คิดแบบเด็กๆ
เรื่องนี้แม่ของน้องปัน ปัน ได้เคยเล่าให้พ่อปัน ปัน ฟังครับ ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่ง แล้วครอบครัวนี้ได้นำมาถ่ายทอดเป็นหนังสือออกมาเพื่อแบ่งปัน ความรู้สึกดีๆ ออกมา ส่วนหนังสือชื่อว่าอะไรนั้นพ่อปัน ปัน จำชื่อไม่ได้ครับ เริ่มเรื่องเลยดีกว่า
ครอบครัวหนึ่งได้พาลูกน้อยไปเดินเที่ยวที่ไหนสักแห่งหนึ่ง ด้วยความที่ คุณพ่อซึ่งเป็นผู้ใหญ่แล้ว เห็นลูกของตนเองเดินอยู่รั้งท้ายเลย จึงแกล้งบอกลูกว่า “ลูกครับก้าวเท้าเดินเร็วๆ ซิครับจะได้ทันพ่อ” ลูกน้อยซึ่งยังเป็นเด็กอยู่ (วัยอาจจะใกล้เคียงกับน้องปัน ปัน ) จึงพูดออกไปตามภาษาเด็กว่า “ก็นู๋ยังตัวเล็กอยู่นี่ จะก้าวเท้าให้เร็ว เหมือนกับผู้ใหญ่ได้อย่างไรกัน”
จากคำพูดนั้นคุณพ่อของนู๋น้อยคนนั้นเลยเก็บมาคิด และลองพยายามทำตัวเองให้เหมือนเด็กๆ โดยการเริ่มจากการก้าวเท้าในระยะสั้นๆ และเดินช้าๆ ให้เหมือนเด็ก พอเดินไปได้สักระยะหนึ่งคุณพ่อท่านนี้เริ่มรู้สึกว่า มันเหนี่อยจริงๆ นะ แล้วเมื่อไรมันจะถึงจุดหมายเสียที่ คุณพ่อท่านนี้เลยเข้าใจในตัวของเด็กน้อยคนนั้น ซึ่งก็คือลูกของตัวเองนั่นเอง
ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่แม่ของน้องปัน ปัน เล่าให้ผมฟัง เพียงแต่บางเหตุการณ์ผมจำไม่ได้หมดครับ ซึ่งผมได้ฟังแล้วก็เลยย้อนกลับมามองตัวเองเหมือนกัน เพราะบางครั้งน้องปัน ปัน ก็ไม่ยอมเดินจะให้แต่พ่อหรือว่าแม่อุ้มอย่างเดียวเลย ซึ่งน้องปัน ปัน ก็คงมีเหตุผลเช่นเดียวกันเพียงแต่น้องปัน ปัน ยังสื่อสารกับพ่อและแม่ให้เข้าใจไม่ได้เท่านั้นเอง
ที่พ่อปัน ปัน เก็บเรื่องนี้มาเขียนก็เพื่ออยากจะบอกว่า บางครั้งผู้ใหญ่มองว่าคำพูด หรือความคิดของเด็กๆ เป็นเรื่องไรสาระเสียเป็นส่วนใหญ่ ในมุมมองของผู้ใหญ่ที่อาบน้ำน้อยมาก่อน แต่ก็อย่าลืมว่าอย่าน้อยตัวเราเองก็เคยเป็นเด็กมาก่อน และอาจจะเคยใช้คำพูดนั้นๆ กับพ่อแม่ของเราก็ได้ครับ
เราที่เป็นผู้ใหญ่มีสมองในส่วนที่ไตร่ตรองมากกว่าเด็กหลายเท่า เพราะเก็บสะสมสิ่งต่างๆ มามากกว่าเด็กและนำมาปรับปรุงใช้ในการดำเนินชีวิต……ถ้าเราลองมองเข้าไปในความคิดเด็ก หรือคำพูดเด็ก เราอาจจะได้ Idea เด็ด ๆ หรือ ความคิดดีๆ ไปเสนอเจ้านายเราก็ได้นะครับ….
ฟาร์มโชคชัย รอบ2
หลังจากที่พ่อปัน ปัน ได้เขียนเกี่ยวกับ “ความผิดหวัง” ในเรื่องของการวางแผนการณ์พาน้องปัน ปัน ไปเที่ยวซึ่งครั้งนั้นเป็นบทเรียนให้พ่อและแม่ปัน ปัน ต้องมีความรอบครอบในทุกเรื่องๆ ที่ไม่อาจจะคาดเดาเหตุการณ์ข้างหน้าได้ซึ่งที่ผ่านมานึกจะไปเที่ยวที่ไหนก็ขับรถพาน้องปัน ปัน ไปเลยก็เลยเจอกับ “ความผิดหวัง” ดังที่กล่าวมาครับ
สำหรับวันนี้หลังจากที่พ่อปัน ปัน เลิกจากการฝึกอบรมเกี่ยวกับ “การอนุรักษ์พลังงาน” แล้วก็เลยถือโอกาสไปโอนเงินเพื่อเข้าบัญชี “บริษัท โชคชัยแรนซ์รีสอร์ท จำกัด” จำนวนเงินก็ 500 บาทครับ เพื่อในสำหรับการจองตั๋วเพื่อเข้าชมภายในฟาร์มโชคชัย ซึ่งพ่อปัน ปัน และแม่ปัน ปัน เคยวางแผนที่จะพาน้องปัน ปัน ไปเที่ยวครับ
ก่อนการจองตั๋วพ่อปัน ปัน ได้โทรศัพท์ไปสอบถามที่ฟาร์มก่อนครับว่ามีรายละเอียดอย่างๆไรบ้าง ซึ่งรายละเอียดต่างๆ พอคราวๆ มีดังนี้ครับ
-วันที่เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันอังคาร-ศุกร์ (ตั้งแต่เวลา 10.00)
-วันเสาร์-อาทิตย์ , วันหยุดราชการ (ตั้งแต่ 09.00 , 10.00 , 11.00, 13.00 , 15.00)
-ราคาค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 250 / คน , เด็กความสูงตั้งแต่ 90-140 ซม. เสีย 125 บาท / คน
-สำหรับน้องปัน ปัน เข้าชมฟรีครับเพราะว่าความสูงยังไม่ถึงครับ
***สำหรับรอบการเข้าชมฟาร์มลองสอบถามทางฟาร์มอีกครั้งนะครับ
พ่อปัน ปัน ได้จองวันที่ 30 มค. รอบ 11.20 ครับ เป็นวันเสาร์ครับเห็นทางฟาร์มบอกว่าเต็มตั้งแต่รอบ 09.00 , 10.00 เต็มหมดแล้วครับเลยต้องจองได้รอบ 11.20น. เพราะถ้าหลังจากนั้นกลัวว่าจะกลับบ้านมืดไปหน่อย แล้วน้องปัน ปัน จะเหนี่อยครับ
ซึ่งทางฟาร์มโชคชัยเค้าจะมีกฎระเบียบต่างๆ ในการเข้าชมด้วยนะครับก็คงเหมือนๆ กับหลายๆ ฟาร์มนั่นแหละครับ เพราะอย่างน้อยฟาร์มโชคชัยก็ยังทำธุรกิจระยะยาว ก็เลยต้องมีกฎระเบียบเป็นเรื่องปกติครับ
วันนี้พ่อปัน ปัน เข้ามา Update ให้น้องปัน ปัน เพราะ “คำสัญญา” กับเด็กเป็นของคู่กันครับ ถ้าเราสัญญาอะไรไว้แล้วทำตามไม่ได้ หรือมีเหตุผลไม่มีดีพอเด็กๆ ก็อาจจะไม่เชื่อถือเรา ถึงแม้ว่าเราจะเป็นพ่อหรือว่าแม่ของเค้าก็ตามครับเพราะเด็กๆ เค้าจะเชื่อมั่นในตัวเราครับและจะชอบเลียนแบบพฤติกรรมต่างๆ ของพ่อและแม่ครับ ยิ่งน้องปัน ปัน เป็นเด็กผู้ชายด้วยแล้ว ก็จะชอบเลียนแบบพ่อของเค้า หรือว่าญาติๆ ที่เป็นผู้ชายครับ


Tags: