้เหตุผลว่า “เปลี่ยนกระป๋องบรรจุใหม่” ซึ่งผมดูแล้วมันไม่เห็นจะเกี่ยวข้องอะไรกันเลยครับ ผมถามว่ามีแบบเดิมหรือเปล่าครับเจ้าของร้านที่เป็นตัวแทนขายบอกว่าทางบริษัทเค้า เลิกผลิตไปแล้วครับ มีแต่แบบบรรจุใหม่ครับ (ดูรูปประกอบด้านบนครับ)
และรูปด้านล่างเป็นนม “นูตรามีเยน” ที่เป็นแบบเดิมที่ราคากระป๋องละ 310-315 บาท ซึ่งเป็นรูปก่อนที่จะเปลี่ยนกระป๋องบรรจุใหม่ซึ่งปริมาณ ก็เท้าเดิมครับคือ 425 กรัม ไม่เพิ่มปริมาณแต่เพิ่มราคาครับ ซึ่งก็ต้องซื้อครับเพราะว่าน้องปัน ปัน ต้องกินครับซึ่งผมพิจารณาดูแล้วไม่มีอะไรแตกต่างกันเลยครับ ยกเว้นสลากที่ใช้ติดที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน
สำหรับพ่อ และ แม่ของน้องๆ ที่ทานนม “นูตรามีเยน” ก็ต้องทำใจครับเพราะต้องจ่ายตังค์เพิ่มอีกอย่างน้อยก็ 30-40 บาทต่อกระป๋องเป็นอย่างน้อยครับ หรืออาจจะมากกว่านี้ถ้าซื้อจาก โรงพยาบาลเอกชนทั่วๆ ไปครับ เพราะอย่างที่พ่อปัน ปัน เคยเขียนไว้แล้วว่านม “นูตรามีเยน” นี้จะไม่มีขายตามร้านขายนมทั่วไปครับ เพราะต้องมีเภสัชกรประจำร้านครับเป็นผู้ขายให้ครับผม
รองเท้า
ใกล้จะถึงวันพ่อแล้วนะครับ สำหรับน้องปัน ปัน ยังเล็กคงยังไม่รู้ความหมายของวันพ่อ แต่จะมีความผูกพันธุ์มากกว่า เพราะเวลาพ่อปัน ปัน กลับบ้านไปเจอน้องปัน ปัน ก็จะไม่ยอมให้ออกไปไหนเลยต้องให้พ่อเฝ้าตลอดเวลา กลัวว่าพ่อจะหนีหายไปอีก เพราะว่านานๆ กว่าจะได้เจอพ่อสักที
วันนี้นำเรื่องรองเท้าของน้องปัน ปัน มาเขียนครับ ซึ่งมันไม่ใช่รองเท้าคู่แรกที่ปัน ปัน ได้สวมใส่ แต่มันก็มีความหมายนะครับ เพราะเป็นรองเท้าที่พ่อ กับ แม่ปัน ปัน ไปเลือกซื้อมาให้น้องปัน ปัน ได้สวมใส่ครับ ซึ่งกว่าจะเลือกได้ก็ใช้เวลานานพอสมครว เพราะต้องเถียงกัน 2 คนระหว่างพ่อ กับ แม่ปัน ปัน ว่าคู่นี้จะสวยหรือเปล่า
สำหรับรองเท้าคู่สีแดงพ่อปัน ปัน เลือกให้น้องปัน ปัน ครับ กว่าจะเลือกได้ก็นานพอสมครวครับ เพราะประเภทว่ารักพี่ เสียดายน้องอะไรประมาณนี้ สำหรับเรื่องรองเท้าปัน ปัน นั้นช่วงแรกๆ ปัน ปัน จะไม่ชอบใส่รองเท้าเลยเพราะอาจจะเดินไม่ค่อยสะดวกก็ได้ เวลาใส่รองเท้าที่หนึ่งต้องปล้ำกันยกใหญ่เลยเชี่ยวครับ แต่ก็ต้องยอมใส่ ถ้าพูดถึงเรื่องของรองเท้าเด็ก ค่อนข้างจะหาซื้อยากพอสมครว (รองเท้าเด็กผู้ชาย)ในวัยใกล้เคียงกับน้องปัน ปัน ซึ่งส่วนมากจะเป็นรองเท้าของเด็กผู้หญิงเสียส่วนมากครับ
รองเท้าอีกคู่เป็นของแม่ปัน ปัน ที่เลือกให้ปัน ปัน เป็นรองเท้าที่เย็บจากหนัง ซึ่งก่อนหน้านั้นน้องปัน ปัน เคยมีรองเท้าลักษณะนี้แล้ว 1 คู่ครับเพราะรองเท้าที่ปัน ปัน จะชอบใส่เป็นพิเศษ อาจจะเพราะมีน้ำหนักเบา แล้วก็เดินคล่อง วิ่งสบายอีกตั้งหาก ปัน ปัน เลยชอบเป็นพิเศษครับ
สำหรับท่านใดที่ยังไม่มีลูกก็ยังไม่อาจจะรู้ถึงความห่วงใยที่พ่อ และ แม่ที่มีต่อลูกทุกสิ่งทุกอย่างที่มีให้พร้อมที่จะมอบให้กับลูก รองเท้าที่พ่อปัน ปัน เขียนก็เป็นเพียงส่วนน้อยๆ ที่อยากเก็บบันทึกไว้ใน บล็อกปัน ปัน ซึ่งก็คงจะเหมือนกับพ่อ และแม่อีกหลายๆ ท่านที่มีลูกเล็กๆ ที่อยากจะเก็บบันทึกความทรงจำดีๆ ไว้ให้ลูกชาย ซึ่งคงอีกไม่กี่ปีก็จะพ้นเลยวัยที่น่ารัก หรือไรเดียงสาไปแล้วครับ
ลูกพลับ

ลูกพลับจัดว่าเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีในเมืองไทยครับ และคนเชื้อสายจีนเค้าจะถือว่าลูกพลับเป็นผลไม้มงคลด้วยนะครับ สืบเนื่องมาจากคุณย่าแดงของน้องปัน ปันท่านจะชอบทานลูกพลับสุกมากเลยครับ ทั้งๆที่ครอบครัวของพ่อปัน ปัน เป็นเชื้อสายไทย 100 % แต่คุณย่าแดงของน้องปัน ปัน ท่านรู้จักคนเยอะครับ และส่วนมากก็จะเป็นอาม้า อาเจ้ ทั้งหลายครับ ท่านเลยมีโอกาสได้รับคำแนะนำดีๆ จากเพื่อนๆ ของท่านครับ
สำหรับน้องปัน ปัน เองก็จะชอบทานลูกพลับเช่นกัน เพราะเวลาที่ไปเยี่ยมบ้านย่าที่ไร คุณย่าก็จะให้ปัน ปัน กินลูกพลับเสมอๆ ครับ พ่อปัน ปัน เลยลองทานของลูกดูมั่งก็เลยรู้รสชาดครับ รสมันจะออกหวานๆ แต่ไม่หวานมากครับ และจะมีรสฝาดๆ ปนเล็กน้อย (ถ้าไม่สุกดี) เป็นเอกลักษณ์ของลูกพลับเองครับ
สรรพคุณของลูกพลับ
-ลูกพลับสุกมีฤทธิ์เย็น รสหวานอมฝาด มีสรรพคุณแก้ไอ แก้อาเจียน บำรุงลำไส้ ปอด และม้าม ช่วยห้ามเลือด แก้อาการถ่ายเป็นเลือด แก้ท้องเดิน ปวดท้อง
-ลูกพลับดิบ แก้ต่อมไทรอยด์บวม แก้ความดันโลหิตสูง ห้ามเลือด
-ลูกพลับแห้ง แก้ริดสีดวงทวาร แก้ริดสีดวงทวาร แก้อาการปัสสาวะเป็นเลือด รักษาโรคตาแก้ตาฟาง ป้องกันต้อกระจก แก้ลำไส้อักเสบ แก้หืดหอบ แก้ไอขับเสมหะ
-ส่วนกลีบเลี้ยงและก้านผล ใช้แก้ไอ แก้สะอึก
-ชาใบพลับ ใช้แก้ความดันโลหิตสูง ช่วยในระบาย ป้องกันเลือดแข็งตัว
สำหรับการใช้ลูกพลับเป็นยาในการรักษาต่างๆ ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนะครับ แต่สำหรับว่าเราจะนำมาทานแบบผลไม้ทั่วๆ ก็คงไม่ต้องถึงกับโทรฯ ไปหาคุณหมอหรอกนะครับ นึกหิวก็ไปหาซื้อกินได้เลยครับตามตลาดแถวๆ บ้านของท่านทั้งหลายก็น่าจะมีขายครับ
ส่งท้ายเรื่องการเลือกซื้อลูกพลับ สำหรับวิธีการพ่อ ปัน ปัน ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่คุณย่าของน้องปัน ปัน ท่านเก่งครับ ท่านรู้จักเลือกว่าลูกไหนหวานมาก หรือว่าหวานติดฝาด ซึ่งการเลือกซื้อผลไม้ต่างๆ ก็เป็นศาสตร์อย่างหนึ่งครับในการเลือกซื้อ ถึงจะสอนกันได้แต่ต้องใช้ประสบการณ์เข้ามาเกี่ยวข้องเช่นเดียวกันนะครับ


Tags:
